RmutPhysics.com

ฟิสิกส์ 2 => แสงและการมองเห็น => ข้อความที่เริ่มโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ มิถุนายน 25, 2007, 06:08:37 pm



หัวข้อ: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ มิถุนายน 25, 2007, 06:08:37 pm
   หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกันค่ะ  เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน  คลิกค่ะ (http://www.atom.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/physics2000/ritphysics/laptops/indexthai1.htm)


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: udomporn ที่ มกราคม 14, 2011, 11:52:05 pm
นายอุดมพร พวงสุวรรณ วิศวกรรมโยธา 115330411025-3 เลขที่19 วันที่14/01/54 เวลา 23.52 ที่ หอลากูน


    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: siwapat ที่ มกราคม 15, 2011, 11:59:22 am
ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส 115330411024-6 เลขที่ 18 sec.4 วิศวกรรมโยธา วันที่ 15/1/54 เวลา 11.58 am.ที่หอลากูลแมนชั่น
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: mukkie ที่ มกราคม 16, 2011, 03:46:30 pm
นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่16ม.ค.54 เวลา15.41น. ที่บ้านตัวเอง
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: leonado_davinci ที่ มกราคม 18, 2011, 05:29:06 pm
Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/1/54 เวลา 5.27 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
     กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว
 ;D ;D ;D ;D ;D 8) ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: heetoon ที่ มกราคม 18, 2011, 05:37:40 pm
นายราชันย์ บุตรชน วิศวกรรมโยธา 115330411047-7 วันที่18/01/54 เวลา 17.39 ที่ หอ Four B4

    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Pathomphong ที่ มกราคม 18, 2011, 06:16:49 pm
นายปฐมพงศ์ พูนปก รหัส 115330411043-6 เลขที่ 36 sec 04 วิศวกรรมโยธา
เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมา วันที่ 18/01/54 เวลา 18.16 น. ที่หอลากูล
สรุปได้ว่า
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Jutharat ที่ มกราคม 19, 2011, 08:58:45 pm
นางสาวจุฑารัตน์  นาวายนต์  รหัส 115210417058-2  เลขที่ 28   sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554  เวลา 21.00  ณ หอ RS
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: suppachok ที่ มกราคม 19, 2011, 09:14:38 pm
นาย ศุภโชค  เปรมกิจ  วิศวกรรมโยธา เลขที่ 44 sec 04 รหัส 115330411051-9 วันที่ 19/01/54 เวลา 21.15  น หอโฟร์บี
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: rungniran ที่ มกราคม 19, 2011, 11:08:17 pm
ผมนายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411005-5 sec 04 เลขที่ 5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/01/54 เวลา 23.07 pm ที่สวนสุทธิพันธ์
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  ;D


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: bear ที่ มกราคม 20, 2011, 05:11:38 pm
นายอุดม แก้วชู 115330411034-5 sec4 เลขที่ 28 วิศวกรรมโยธา 20/01/2554 เวลา 17.11 หอพักมณีโชติ                                                                                                     จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pichet ที่ มกราคม 20, 2011, 11:55:45 pm
กระผม นายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 20/01/54 เวลา 23.59 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
สรุปได้ว่า
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sutin ที่ มกราคม 21, 2011, 11:54:23 am
นาย สุทิน ศรีวิลัย รหัส 115340441222-9 เลขที่ 25 sec 17 สถานที่ บ.เจเอสออโตเวิร์ค วันที่ 21/1/2554 เวลา 11.54
เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว 
ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน 
ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว
และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   
ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Chantana ที่ มกราคม 21, 2011, 07:25:20 pm
นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 21/01/2554 เวลา 19:24  สถานที่ Shooter Internet สรุปได้ว่า
    กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: mildfunta ที่ มกราคม 21, 2011, 07:59:11 pm
นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 21 มกราคม 2554 เวลา 19.55 น. ณ shooter internet cafe'
หน้าจอของแอลซีดีประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆ มากมายหลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ (Backlight) หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้นหนึ่งจุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3 เซลคือเซลสีแดงที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียวที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสามว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไรซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sumintra ที่ มกราคม 21, 2011, 08:20:30 pm
นางสาวสุมินตรา  งามสมบัติ เลขที่ 36 รหัส 115210452022-4 sec 2
ตอบกระทู้วันที่  21 มกราคม 2554  เวลา 20.20  ที่หอพัก

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: aecve ที่ มกราคม 21, 2011, 09:11:13 pm
กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  21  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  21.12 น
มีความเห็นว่า        จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
                              จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร

         








หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: amnuay cve2 ที่ มกราคม 22, 2011, 01:00:13 am
     :)กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22/1/2554 ที่บ้าน เวลา 01.00 น. :D     
      จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: bobo ที่ มกราคม 22, 2011, 08:34:27 am
นางสาว สุนิสา หมอยาดี sec.2 เลขที่74 รหัสนักศึกษา 115310903055-7 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์ วันที่22ม.ค.54 เวลา8.34น. ที่บ้าน
    จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
    การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
    หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
    จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
     สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: nuubuoe ที่ มกราคม 22, 2011, 09:21:50 am
นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903040-9sec.02 เลขที่63 ตอบกระทู้เมื่อ 22/01/54 เวลา 09.21 น.ที่บ้าน
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ronachai ที่ มกราคม 22, 2011, 11:04:30 am
นาย รณชัย  รุกขวัฒน์   วิศวกรรมโยธา sce 4   115330411002-2
กะทู้เมื่อ  22 ม.ค. 2554  เวลา 11.05 น.  ที่  ห้องสมุด มหาลัย
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kambio ที่ มกราคม 22, 2011, 12:27:16 pm
นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  43  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  22  ม.ค.  2554   สถานที่  บ้าน  เวลา  12..25  น.

             จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Benjawan Onnual ที่ มกราคม 22, 2011, 01:08:20 pm
นางสาวเบญจวรรณ  อ่อนนวล  เลขที่ 55 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาสถิติประยุกต์ ตอบกระทู้เมื่อ 22/1/2554 เวลา 13.08 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน

       เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล  หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไท์     (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: watchaiza ที่ มกราคม 22, 2011, 01:53:12 pm
นายธวัชชัย  พลรักษ์   คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา
รหัส 115330411041-0 sec 4 เลขที่ 34 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22/1/54 เวลา 13.53 pm ที่บ้านพฤกษา
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว
           


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: iinuyashaa ที่ มกราคม 22, 2011, 07:06:35 pm
นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  22/1/2554  ที่บ้าน  เวลา 19:06 น.

สรุปได้ว่า

จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: nutthaporn ที่ มกราคม 22, 2011, 07:40:59 pm
นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 22/01/2554 เวลา 19.41 สถานที่ หอ ZOOM
-จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: aomme ที่ มกราคม 22, 2011, 07:55:38 pm
น.ส ศรัญญา  เพชรแก้ว  เลขที่ 45 sec 02 รหัส 115310903022-7 สาขาสถิติประยุกต์ วัน 22/01/54  เวลา 19.49  สถานที่ บ้านตัวเอง
       หน้าจอของแอลซีดีประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆ มากมายหลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ (Backlight) หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้นหนึ่งจุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3 เซลคือเซลสีแดงที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียวที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสามว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไรซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Jutamat ที่ มกราคม 22, 2011, 10:53:00 pm
นางสาวจุฑามาศ  เชื้ออภัย  เลขที่44  sec 02  สาขาชีววิทยา  เรียนกับ อ.จรัส  บุญยธรรมา  วันที่ 22/1/54  เวลา 22.52 น. สถานที่ หอใน
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: tanongsak wachacama ที่ มกราคม 22, 2011, 11:56:20 pm
กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22/01/2554 เวลา23.56 น. ที่spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นดังนี้
       กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: IIKWANGSTSTII ที่ มกราคม 23, 2011, 11:17:48 am
นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23/01/2554 เวลา 11.16 สถานที่ N cafe'
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: wirinya ที่ มกราคม 23, 2011, 12:10:17 pm
นางสาววิริญา  เกิดฉ่ำ
รหัส 115310903034-2  เลขที่ 5
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่ 23/1/54 เวลา 12.08 am. ณ.แพรมาพร
     

     จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้แต่จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   
แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็นหน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมายหลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว
ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์(Backlight)  หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียวและสีน้ำเงิน 
ดังนั้น 1 จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3 เซลคือเซลสีแดงที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียวที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน
สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


 :P


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Penprapa ที่ มกราคม 23, 2011, 12:25:14 pm
นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร  เลขที่  40  กลุ่ม  2  รหัสนักศึกษา 115210904029-3   คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่  23  มค  54   เวลา 12.25 น.  ณ วิทยะบริการ
   จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: TanGMe ที่ มกราคม 23, 2011, 06:53:55 pm
นางสาวภัทรพร ผลอำไพ รหัสนักศึกษา 115110417062-6 เลขที่ 9 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23 มกราคม 2554 เวลา 18.53 น. ที่หออยู่บ้านแมนชั่น
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Nueng ที่ มกราคม 23, 2011, 07:48:47 pm
นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23 มกราคม 2554 เวลา  19.48 น.
ณ  ร้านอินเตอร์เน็ต  สรุปได้ว่า .....
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Narumol ที่ มกราคม 23, 2011, 08:35:57 pm
น.ส.นฤมล กำลังฟู รหัสนักศึกษา115210417031-9 No.26 Sec.02   
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kitima ที่ มกราคม 23, 2011, 09:19:02 pm
นางสาวกิติมา  รัตโนทัย sec.2 เลขที่ 16 รหัสนักศึกษา 115110903001-5 ตอบกระทู้วันที่ 23 ม.ค.54 เวลา 21.19 น. ณ หอ zoom
สรุปได้ว่า
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร 
 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: THANAKIT ที่ มกราคม 23, 2011, 09:47:50 pm
นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่วันที่  23 มกราคม 2554 เวลา 21.47 น.   สถานที่ บ้าน
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: dararat ที่ มกราคม 23, 2011, 10:24:30 pm
นางสาวดารารัตน์ นิรันต์เรือง รหัส 115210904035-0 sec 02 เลขที่ 41 คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนจรัส บุญธรรมา เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวัน 23 มกราคม 2554 เวลา 22:24 ณ ห้องพักส่วนตัว ซ.zoom
    สรุปได้ว่า จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร
 
