|
ความดัน
ความดันในของไหล (atmospheric
pressure)
เมื่อของไหล
(ไม่ว่าจะเป็นก๊าซหรือของเหลว) อยู่นิ่ง มันจะออกแรงกระทำในแนวตั้งฉาก
กับพื้นผิวที่มันสัมผัสอยู่ เช่นผนังของภาชนะ
หรือผิวของวัตถุที่จมอยู่ในของไหลนั้น นี่คือแรงที่เรารู้สึกว่า
มันกดอยู่บนขาของเราในขณะที่เราแกว่งขาอยู่ในน้ำ ถึงแม้ว่า
ในขณะที่ของไหลอยู่นิ่งกับที่ โมเลกุลที่ประกอบขึ้นเป็นของไหลนั้น
กำลังเคลื่อนที่อยู่ แรงที่ของไหลกระทำนี้ เกิดจากการที่โมเลกุล
เคลื่อนที่ชนกันและชนกับสิ่งที่แวดล้อมที่พวกมันอยู่

รูปที่ 1
ผิวสมมุติในของไหลที่อยู่นิ่ง
|
สมมุติว่ามีพื้นผิวอันหนึ่งอยู่ในของไหลที่อยู่นิ่ง
(ดูรูปที่ 1)
ของไหลที่อยู่แต่ละด้านของพื้นผิวนั้นจะออกแรงขนาดเดียวกัน
(แต่ทิศตรงข้ามกัน) กระทำบนพื้นผิว
(ถ้าออกแรงไม่เท่ากันพื้นผิวนั้นก็จะมีความเร่งและของไหลจะไม่อยู่นิ่ง)
พิจารณาพื้นผิวเล็ก ๆ พื้นผิวหนึ่งที่มีพื้นที่
แรงตั้งฉากที่ของไหลกระทำบนพื้นผิวแต่ละด้านคือ
เราให้นิยามของความดัน
ณ จุดที่แรงกระทำว่าเป็น
แรงตั้งฉากต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ นั่นคือ
ถ้าความดัน มีขนาดเท่ากันหมด ที่ทุกจุดของพื้นผิวพื้นที่ A จะได้
......... (1)
เมื่อ
คือแรงตั้งฉากสุทธิที่กระทำบนผิวด้านหนึ่ง
ในระบบ SI
ความดัน มีหน่วยเป็นนิวตันต่อตารางเมตร (N/m2)
ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ปาสคาล” (pascal) นั่นคือ 1 pascal = 1 Pa = 1 N/m2
(บางครั้งเราอาจพบหน่วย ปอนด์ต่อตารางนิ้ว: lb/in2) แต่ 1
Pa เป็นขนาดที่เล็กมาก โดยทั่วไปเรามักพบขนาด 105 Pa
ซึ่งเรียกว่า 1 bar ดังนั้น 100 Pa คือ 1 millibar
ความดันบรรยากาศ (atmospheric
pressure)
ความดันบรรยากาศคือความดันของบรรยากาศของโลก
หรือคือความดันของอากาศในชั้นบรรยากาศต่ำสุดซึ่งเป็นชั้นที่มนุษย์อาศัยอยู่
ความดันนี้จะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและความสูงจากพื้นดิน
ที่ระดับน้ำทะเล ความดันบรรยากาศจะมีค่า (โดยเฉลี่ย) เป็น 101,325 Pa
เราเรียกว่า 1 atmosphere (atm) เขียนแทนด้วย
นั่นคือ

