blue mountain เป็นมรดกโลก  ได้ชื่อนี้มาจากสีของต้นยูคาลิปตัส

ที่สะท้อนสีออกมาเป็นสีน้ำเงินทั่วทั้งภูเขา

The Three Sisters ยอดเขาสามยอด หรือสามใบเถา แห่งเทือกเขาบลูเมาร์เท่น นับว่าเป็นจุดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ มีตำนานของชาวพื้นเมืองเล่าขานกันมาว่า

 

กาลครั้งหนึ่ง ณ เทือกเขาแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของชายคนหนึ่งชื่อ ทยาวัน (Tyawan) เขามีลูกสาวสวยอยู่ 3 คนคือ มีนนี (Menhi) วิมาลา (Weemalah) และกันนีดู (Gunnedoo) ทยาวันมีกระดูกวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่งซึ่งทำให้เขาสามารถแปลงร่างเป็นนกไลเออเบิร์ด (Lyrebird)ได้ ทุกครั้งที่เขาออกไปล่าสัตว์ ทยาวันจะสั่งลูกสาวทั้งสามให้ไปอยู่บนหน้าผาสูงและห้ามไม่ให้ไปไหนจนกว่าเขาจะกลับมา ทั้งนี้เพื่อให้ปลอดภัยจาก “บันยิบ” วิญญาณที่ทรงอำนาจซึ่งอาศัยอยู่ในหุบเขาลึกเบื้องล่าง

 

วันหนึ่งสาวน้อย มีนนี เกิดเอาหินไปเคาะที่หน้าผา เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินเคลื่อน ปลุกวิญญาณของบันยิบขึ้นมา  และเมื่อบันยิบมองเห็นเด็กสาวทั้งสามเกาะกันอยู่บนหน้าผา  จึงขึ้นไปหา

 

ทยาวัน พ่อของเด็กสาวทราบเรื่อง แต่ไม่สามารถเดินทางไปช่วยลูกได้ทัน  จึงเลือกวิธีเสกให้ลูกสาวกลายเป็นหินไปพลางๆก่อน บันยิบจึงหันมาเล่นงานพ่อแทน ทยาวันแปลงร่างเป็นสัตว์ต่างๆเพื่อไม่ให้บันยิบตามหาพบ  ท้ายสุดเขาแปลงร่างเป็นนกไลเออเบิร์ด โดยใช้กระดูกวิเศษที่มีอยู่  แต่ในขณะที่มือของทยาวันกลับกลายเป็นปีกนกนั่นเอง  กระดูกวิเศษได้หลุดลอยออกจากมือของเขาไป

 

บันยิบเลิกตามหาทยาวันและกลับไปยังที่พักของมันตามเดิม  แต่อนิจจา ทยาวันยังคงเป็นนกไลเออเบิร์ดที่บินวนเวียนอยู่ในหุบเขาอยู่นั่นเอง  และลูกสาวทั้งสามก็ยังคงเป็นหินอยู่ตามเดิม  จนกว่าทยาวันจะหากระดูกวิเศษพบและแปลงร่างกลับกลายมาเป็นคน  จึงจะคลายมนต์ให้ลูกสาวทั้งสามกลับกลายมาเป็นมนุษย์เช่นเดิมได้  ใครสงสารก็ช่วยตามหากระดูกวิเศษให้ทยาวันด้วยนะครับ

 

 

 

       

 

เซ็นสมุดเยี่ยม