 

 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Nitikanss ที่ มกราคม 23, 2011, 11:38:42 pm
นางสาวนิติการณ์ รัตนบุรี  sec.2 เลขที่71 รหัสนักศึกษา 115310903052-4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์ วันที่23ม.ค.54 เวลา23.38น.   Banoffee
    จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
    การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
    หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
    จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
     สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล     บันทึกการเข้า


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Phatcharee ที่ มกราคม 24, 2011, 01:40:55 pm
นางสาวพัชรี  มากพริ้ม นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 18 รหัส 115110903048-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24/01/2554 เวลา  13.40น. สถานที่ บ้าน สรุปได้ว่า

 :Pจุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sasithorn ที่ มกราคม 24, 2011, 01:57:42 pm
นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 1153109030102 เลขที่ 49 วันที่ 24/1/54 เวลา 13.52 ณหอใน
หลักการผสมสีของเเสง ภาพที่เกิดจากจอเเบนเกิดจากจุดสี จะประกอบด้วย 3 สี เเดง เขียว น้ำเงิน บนจอโทรทัศน์จะเคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้ e- สามารถเปล่งเเสงออกมาได้ เเต่บนจอเเอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เเต่เป็นอุปกรณ์ ชิ้นเล็ๆเรียกว่า เซลล์ หลังจอจะมีเเหล่งกำเนิดเเสงสีขาว หน้าเซลล์จะมีฟิวเตอร์หรือตัวกรองเเสง สีเเดง เขียว น้ำเงิน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Biwtiz ที่ มกราคม 24, 2011, 04:24:53 pm
น.ส กชพรรณ นาสวาสดิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903036-7 เลขที่ 59 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 24 ม.ค 54
เวลา 16.25 น. สถานที่ บ้านคลอง 6
สรุปได้ว่า     
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์(Backlight)   หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้น 1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3  เซล คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว แอลซีดี ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Mickey2010 ที่ มกราคม 24, 2011, 04:38:20 pm
นางสาวปัทมา วงษ์แก้วฟ้า  รหัส115310903038-3  เลขที่61  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24 มกราคม 2554 เวลา 16.32 น.  สถานที่บ้านของตนเอง
สรุปได้ว่า  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: namwhan ที่ มกราคม 24, 2011, 04:41:02 pm
น.ส พรรณฐิณี   โสภาวนัส คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903033-4 เลขที่ 56 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 24 ม.ค 54
เวลา 16.56 น. สถานที่ shooter
สรุปได้ว่า    
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์(Backlight)   หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้น 1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3  เซล คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว แอลซีดี ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: siripornmuay ที่ มกราคม 24, 2011, 05:17:30 pm
นางสาว ศิริพร สนเผือก sec.2 เลขที่70 รหัสนักศึกษา 115310903051-6 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่24/01/2554 เวลา05.13 น. ที่shoter internet
สรุปว่า หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกันค่ะ  เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ
เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: soawanee ที่ มกราคม 24, 2011, 05:43:23 pm
นางสาวเสาวณีย์  อนันต์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 72 รหัส 1153109030532 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24/01/2554 เวลา  17.42น.  สถานที่ บ้าน
  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Tarintip ที่ มกราคม 24, 2011, 06:38:40 pm
นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec02 เลขที่ 66 ตอบกระทู้วันที่ 24/01/54 เวลา 18.30 สถานที่ หอใน
-จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนแบบคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วมีหลักการทำงานผสมสีเหมือนกับโทรทัศน์ เพราะภาพที่เกิดบนจอแบนเกิดจากจุดสี ประกอบด้วยแม่สี 3 สี
คือ แดง เขียว และน้ำเงิน และจุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัสเพื่อให้อิเล็กตรอนเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนของจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัสแต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆเรียกว่า เซล มีขนาดเล็กมากๆ



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: opisit ที่ มกราคม 24, 2011, 09:18:40 pm
กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 21:10 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ
      จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้ 
แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจน
ตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลส์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว
ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ (Backlight) หน้าเซลส์
จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้น 1 จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลส์
3 เซลส์ คือเซลส์สีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลส์สีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลส์สีน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน
สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลส์ทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pongpat ที่ มกราคม 24, 2011, 09:47:08 pm
กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 21.47 น

    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Jantira ที่ มกราคม 24, 2011, 10:51:24 pm
นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903042-5 เลขที่ 64 sec 2 วันที่24/01/54 เวลา22.50น. สถานที่Banoffee
สรุป
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kittisap ที่ มกราคม 24, 2011, 11:01:28 pm
กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  24 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 23.01 น.
ความคิดเห็นว่า
   จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนแบบคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วมีหลักการทำงานผสมสีเหมือนกับโทรทัศน์ เพราะภาพที่เกิดบนจอแบนเกิดจากจุดสี ประกอบด้วยแม่สี 3 สี
คือ แดง เขียว และน้ำเงิน และจุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัสเพื่อให้อิเล็กตรอนเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนของจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัสแต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆเรียกว่า เซล มีขนาดเล็กมากๆ