ข้อสังเกต:
“ความดัน” กับ “แรง” แตกต่างกัน
ความดันของของไหลกระทำในทิศตั้งฉากกับพื้นผิวใด ๆ เสมอ
ไม่ว่าพื้นผิวนั้นจะวางอยู่ในของไหลนั้นอย่างไร
ดังนั้นความดันเป็นปริมาณสเกลล่าร์ ในทางตรงกันข้าม
แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ ในการบอกแรงต้องบอกทั้งขนาดและทิศทางของมัน
จำไว้ว่าความดันคือแรงตั้งฉากต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่
ความดันบรรยากาศมีขนาดน้อยลงเมื่ออยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากขึ้น
ทำให้ต้องมีการปรับความดัน ภายในตัวเครื่องบินเมื่อบินสูงที่ระดับ
35,000 ฟุต และเมื่อเราลงว่ายน้ำในสระ เราจะรู้สึก
ถึงความดันของน้ำได้ว่า
มันเปลี่ยนไปเมื่อเราอยู่ลึกจากผิวน้ำที่ระดับต่างๆ กัน นั่นคือ
ยิ่งว่ายลึกลงไปเราจะยิ่งรู้สึกว่าน้ำดันเรามากขึ้น
เราจะหาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและความลึก (หรือความสูง)
ความดันกับความลึก
เราสามารถหาความสัมพันธ์ทั่วไประหว่างความดัน
ณ
จุดใด ๆ ในของไหลสถิต กับความสูง y ของจุดนั้น
เราจะสมมุติว่าความหนาแน่น
และอัตราเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก g
มีค่าคงที่ตลอดทั่วทั้งของไหล ถ้าของไหลอยู่ในสภาวะสมดุล (equilibrium)
ทุกส่วนเล็ก ๆ ของของไหลนั้นจะอยู่ในสภาวะสมดุลด้วย พิจารณาส่วนเล็ก ๆ
ของของไหลที่หนา dy ดังแสดงในรูปที่ 9-2
พื้นผิวทั้งด้านบนและด้านล่างต่างมีพื้นที่ A
พื้นผิวด้านล่างอยู่ที่ระดับ y และพื้นผิวด้านบนอยู่ที่ระดับ y + dy
เหนือระดับอ้างอิง y = 0 (ระดับอ้างอิงอยู่ที่ก้นภาชนะ)
ปริมาตรของส่วนของของไหลเล็ก ๆ นี้คือ
มวลของส่วนของของไหลนี้คือ
และดังนั้น
น้ำหนักของมันคือ


รูปที่ 2 พิจารณาส่วนเล็ก ๆ ของของไหลที่อยู่นิ่ง
|
พิจารณาแรงอื่น
ๆ ที่กระทำกับส่วนของของไหลนี้นอกเหนือจากแรงเนื่องจากน้ำหนักของมัน
ที่พื้นผิวด้านล่างมีความดันกระทำกับพื้นผิวขนาด
ดังนั้นแรงทั้งหมดในแนวแกน
y บนผิวนี้จะมีค่าเป็น
(ให้แรงในทิศขึ้นเป็นบวก)
ส่วนความดันที่พื้นผิวด้านบนคือ
ดังนั้นแรงทั้งหมดในแนวแกน y บนผิวด้านบนนี้จะมีค่าเป็น
เมื่อส่วนของของไหลนี้อยู่ในสภาวะสมดุลคืออยู่นิ่ง แรงสุทธิในแนวแกน y
จะต้องเป็นศูนย์ นั่นคือ
ดังนั้น
เมื่อเราหารตลอดสมการนี้ด้วย
A และจัดรูปสมการใหม่ จะได้
สมการ (4)
นี้แสดงให้เห็นว่า
ลดลงเมื่อ y เพิ่มขึ้น นั่นคือเมื่อเราขึ้นไปสูงขึ้นในของไหลชนิดหนึ่ง
ความดันจะลดลง เป็นไปตามที่คาดไว้ ถ้า
และ
คือความดันที่ระดับ
และ
ตามลำดับ และถ้า
และ
g มีค่าคงที่ จะได้ว่า
สมการ (5)
เป็นจริงเมื่อของไหลนั้นมีความหนาแน่นคงที่

รูปที่ 3 พิจารณาความดันที่ความลึก
|
เพื่อความสะดวกเราจะเขียนสมการ
(5) ในรูปของความลึกจากผิวของของไหล พิจารณารูปที่
3 ให้จุดที่ 1
เป็นจุดที่ระดับใด ๆ ในของไหล และให้
แทนความดัน ณ จุดนั้น ให้จุดที่ 2
เป็นจุดที่อยู่ที่ผิวของของไหลซึ่งมีความดันเป็น
(ตัวห้อยเลขศูนย์หมายถึงที่ความลึกเป็นศูนย์
คือที่ผิวของของไหลนั่นเอง) ดังนั้นจุดที่ 1 อยู่ลึก
(หรืออยู่ต่ำจากจุดที่สอง) เป็นระยะ
เราสามารถเขียนสมการ (5) ใหม่ได้เป็น
ความดัน
ที่ความลึก
h จะมากกว่าความดัน
ที่ผิวด้วยปริมาณ
และความดัน ณ จุดใด ๆ ที่อยู่ในระดับความลึกเดียวกัน
(ในของไหลชนิดเดียวกัน) จะมีค่าเท่ากัน นั่นคือ
รูปร่างของภาชนะไม่มีผลต่อความดัน ณ จุดที่อยู่ในระดับเดียวกัน
การทำงานของเครื่องยกไฮดรอลิกดังแสดงในรูปที่
4 เป็นตัวอย่างหนึ่งของกฎของปาสคาลลูกสูบ (piston)
อันหนึ่งมีพื้นที่หน้าตัดเล็ก ๆ A1 ออกแรง F1
กระทำบนผิวของของไหลชนิดหนึ่ง เช่น น้ำมัน ดังนั้นความดันขนาด
จะถูกส่งผ่านไปตามท่อไปยังลูกสูบที่มีขนาดใหญ่กว่าซึ่งมีพื้นที่หน้าตัด
A2 ปริมาณความดันที่ได้รับในทั้งสองท่อจะเท่ากัน ดังนั้น