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: natthapon ที่ มกราคม 24, 2011, 11:18:07 pm
กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24 มกราคม 2554 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 23.22 น.
   จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส 
 แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว
  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน
 ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน 
สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี
  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Piyarat Mounpao ที่ มกราคม 25, 2011, 08:55:52 am
น.ส.ปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 42 รหัส115210904050-9 กลุ่ม 02 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา วันที่ 25/10/54 สถานที่ ชั้น 4คณะวิทย์ เวลา 08.55น.
      จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
      จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดีสีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: waranya ที่ มกราคม 25, 2011, 11:30:12 am
นางสาววรัญญา สิงห์ป้อม sec.02 เลขที่ 69 รหัส 115310903049-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ
วันที่ 25/01/54 เวลา 11.20 น. ณ หอศุภมาศ

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: thanathammarat ที่ มกราคม 25, 2011, 11:55:11 am
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 25-01-2554 เวลา 11:55 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ฟอสฟอรัส  เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น  เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว 
ซึ่ง ภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน 
ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว
และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   
ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Bifern ที่ มกราคม 25, 2011, 01:28:32 pm
นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 48 รหัสนักศึกษา 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 25/01/2554 เวลา 13.25  สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปได้ว่า
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดี จะไม่เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย และจอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่าง
หน้าจอของเครื่องคิดเลข ตัวเลขหนึ่งของเครื่องคิดเลข จะประกอบด้วยเซลของผลึกเหลว  7  แท่ง  ประกอบขึ้นเป็นรูปเลข 8 แต่ละเซลมีสองสีเท่านั้น คือสีดำ  กับ ไม่มีสี การทำงานภายในของผลึกเหลว  ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า  และผลึกโมเลกุล จอแบนแอลซีดีหรือชือทางการเรียกว่า จอผลึกเหลว คือ 1 จุด พิกเซล ประกอบด้วยเซล  3  เซล ด้านหน้าเป็นฟิลเตอร์  3  สี 




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: alongkorn hunbuathong ที่ มกราคม 25, 2011, 03:03:42 pm
นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง รหัส 115330411026-1 เลขที่ 20 กลุ่ม 53341 cve  Sec 04  สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา  วันที่ 25/1/54 เวลา 15.03 น. ณ บ้านบางชันวิลล่า
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน 
 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: titikron ที่ มกราคม 25, 2011, 04:03:17 pm
นาย ฐิติกร  แก้วประชา รหัส 115330411022-0 เลขที่ 17 sec 4 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง วันที่ 25/01/54 เวลา 16.02 น. หอโฟร์บี
 กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: hatorikung_nutt ที่ มกราคม 25, 2011, 06:53:56 pm
  นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  25/01/54 เวลา18.53 ณ หอพักวงษ์จินดา

อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: 00sunisa00 ที่ มกราคม 25, 2011, 07:24:34 pm
น.ส.สุนิศา   ชมมิ   sec.2   เลขที่ 46   115310903001-1   สาขาสถิติ   วันที่ 25 มกราคม 2554   เวลา 19.23 น.   ณ ร้านอินเตอร์เน็ต
           จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซลล์   คือเซลล์สีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลล์สีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลล์น้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลล์ทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: somphoch ที่ มกราคม 25, 2011, 09:19:16 pm
นายสมโภชน์  จิกกรีนัย sec.17 เลขที่34 รหัสนักศึกษา 115340441247-6 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหการ-การจัดการ ตอบวันที่ 25/01/54 เวลา21.20น. ที่บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: aimz ที่ มกราคม 25, 2011, 09:25:06 pm
นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล รหัส 115110900368-4 sec.02

ตอบกระทู้วันที่ 25 01 54 เวลา 21:24 น. วิทยบริการ

สรุปว่า..

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว   


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: toonpccphet ที่ มกราคม 25, 2011, 09:50:11 pm
นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 25/01/2554 เวลา 21:50  ณ บ้าน
สรุปได้ว่า
  กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: รัฐพล เกตุอู่ทอง ที่ มกราคม 26, 2011, 02:17:04 am
กระผม นายรัฐพล  เกตุอู่ทอง นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441229-4 เลขที่ 26 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 2.16 น.  สถานที่ หอพักเฉลิมพล
 
สรุปว่า

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kangsachit ที่ มกราคม 26, 2011, 03:38:29 am
นายกังสชิต จิโน  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411017-0 sec 4 เลขที่ 14 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26/1/54 เวลา 03.38 น. หอมาลีแมนชั่น
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Sunti ที่ มกราคม 26, 2011, 08:48:56 am
Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  26/01/54  เวลา 08:48 น. ณ. หอป้าอ้วน
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Eakachai_ie ที่ มกราคม 26, 2011, 02:50:22 pm
นายเอกชัย สงวนศักดิ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ   เลขที่ 6   sec.  02   รหัสประจำตัว  115040441086-4
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  26  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่ หอมาลีแมนชัน  เวลา.  14.48 น
มีความเห็นว่า        จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
     จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: KanitaSS ที่ มกราคม 26, 2011, 05:33:10 pm
นางสาวคณิตา สุดจิตร์ นศ.คณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติประยุกต์ Sec2 รหัส115310903030-0เลขที่53เข้าทดสอบวันที่26/01/54 เวลา17.32น.สถานที่บาน็อฟฟี่ เพลส
สรุปได้ว่า จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว   


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ittiwat ที่ มกราคม 26, 2011, 06:06:30 pm
นายอิทธิวัตร จิตต์มั่นคงกุล  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903037-5 เลขที่ 60 sec 2 วันที่26/01/54 เวลา 18.02 น. สถานที่ บ้าน

    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Sirilak ที่ มกราคม 26, 2011, 06:17:08 pm
นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่30 sec.02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณธรรมา วันที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 18.16น.


สรุปได้ว่า จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat ที่ มกราคม 26, 2011, 08:16:11 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.2 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26/01/2554 เวลา 20.15 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
-จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
-หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
-จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
-สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: shanon_ie ที่ มกราคม 26, 2011, 08:56:04 pm
ผมนาย ชานนท์ วรรณพงษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ รหัส 115040441083-1 sec 02 เลขที่ 5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26-01-54เวลา 20.55 ที่หอพัก

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kodchaporn ที่ มกราคม 26, 2011, 09:19:01 pm
น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 26  มกราคม 2554 เวลา 21.18 น.   สถานที่ บ้าน
สรุปได้ว่า...

   จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: suchart ที่ มกราคม 26, 2011, 09:44:10 pm
นาย สุชาติ สุวรรณวัฒน์ sec.2 เลขที่31 รหัสนักศึกษา 115210441230-7 คณะวิศวกรรม ตอบกระทู้วันที่26ม.ค.54 เวลา21.43น. ที่ หอ
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Pichat Soysamrong ที่ มกราคม 26, 2011, 09:47:09 pm
กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec. 04 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 21.46 น.
สรุปได้ว่า
  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: watcharich ที่ มกราคม 26, 2011, 10:09:54 pm
ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์ รหัส 115040411037-3 เลขที่ 4 sec 02 นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26/01/54 เวลา 22.01 น. ที่บ้าน

สรุปได้ว่า

       จุดบนจอของจอมอนิเตอร์  เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น
       หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight) หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Thatree Srisawat ที่ มกราคม 26, 2011, 10:20:21 pm
นายธาตรี ศรีสวัสดิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขา สถิติประยุกต์ sec 02 รหัส 115310903061-5 เลขที่ 77 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26 มกราคม 2554เวลา22.19น. ที่บ้าน สรุปว่า จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Kunlaya ที่ มกราคม 26, 2011, 10:25:45 pm
นางสาวกัลยา  เปรมเปรย   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชาอุตสาหการ  รหัส 115210441262-0  SEC 02  เลขที่ 33
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 22.24 น. ที่ หอ RS
มีความเห็น
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน
 



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: satawat ที่ มกราคม 26, 2011, 10:42:21 pm
นายศตวรรษ รัตนภักดี   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชาอุตสาหการ  รหัส 115210441263-8 SEC 02  เลขที่ 34
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 22.41 น. ที่ หอ อยู่เจริญ
มีความเห็น
  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Khuarwansiriruk ที่ มกราคม 26, 2011, 11:41:56 pm
นางสาวเครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 62 sec 02 ID::115310903039-1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ เวลา 23.39 น. วันที่ 26-54 กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลวแสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: kranjana ที่ มกราคม 27, 2011, 12:04:43 am
นางสาวกาญจนา แสงวงศ์   สาขาวิชาชีววิทยา  sec 02 เลขที่ 45 รหัส 115210904068-1 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26/01/2554 เวลา 0.05 สถานที่ หอใน
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Chanon_non26 ที่ มกราคม 27, 2011, 12:15:49 am
นายชานนท์ พงษ์ไพโรจน์ เลขที่ 52 sec 02 id::115310903029-2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถิติประยุกต์ วันที่ 26-1-54 เวลา00.15  น. สรุปได้ว่าจอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: narongdach ที่ มกราคม 27, 2011, 03:21:41 am
นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 27/01/54  เวลา 03:20 น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Pratanporn ที่ มกราคม 27, 2011, 06:18:06 am
นายประทานพร  พูลแก้ว นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 75 รหัส 115310903057-3 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27/01/2554 เวลา 06:13 สถานที่ บ้านของตนเอง สรุปได้ว่า
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: rungsan ที่ มกราคม 27, 2011, 09:00:31 am
นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 27/1/54 เวลา 9.00 น. สถานที่บ้าน
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: alicenine ที่ มกราคม 27, 2011, 10:11:19 am
นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 35

ตอบกระทู้ เมื่อ 27/01/54  เวลา 10.11 น.  ที่ หอพัก



จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pool ที่ มกราคม 27, 2011, 12:51:47 pm
นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 37
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 12.51 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: mongkhonphan ที่ มกราคม 27, 2011, 12:54:49 pm
นายมงคลพันธ์ แซ่หลี  วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411039-4  เลขที่ 32  sec.04  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27/01/54  เวลา 12.53 น. ที่ หอลากูน
       จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร  :D :D :D