และ

|
(7)
|
เครื่องยกไฮดรอลิกเป็นเครื่องมือทุ่นแรงชนิดหนึ่ง
โดยกำลังขยายของแรง ขึ้นกับอัตราส่วนของพื้นที่หน้าตัดของลูกสูบทั้งสอง
เก้าอี้ของหมอฟัน แม่แรงยกรถ ลิฟต์บางประเภทและเบรกไฮดรอลิก
ล้วนใช้หลักการเดียวกันนี้
สำหรับก๊าซ
ความหนาแน่นของก๊าซจะมีค่าคงที่เฉพาะในช่วงระยะความสูงสั้น ๆ เท่านั้น
ในห้องห้องหนึ่งที่เพดานอยู่สูงจากพื้นห้อง 3 m
เต็มไปด้วยอากาศที่มีความหนาแน่นคงที่ 1.2 kg/m3
ผลต่างระหว่างความดันที่พื้นและที่เพดานคือ
=
(1.2 kg/m3)(9.8 m/s2)(3.0 m) = 35 Pa หรือประมาณ 0.00035
atm ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก แต่หากพิจารณาระหว่าง
ที่ระดับน้ำทะเลกับที่ยอดเขา Everest (สูง 8882 m)
ที่ซึ่งความหนาแน่นของอากาศน้อยลงถึง 3 เท่า เราไม่สามารถใช้สมการ
มาคิดหาผลต่างความดันได้
เนื่องจากความหนาแน่นของอากาศ ในระยะความสูงขนาดนี้มีค่าไม่คงที่
ในทางตรงกันข้าม ของเหลวโดยมาก เป็นของไหลที่ไม่สามารถบีบอัดได้
(incompressible) นั่นคือมันมีความหนาแน่นคงที่ เราสามารถประมาณได้ว่า
ความหนาแน่นของของเหลวมีค่าคงที่ไม่ขึ้นกับความดัน
|
|
ตัวอย่างที่
3
|
|
|
เครื่องยกไฮดรอลิก ดังแสดงในรูปที่
4 ใช้ในการยกรถขนาด 15000 N
ลูกสูบที่ใช้ยกรถมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 36 cm
ถ้าลูกสูบอีกฝั่งหนึ่งทำงานโดยการอัดอากาศลงไป
จะต้องใช้อากาศความดันเท่าไรจึงทำให้พยุงรถอยู่ได้
วิธีทำ
จากกฎของปาสคาล
ความดันถูกส่งผ่านไปภายในภาชนะปิดเป็นปริมาณเท่า ๆ กัน
ดังนั้นความดันอากาศที่ใช้ดันลูกสูบจึงเท่ากับความดันบนลูกสูบที่ใช้ยกรถ
ดังนี้
|
ความดันเกจและความดันสัมบูรณ์ (absolute pressure and
gauge pressure)
|
|
|
ถ้าความดันภายในยางรถยนต์มีขนาดเท่ากับความดันบรรยากาศ
ยางจะแบน ความดันภายใน ยางรถยนต์จะต้อง
มีขนาดมากกว่าความดันบรรยากาศจึงจะสามารถพยุงรถอยู่ได้
ปริมาณที่เราสนใจคือ ผลต่างระหว่างความดันภายในกับความดันภายนอก
เมื่อเราพูดว่าความดันของยางรถยนต์มีค่า 32 ปอนด์ (พูดสั้น ๆ แทน 32
ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (lb/in2 หรือ psi) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 220
kPa) เราจะหมายความว่า
ความดันภายในยางรถมีขนาดมากกว่าความดันบรรยากาศเป็นปริมาณ 32 ปอนด์
(ความดันบรรยากาศ มีค่าเท่ากับ 14.7 lb/in2 หรือประมาณ 101
kPa) นั่นหมายถึงความดันสุทธิภายในยางรถยนต์คือ 47 lb/in2
หรือ 321 kPa
เราเรียกผลต่างระหว่างความดันภายในภาชนะกับความดันบรรยากาศว่า
ความดันเกจ (gauge pressure) จากตัวอย่างข้างต้น 32 lb/in2
คือ ความดันเกจ ความดันสุทธิภายในภาชนะเรียกว่า ความดันสัมบูรณ์
(absolute pressure) จากตัวอย่างข้างต้น
ความดันสัมบูรณ์ของยางรถยนต์คือ 47 lb/in2
เครื่องวัดความดัน (pressure gauges)
|
|
|
Mercury
Barometer
|
รูปที่ 5 Mercury Barometer
|
 เครื่องวัดความดันที่ง่ายที่สุดเครื่องหนึ่งคือ
mercury barometer ซึ่งใช้สำหรับ วัดความดันบรรยากาศ mercury
barometer ประกอบด้วยท่อที่ปลายหนึ่งปิดและบรรจุปรอทไว้เต็ม
จากนั้นก็กลับท่อให้ปลายปิดอยู่ด้านบนและจุ่มลงในอ่างที่ใส่ปรอทไว้ดังรูปที่
5 ในช่องว่างด้านบนของท่อที่ปลายปิดโดยมากจะเป็นที่ว่าง
อาจจะมีไอของปรอทอยู่บ้างแต่ก็มีปริมาณน้อยมาก
ความดันในบริเวณที่ว่างนั้นจึงมีค่าน้อยมากจนอาจถือว่ามีความดันเป็นศูนย์
พิจารณาจากรูปและใช้ความสัมพันธ์

เราจะได้ว่า
 นั่นคือ
mercury barometer ใช้ในการอ่านค่าความดันบรรยากาศ
 30
ได้โดยตรงจากความสูงของลำปรอทในท่อ โดยทั่วไปนักพยากรณ์อากาศ
จะรายงานความดันอากาศ ในรูปของความสูง
 ในหน่วยนิ้วปรอท
หรือ มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ความสูงของปรอทใน mercury barometer
เมื่อความดันบรรยากาศมีค่าเป็น
 =
1 atm = 1.013 x 105 Pa คือ
 นั่นคือ
ความดันบรรยากาศ 1 atm มีค่าเป็น 760 mmHg ซึ่งมีชื่อเรียกว่า 1
torr ตามชื่อของผู้ประดิษฐ์ mercury barometer คือ Evangelista
Torricelli (ค.ศ. 1608 – 1647)
เนื่องจากค่าและหน่วยความสูงของปรอทขึ้นกับความหนาแน่นของปรอทซึ่งเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ
และขึ้นกับค่า g ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามสถานที่ หน่วย Pascal
จึงเป็นที่นิยมใช้มากกว่าสำหรับความดันบรรยากาศ
Open-Tube
Manometer
 เครื่องวัดความดันอย่างง่ายอีกแบบหนึ่งคือ
open-tube manometer มีลักษณะ ดังแสดงในรูปที่
6 คำว่า
“open-tube” หมายถึงว่าปลายหนึ่งของหลอดรูปตัว U จะเปิดอยู่
ความดันที่ปลายเปิดจึงเท่ากับความดันบรรยากาศ

ภายในท่อรูปตัว U บรรจุของเหลวอยู่ซึ่งโดยมากจะใช้ปรอทหรือน้ำ
อีกปลายหนึ่งของท่อจะต่ออยู่กับภาชนะที่ภายในมีความดัน
 ที่ต้องการวัด
ความดันที่ก้นท่อเนื่องจากของไหลในท่อด้านซ้ายมีขนาดเป็น

และความดันที่ก้นท่อเนื่องจากของไหลในท่อด้านขวามีขนาดเป็น
 เนื่องจากความดันสองค่านี้วัดที่ระดับเดียวกันจึงมีค่าเท่ากัน
นั่นคือ
ในสมการนี้
คือความดันสัมบูรณ์ และผลต่างระหว่างความดันสัมบูรณ์กับความดันบรรยากาศ
คือความดันเกจ จะเห็นว่าความดันเกจมีค่าแปรผันตรงกับผลต่างความสูง
ระหว่างของไหลในท่อทั้งสองด้าน |