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: potchapon031 ที่ มกราคม 27, 2011, 12:59:15 pm
นายภชพน เกตุวงศ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 25   sec04   
รหัสประจำตัว  115330411031-1
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Kotchapan ที่ มกราคม 27, 2011, 01:13:52 pm
นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 27/01/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 13.13 น.
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น หลักการผสมสีของแสงภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ratthasart ที่ มกราคม 27, 2011, 01:22:10 pm
ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
sec 4 รหัส 115330441218-8 เลขที่ 61 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27 มกราคม  2554 เวลา  13.22น. ที่ ห้องพัก
มีความคิดเห็นว่า
     จุดบนจอของจอมอนิเตอร์  เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส
แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว 
ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight) หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น 
1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Thaweesak ที่ มกราคม 27, 2011, 01:55:10 pm
นาย ทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี วิศวกรรมโยธา 115330411008-9  sec.04 วันที่ 27/1/54 เวลา 13.55 สถานที่ หอมาลีแมนชั่น
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสี


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: surachet ที่ มกราคม 27, 2011, 02:49:01 pm
กระผม นาย สุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27 มกราคม 2554 ที่ บ้าน   เวลา 14.48 น.
ความคิดเห็นว่า
   จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนแบบคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วมีหลักการทำงานผสมสีเหมือนกับโทรทัศน์ เพราะภาพที่เกิดบนจอแบนเกิดจากจุดสี ประกอบด้วยแม่สี 3 สี
คือ แดง เขียว และน้ำเงิน และจุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัสเพื่อให้อิเล็กตรอนเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนของจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัสแต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆเรียกว่า เซล มีขนาดเล็กมากๆ



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: namtan ที่ มกราคม 27, 2011, 03:29:03 pm
ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27 เดือน มกราคม พ.ศ.2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 15.29น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pollavat ที่ มกราคม 27, 2011, 03:32:29 pm
นาย พลวัฒน์ คำกุณา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  รหัสนักศึกษา 115330441219-6  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่ 27 เดือน มกราคม  พ.ศ.2554   ที่ วิทยบริการ เวลา 15.32 น.
มีความคิดเห็นว่า

จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสี


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: werayut rmutt ที่ มกราคม 27, 2011, 04:08:18 pm
นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 16.05 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: civil kang ที่ มกราคม 27, 2011, 04:28:58 pm
นาย สราวุฒิ ดีดวงพันธ์  115330411028-7  sec4  วิศวกรรมโยธา วันที่ 27/1/2554  16:28 
  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: thabthong ที่ มกราคม 27, 2011, 06:04:25 pm
กระผมนายรัตชานนนท์ ทับทอง  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 48
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27  มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 18.04 น
สรุปได้ว่า จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: oOGIG...k} ที่ มกราคม 27, 2011, 06:35:01 pm
กระผม นายชำนาญกิจ ศิริยานนท์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411004-8 เลขที่ 4 วันที่ 27/01/54 เวลา 06:34:32 pm
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Nhamtoey ที่ มกราคม 27, 2011, 06:42:33 pm
น.ส. เรวดี จันท้าว  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411006-3 sec 04 เลขที่ 6 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 27/01/54 เวลา 18.41 น. ที่ หอพักลากูน
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut sringam ที่ มกราคม 27, 2011, 07:01:11 pm
กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27 มกราคม 2554 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 19.00น
มีความคิดเห็นว่า
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ศราวุธ พูลทรัพย์ ที่ มกราคม 27, 2011, 07:42:36 pm
กระผมนายศราวุธ พูลทรัพย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411042-8 เลขที่  35 sec 04 เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้นี้ที่หอลากูล วันที่ 27/1/2554 เวลา 19.42 น
  จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Thamanoon ที่ มกราคม 27, 2011, 07:55:41 pm
ผมนายธรรมนูญ พุทธวงษ์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411009-7 เลขที่ 9 sec 04
เรียนกับ อ. จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27 มกราคม พ.ศ.  2554 ที่บ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา19.55 น.
มีความเห็นว่า
        กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ponyotha ที่ มกราคม 27, 2011, 08:06:34 pm
ผมนายวีรพล  นุ่มน้อย  เลขที่ 11  รหัส 115330411014-7  sce 4  วิศกรรมโยธาต่อเนื่อง  วันที่  27/01/2554  เวลา 20.06 น. อยู่เจริญแมนชั่น
    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ศราวุธ พูลทรัพย์ ที่ มกราคม 27, 2011, 08:19:11 pm
กระผมนายศราวุธ พูลทรัพย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411042-8 เลขที่  35 sec 04 เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้นี้ที่หอลากูล วันที่ 27/1/2554 เวลา 20.18น.
 
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: siwasit ridmahan ที่ มกราคม 27, 2011, 08:27:21 pm
นาย สิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์
นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
รหัส 115340441244-3  เลขที่ 33 sec.17
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 20.26 น.   ณ. ร้านเน็ต

กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: wuttipong ที่ มกราคม 27, 2011, 09:45:26 pm
ผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411029-5 เลขที่ 23 sec 04
 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27/01/2554 เวลา 21:45 น. สถานที่ หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sangtawee ที่ มกราคม 27, 2011, 10:22:41 pm
นายแสงทวี พรมบุตร  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411035-2 sec 04 เลขที่ 29 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 27/01/54 เวลา 22:22 น. ที่ หอพัก FourB5
มีความเห็นว่า
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว
 
ข้อค


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: nachaya ที่ มกราคม 27, 2011, 11:02:03 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27    มกราคม  2554 เวลา  23.03  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pisan mulchaisuk ที่ มกราคม 27, 2011, 11:05:52 pm
กระผมนาย ไพศาล มูลชัยสุข นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441215-4  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 23.05 น. ที่หอพักเลิศวิจิตร
มีความคิดเห็นว่า
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐพงษ์ สันทะ ที่ มกราคม 27, 2011, 11:21:14 pm
กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_27  เดือน_01  พศ_2554   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_23.20
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 

จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี
คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี
เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดีสีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทน
การผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสี


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Monthon ที่ มกราคม 27, 2011, 11:27:53 pm
กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 23.27น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 

   



   






   



   



   




หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: pitak ที่ มกราคม 27, 2011, 11:40:33 pm
นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 27/01/2554 เวลา 23.40 น. สรุปได้ว่า
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: tum moment ที่ มกราคม 28, 2011, 12:21:25 am
 ;)นายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 26 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 24.20น. 
      กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: attakron006@hotmail.com ที่ มกราคม 28, 2011, 12:42:04 am
กระผม นาย อรรถกร   จิตรชื่น นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441217-9 เลขที่ 22 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 28เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา    0.42น.  สถานที่ บ้านฟ้ารังสิต
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: chinnapot ที่ มกราคม 28, 2011, 01:13:21 am
นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่28/01/54 เวลา 01.13  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

สรุปได้ว่า
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลล์ทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร 
 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: LeeOa IE'53 SEC.17 ที่ มกราคม 28, 2011, 01:37:44 am
กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 1:37 AM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
 ;D จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน

 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut ที่ มกราคม 28, 2011, 01:56:58 am
นาย ศรายุทธ  เที่ยงแท้  วิศวกรรมโยธา 115330411001-4 เลขที่ 1 วันที่28/01/54 เวลา 01.56 ที่ หอพัก
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Suphakorn ที่ มกราคม 28, 2011, 03:03:24 am
กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 28 มกราคม 2554  เวลา 03.03 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซลล์ จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซลล์  3  เซลล์ สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: chatchai ที่ มกราคม 28, 2011, 01:26:11 pm
กระผม นาย ฉัตรชัย กล่อมเกลี้ยง  นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ  SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441232-8 เลขที่ 28      เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่
28 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 13.25  น.  สถานที่ หอพัก 4B

สรุปว่า

จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอัน มากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆ อีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Sonthaya Suwaros ที่ มกราคม 28, 2011, 01:31:30 pm
นายสนธยา สุวรส นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม รหัสประจำตัว 115040441089-8 วันที่ 28 ม.ค. 54  เวลา 13.30 น.ครับผม
สรุปได้ว่า
**จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้แต่จอจะมีเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว
**การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
**หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
**จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
**สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้
ครับ..


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: tongchai ที่ มกราคม 28, 2011, 03:21:35 pm
ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 28 มกราคม 2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 15.20น

กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว
 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: rungarun ที่ มกราคม 29, 2011, 04:45:49 pm
รุ่งอรุณ แย้มประดิษฐ์ รหัส 115340441246-8เลขที่36 sec 17 วิศวกรรมอุตสหการ
เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมา วันที่ 29/01/54 เวลา 16.45aw น. ที่บ้าน
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: jackmaco ที่ มกราคม 29, 2011, 10:48:02 pm
นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 29/01/54  เวลา 22:48 น. สถานที่ หอ เอื้อมเดือน
สรุป :
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้
 

 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sathian757 ที่ มกราคม 30, 2011, 02:05:03 am
นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 30/01/54  เวลา 02:05น. สถานที่ หอพัก นวนคร
สรุปว่า
   จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: suradet phetcharat ที่ มกราคม 30, 2011, 08:05:09 am
นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30 มกราคม 2554 เวลา  08.04 น.Office สำนักงานบริษัทไทยวัฒน์   
 จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน



หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sathian757 ที่ มกราคม 30, 2011, 03:05:46 pm
นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441215-3 เลขที่ 21เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน มกราคม  พศ.2554 เวลา 15:04 น.  สถานที่ ห้องพักนวนคร
  หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Utchima ที่ มกราคม 30, 2011, 04:30:53 pm
นางสาวอัจจิมา แขกสะอาด  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยการคอมพิวเตอร์ รหัส 115110905096-3
sec.02  เลขที่23  เรียนกับ ผ.ศ. จรัส  บุณยธรรมา ตอบกระทู้เมื่อ 30/01/54  สถานที่ บ้าน  เวลา 16.30  น.


           กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้
 
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sompol w. 53444 INE ที่ มกราคม 30, 2011, 04:57:40 pm
 :):)กระผม นายสมพล วงศ์ไชย คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441208-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน มกราคม พศ.2554 ที่ จันทร์เพ็ญอพาร์ทเมนท์ เวลา 16:57
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
    การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
    หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
    จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
     สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้
 
 


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: m_japakiya ที่ มกราคม 31, 2011, 04:07:40 pm
นาย มูฮำหมัดนาวี จะปะกียา  เลขที่ 2 sec 17 รหัส  115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชา วิศวกรรมโยธา   ณ บ้าน จรัญสนิทวงศ์  31-01-54  เวลา  16.07 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: saowapha ที่ มกราคม 31, 2011, 07:26:23 pm
นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น เลขที่ 14  รหัส 115110901082-7 sec 02 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์
วันที่ 31/1/54 เวลา 19.26 น. ณ ร้านเน็ต

    หน้าจอของแอลซีดีประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆ มากมายหลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ (Backlight) หน้าเซลจะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้นหนึ่งจุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3 เซลคือเซลสีแดงที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียวที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสามว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไรซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sarisa ที่ มกราคม 31, 2011, 07:28:53 pm
นางสาวาริศา พรายระหาญ คณะวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี 115110901018-1  เลขที่ 13วันที่31/01/54 เวลา 19.29ที่ร้านเน็ต

    จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Kitti_CVE2 ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 03:16:12 pm
กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ
วิศวกรรมโยธา sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 02/02/54 เวลา 15.14 น. ณ.ที่ทำงาน

 กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น จอแบนแบบแอลซีดี  หรือที่เราเรียกว่า จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว   มีหลักการทำงานแตกต่างจากโทรทัศน์ หลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เพราะว่าภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เราเรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: boatvivi ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 11:31:29 am
นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาตร์ sec 02 เลขที่ 1 เวลา 11.31 น. วันที่ 3 /2 /11

ไดเเข้ามาทำการทดลองเสมือนจริงแล้วค่ะ


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: ยุพารัตน์ หยิบยก ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:41:28 pm
นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: chaiyun ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 02:26:39 am
นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441215-3 เลขที่ 21เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 06/02/54 เวลา 2:25 น.  สถานที่ ห้องพักนวนคร
  หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง แต่ละเซลทำหน้าที่เหมือนกับจุดฟอสฟอรัสที่เคลือบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จอทีวีเราควบคุมความสว่างได้จากปริมาณกระแสที่พุ่งเข้าชนจุดฟอสฟอรัส จอแบนแอลซีดี  ใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้ แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Meena ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 03:33:51 pm
นายพสิษฐ์  แดงอาสา   รหัส 115330411011-3  sec.4 วิศวกรรมโยธา ณ บ้านเลขที่ 231/135
จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้ แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ (Backlight) หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ดังนั้น 1 จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล 3 เซล คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: sodiss ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 12:12:56 am
นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 9/02/54 เวลา 0.12. น. ที่ หอบ้านดวงพร  มีความคิดเห็นว่า       
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี (LCD)  คือหลักการโพลาไรเซชั่น หลักการผสมสีของแสงภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้  เกิดจากจุดสี  ซึ่งประกอบด้วยแม่สี  3  สี  คือ สีแดง  เขียว  และน้ำเงิน จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆนี้ว่า เซล   หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: shanonfe11 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:00:06 pm
นายชานนท์ ชุมพร   รหัส 115210417028-5    sec.02     เลขที่ 25 ณ หอฟ้าใสแมนชั่น   ตอบกระทู้วันที่  09/02/54  เวลา  17.59 น.
    จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
    การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
    หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
    จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
     สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆ อีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: somkid-3212 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:47:28 pm
นาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้
 :P :P :P


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Kitiwat ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 02:07:37 am
นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: NISUMA ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 01:10:37 pm


นางสาวนิสุมา พรมนวล  รหัส115110901010-8  เลขที่8  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์   
จอแบนแบบแอลซีดี หรือ จอแบนของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว มีหลักการผสมสีของแสงนั้นเหมือนกัน เกิดจากจุดสีซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง  เขียว และน้ำเงิน จอแบนแอลซีดีนั้นใช้ผลึกเหลวควบคุมความสว่างได้
การทดลองเรื่องผลึกของเหลว แสดงถึงการบิดผลึก จะได้เห็นว่า เมื่อใส่สนามไฟฟ้าเข้าไปจะมีผลต่อการเรียงตัวของโมเลกุล
หน้าจอของเครื่องคิดเลข การทดลองเป็นการจำลองมาจากหน้าจอของเครื่องคิดเลข เพื่อให้ง่ายเราจะแสดงตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกปุ่ม "Outside" ภาพที่เห็นคือ ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราได้เห็นจริง  แต่ถ้ากด "inside"จะได้เห็นการทำงานภายในของผลึกเหลว ซึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า และผลึกโมเลกุล
จอผลึกเหลว สามารถสร้างความแตกต่างของสีได้จากการเปลี่ยนความเข้มของสี เมื่อนำมาผสมกันจะได้สีหลากหลาย ใช้หลักการเดียวกันกับจอแอลซีดี
สีอันมากมายบนจอผลึกเหลว เมื่อต้องการปรับความเข้มของแสง ก็ไปปรับที่สนามไฟฟ้าแทนการผสมของสีที่ความเข้มแตกต่างกันก็จะเกิดสีอื่นๆอีกมากมายนับเป็นล้านๆสีได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: Kamphon ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 04:09:18 pm
นายกัมพล  มิ่งฉาย  นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 10-2-2011 เวลา 16.08 น. ที่วิทยบริการ
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี
ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ
ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย
หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้


หัวข้อ: Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000
เริ่มหัวข้อโดย: mypomz ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:17:48 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.17 สถานที่ หอพัก

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน