RmutPhysics.com

ฟิสิกส์ 2 => ทฤษฎีสัมพัทธภาพ => ข้อความที่เริ่มโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ กรกฎาคม 06, 2007, 10:21:18 am



หัวข้อ: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ฟิสิกส์ราชมงคล ที่ กรกฎาคม 06, 2007, 10:21:18 am
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก  คลิกค่ะ (http://www.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/virtual1/Michelson/Michelson1.html)


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: siwapat ที่ มกราคม 14, 2011, 02:03:54 pm
ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส 115330411024-6 เลขที่ 18 sec.4 วิศวกรรมโยธา เวลา 2.03 pm. วันที่ 14/1/54 ที่ตึกวิทยาศาสตร์ชั้น 7
   ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: mukkie ที่ มกราคม 16, 2011, 09:07:39 pm
นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่16ม.ค.54 เวลา21.05น. ที่บ้านตัวเอง
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: leonado_davinci ที่ มกราคม 19, 2011, 04:41:33 pm
Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/1/54 เวลา 4.41 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
       ;Dการทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment) ;D
     Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Nueng ที่ มกราคม 20, 2011, 07:03:47 pm
นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 ม.ค. 54 เวลา 19.05 น.
ณ คณะวิทย์  สรุปได้ว่า ....... 
    ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sutin ที่ มกราคม 21, 2011, 01:35:55 pm
 นาย สุทิน ศรีวิลัย รหัส 115340441222-9 เลขที่ 25 sec 17 สถานที่ บ.เจเอสออโตเวิร์ค วันที่ 21/1/2554 เวลา 13.35
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: watchaiza ที่ มกราคม 21, 2011, 04:47:17 pm
นายธวัชชัย   พลรักษ์  สาขาวิศวกรรมโยธา  sec.04  เลขที่ 34 
เข้ามาโพสท์ วันที่ 21/01/54  เวลา 16.47 น. สถานที่ บ้าพฤกษา
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: aecve ที่ มกราคม 21, 2011, 11:52:31 pm
กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  21  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  23.51 น
มีความเห็น               การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์





หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: aimz ที่ มกราคม 22, 2011, 01:28:28 pm
นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล รหัส 115110903068-4 sec.02

เข้าตอบกระทู้วันที่ 22 01 54 เวลา 13:28 น. สถานที่ วิทยบริการ

สรุปว่า...

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: rungniran ที่ มกราคม 23, 2011, 05:23:58 pm
ผมนายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411005-5 sec 04 เลขที่ 5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23/01/54 เวลา 17.23 pm ที่สวนสุทธิพันธ์
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง :o


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: THANAKIT ที่ มกราคม 23, 2011, 10:09:29 pm
 นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่วันที่  23 มกราคม 2554 เวลา22.10 น.   สถาน บ้าน
 ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2เท่า  กัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: amnuay cve2 ที่ มกราคม 24, 2011, 09:54:28 am
 :)กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 24/1/2554 ที่บ้าน เวลา 09.54 น. :D
    ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
  L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง; M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
   โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์





หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: soawanee ที่ มกราคม 24, 2011, 04:34:47 pm
นางสาว เสาวณีย์  อนันต์ sec.2 เลขที่72 รหัสนักศึกษา 1153109030532 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่16ม.ค.54 เวลา16.33น. ที่บ้านตัวเอง
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pichet ที่ มกราคม 24, 2011, 09:32:16 pm
กระผม นายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 24/01/54 เวลา 21.34 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: opisit ที่ มกราคม 25, 2011, 11:16:41 am
กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 25 เดือน มกราคม พ.ศ. 2553 ที่บ้าน เวลา 11:07 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ
  ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: heetoon ที่ มกราคม 25, 2011, 03:13:38 pm
นายราชันย์ บุตรชน  สาขาวิศวกรรมโยธา  sec.04  115330411047-7 
เข้ามาโพสท์ วันที่ 25/01/54  เวลา 15.13 น. สถานที่  Four B4

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sompol w. 53444 INE ที่ มกราคม 25, 2011, 10:32:09 pm
 :):)กระผม นายสมพล วงศ์ไชย คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441208-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 22 เดือน มกราคม พศ.2554 ที่ จันทร์เพ็ญอพาร์ทเมนท์ เวลา 22:31
 การทดลองของไมเคลสัน และมอร์เลย์
วัตถุประสงค์ของสมากรทดลองนี้ เพื่อที่จะหาความเร็วสมบูรณ์ของโลกเทียบกับอีเทอร์ที่อยู่นิ่ง หรือหาความเร็วในกรอบอีเทอร์ การวัดความเร็ว
ของแสงในกรอบเฉื่อยต่างๆ จะต้องมีผลเหมือนกันในระดับเดียว


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Sunti ที่ มกราคม 26, 2011, 10:00:27 am
Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  26/01/54  เวลา 10:00 น. ณ. หอป้าอ้วน
 การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
     Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pool ที่ มกราคม 26, 2011, 04:14:08 pm
นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 37
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 16.14 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: somphoch ที่ มกราคม 26, 2011, 10:18:31 pm
นายสมโภชน์  จิกกรีนัย sec.17 เลขที่34 รหัสนักศึกษา 115340441247-6 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหการ-การจัดการ ตอบวันที่ 26/01/54 เวลา22.25น. ที่บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: rungsan ที่ มกราคม 27, 2011, 09:22:30 am
นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 27/1/54 เวลา 9.20 น. สถานที่บ้าน
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Pathomphong ที่ มกราคม 27, 2011, 02:32:48 pm
นายปฐมพงศ์ พูนปก รหัส 115330411043-6 เลขที่ 36 sec 04 วิศวกรรมโยธา
เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมา เวลา 14.31 น. วันที่ 27/01/54 ที่หอลากูน
สรุปได้ว่า
  เมื่อลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้ ถ้าคุณจับโต๊ะจะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut sringam ที่ มกราคม 27, 2011, 03:05:11 pm
กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27 มกราคม 2554 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 15.05น
มีความคิดเห็นว่า
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: werayut rmutt ที่ มกราคม 27, 2011, 04:16:44 pm
นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 16.13 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: bankclash032 ที่ มกราคม 27, 2011, 06:57:46 pm
กระผม   นาย สุริยพงศ์  ทองคำ  นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
 sec 17 เลขที่ 24 รหัสประจำตัว115340441221-1
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่  27/1/54  เวลา 18.57 น. ณ.หอประสงค์
สรุปว่า
  การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
  พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
   สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ศราวุธ พูลทรัพย์ ที่ มกราคม 27, 2011, 07:24:44 pm
กระผมนายศราวุธ พูลทรัพย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411042-8 เลขที่  35 sec 04 เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้นี้ที่หอลากูล วันที่ 27/1/2554 เวลา 19.24 น
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: oOGIG...k} ที่ มกราคม 27, 2011, 07:48:51 pm
ผมนายชำนาญกิจ ศิริยานนท์ รหัส 115330411004-8 เลขที่ 4 sec.4 วิศวกรรมโยธา เวลา 07:47:46 pm  วันที่ 27/1/54
   ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: รัฐพล เกตุอู่ทอง ที่ มกราคม 27, 2011, 08:10:05 pm
กระผม นายรัฐพล  เกตุอู่ทอง นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441229-4 เลขที่ 26 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 20.10 น.  สถานที่ หอพักเฉลิมพล
 
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Monthon ที่ มกราคม 27, 2011, 10:44:46 pm
กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 27 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 22.44น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า
ออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

   



   






   



   



   




หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: attakron006@hotmail.com ที่ มกราคม 28, 2011, 01:14:41 am
กระผม นาย อรรถกร   จิตรชื่น นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441217-9 เลขที่ 22 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 28เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา    1.14น.  สถานที่ บ้านฟ้ารังสิต
ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2เท่า  กัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Piyarat Mounpao ที่ มกราคม 28, 2011, 04:37:10 pm
น.ส.ปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 42 รหัส 115210904050-9 กลุ่ม02 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา สถานที่ สำนักวิทยบริการ วันที่ 28/01/54 เวลา 16.36 น.
การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
           ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
             โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์





หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: alongkorn hunbuathong ที่ มกราคม 28, 2011, 05:12:14 pm
นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง รหัส 115330411026-1 เลขที่ 20  กลุ่ม 53341cve   Sec  4   สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา  วันที่ 28/1/54 เวลา 17.12 น . ณ  บ้านบางชันวิลล่า
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kambio ที่ มกราคม 28, 2011, 07:19:34 pm
นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  43  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  28  ม.ค.  2554   สถานที่  บ้าน  เวลา  19.18  น.

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: titikron ที่ มกราคม 28, 2011, 07:31:59 pm
นาย ฐิติกร  แก้วประชา รหัส 115330411022-0 เลขที่ 17 sec 4 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง วันที่ 28/01/54 เวลา 19.30 น. หอโฟร์บี 
 มีความเห็น               การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์



หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: tongchai ที่ มกราคม 28, 2011, 08:42:23 pm
 ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  28มกราคม 2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 20.42 น

ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kittisap ที่ มกราคม 28, 2011, 09:15:20 pm
กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  28 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 21.15 น.
ความคิดเห็นว่า
   L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: suppachok ที่ มกราคม 28, 2011, 11:51:11 pm
นาย ศุภโชค  เปรมกิจ วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411051-9เลขที่ 44 sec 04 สถานที่ บ้าน วันที่ 28/1/2554 เวลา 23.52 น.
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Penprapa ที่ มกราคม 29, 2011, 12:13:23 pm
นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร  เลขที่ 40 รหัส  115210904029-3 กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 29 มค 54 เวลา 12.13 น.  ณ วิทยะบริการ
   เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: tum moment ที่ มกราคม 29, 2011, 12:35:56 pm
 :)นายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 29 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 12.35น.
    ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
    เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: TanGMe ที่ มกราคม 29, 2011, 04:43:43 pm
นางสาวภัทรพร ผลอำไพ รหัสนักศึกษา 115110417062-6 เลขที่ 9 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 29  มกราคม 2554 เวลา 16.47 น. ที่หออยู่บ้านแมนชั่น
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: siwasit ridmahan ที่ มกราคม 29, 2011, 09:27:17 pm
นาย สิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์
นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
รหัส 115340441244-3  เลขที่ 33 sec.17
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 29 มกราคม 2554 เวลา 21.27น. ณ ร้านเน็ต

สรุปได้ว่า ....... 
    ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: rungarun ที่ มกราคม 29, 2011, 10:10:46 pm
นายรุ่งอรุณ  แย้มประดิษฐ์  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ รหัส 115340441246-8 SEC 17  เลขที่ 36
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา วันที่ 29 มกราคม 2554 เวลา 22.10 น.


Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pongpat ที่ มกราคม 29, 2011, 10:36:30 pm
กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 29  มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 22.36 น
สรุปได้ว่า ....... 
    ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: nachaya ที่ มกราคม 29, 2011, 10:39:48 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   29   มกราคม  2554 เวลา 22.40   น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก  

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: suradet phetcharat ที่ มกราคม 30, 2011, 07:58:27 am
นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30 มกราคม 2554 เวลา  07.58 น.Office สำนักงานบริษัทไทยวัฒน์   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
  L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง; M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
   โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Kunlaya ที่ มกราคม 30, 2011, 09:23:31 am
นางสาวกัลยา  เปรมเปรย  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 2  เลขที่  33
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30  มกราคม  2554 เวลา 09.20   น. ที่ หอพัก
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Utchima ที่ มกราคม 30, 2011, 06:52:51 pm
นางสาวอัจจิมา แขกสะอาด  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยการคอมพิวเตอร์ รหัส 115110905096-3
sec.02  เลขที่23  เรียนกับ ผ.ศ. จรัส  บุณยธรรมา ตอบกระทู้เมื่อ 30/01/54  สถานที่ บ้าน  เวลา 18.52  น.


        เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้าหากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงาสะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: jackmaco ที่ มกราคม 30, 2011, 07:19:28 pm
นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 30/01/54  เวลา 19:19 น. สถานที่ หอ เอื้อมเดือน
สรุป :
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: hatorikung_nutt ที่ มกราคม 30, 2011, 08:41:47 pm
 นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  30/01/54 เวลา20.41 ณ หอพักวงษ์จินดา
 
  สรุปว่า เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: satawat ที่ มกราคม 30, 2011, 08:48:12 pm
นายศตวรรษ  รัตนภักดี  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 2  เลขที่  34
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30  มกราคม  2554 เวลา 20.47   น. ที่ หอพัก
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Sirilak ที่ มกราคม 30, 2011, 08:50:30 pm
นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่30 sec.02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา วันที่30 มกราคม 2554 เวลา20.50น.

สรุปได้ว่า
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: chinnapot ที่ มกราคม 30, 2011, 11:34:00 pm
นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่30/01/54 เวลา23.34  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sathian757 ที่ มกราคม 31, 2011, 12:46:49 am
นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 31/01/54  เวลา 00:46น. สถานที่ หอพัก นวนคร
สรุปว่า
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: iinuyashaa ที่ มกราคม 31, 2011, 08:47:51 am
นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  31/1/2554  ที่บ้าน  เวลา 8:47 น.

สรุปได้ว่า

การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3x108 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Jutamat ที่ มกราคม 31, 2011, 01:42:06 pm
น.ส. จุฑามาศ เชื้ออภัย  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  sec.02  เลขที่ 44  รหัสนักศึกษา 115210904056-6    ผู้สอน อาจารย์จรัส  บุญยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 31/01/54  ณ หอพักสวัสดิการนักศึกษา มทร.ธัญบุรี    เวลา 13.42 น. 
สรุปว่า

เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้าหากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงาสะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: thanathammarat ที่ มกราคม 31, 2011, 01:46:28 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 13:46 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
  เมื่อลำแสงเอกนรงค์ ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว
- แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้าหากระ จกเงา m1
- แนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2
แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงาสะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t





หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ronachai ที่ มกราคม 31, 2011, 03:48:00 pm
นาย  รณชัย  รุกขวัฒน์   วิศวกรรมโยธา   115330411002-2  sce 4 
กะทู้เมื่อ  วันที่ 31 มกราคม 2554  เวลา  15.48 น. ณ  ห้องสมุดมหาลัย
มีความคิดเห็นว่า
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: chatchai ที่ มกราคม 31, 2011, 03:58:32 pm
กระผม นาย ฉัตรชัย กล่อมเกลี้ยง  นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441232-8 เลขที่ 28      เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่
31 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 15.58  น.  สถานที่ หอพัก 4B

สรุปว่า

ออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: m_japakiya ที่ มกราคม 31, 2011, 05:17:06 pm
การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
 นาย มูฮำหมัดนาวี จะปะกียา  เลขที่ 2 sec 17 รหัส  115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชา วิศวกรรมโยธา   ณ บ้าน จรัญสนิทวงศ์  31-01-54  เวลา  17.16 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา         
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
             โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์





หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: bobo ที่ มกราคม 31, 2011, 06:11:10 pm
นางสาว สุนิสา หมอยาดี sec.2 เลขที่74 รหัสนักศึกษา 115310903055-7 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์ วันที่31ม.ค.54 เวลา18.11น. ที่บ้าน
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่ 
   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3x10 8เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: nuubuoe ที่ มกราคม 31, 2011, 06:53:06 pm
นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903040-9 sec.02 เลขที่ 63 ตอบกระทู้เมื่อ 31/01/54 เวลา18.53 น.ที่บ้าน
  :oสรุปได้ว่า
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: mildfunta ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:33:41 pm
นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 12.29 น. ณ shooter internet cafe'
การทดลองนี้ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์  DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้นเนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียดอุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับจึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้ ถ้าจับโต๊ะจะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือนแม้เพียงเล็กน้อยโดยไม่สามารถสังเกตเห็นริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: namwhan ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:56:24 pm
นางสาว พรรณฐิณี  โสภาวนัส sec.2 เลขที่56 รหัสนักศึกษา 115310903033-4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่1/02/54   13.12น.ร้าน shooter
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Chantana ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:57:21 pm
นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1/02/2554 เวลา 12:56 สถานที่ Shooter Internet
   Interferometer ชนิดไมเคิลสัน เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆได้ เช่น การเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกาาการสั่นไหว  หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นได้ เช่น อุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก  
เครื่องมือไมเคิลอินเทอรือินเตอร์-ฟีรอมิเตอร์ ใช้ในการวัดความยาวได้อย่างแม่นยำและละเอียด  อาศัยหลักการแทรกสอดของแสง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: siripornmuay ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:12:40 pm
นางสาวศิริพร สนเผือก นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 70 รหัส 115310903051-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1/02/2554 เวลา01.09 สถานที่ Shooter Internet
เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษากาสิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง   
อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้นรสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: soawanee ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:13:20 pm
นางสาวเสาวณีย์  อนันต์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 1153109030532 sec.02 เลขที่ 72 ตอบกระทู้เมื่อ 01/02/54 เวลา13.12 น.ที่บ้าน
   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3x10 8เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: IIKWANGSTSTII ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:31:21 pm
นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 01/02/2554 เวลา 13.29 สถานที่ Shooter cafe'
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้าหากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงาสะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: bear ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:32:39 pm
กระผม นายอุดม  แก้วชู   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411034-5เลขที่ 28 วันที่ 01/02/54 เวลา 13.32 น. หอพักมณีโชติ เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: suchart ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 02:42:17 pm
กระผม  นายสุชาติ สุวรรณวัฒน์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์   เลขที่ 31   sec.  2   
รหัสประจำตัว  115210441230-7
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1  เดือน กุมภาพันธุ์   พ.ศ.  2554   ที่  หอ พัก  เวลา.  14.42 น
มีความเห็น               การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: nutthaporn ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 03:03:18 pm
นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 01/02/2554 เวลา 15.03 สถานที่ หอ ZOOM

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kitima ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 06:23:27 pm
นางสาวกิติมา  รัตโนทัย sec 02 เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 01/02/2554 เวลา 18.23น. สถานที่ zoom

-ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง (BS) ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น 2แนว   โดยลำแสงลำแรก ทะลุผ่านไปยังกระจก M2 ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม 90 องศาไปยังกระจก M1 ระยะทางจากกระจก BS ไปยังกระจก M1 และ M2 เท่ากันลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1 ผ่านกระจกแยก BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sarisa ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 06:37:58 pm
นางสาวสาริศา พรายระหาญ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์  รหัส 115110901018-1 sec.02 เลขที่ 13
เข้าตอบกระทู้วันที่ 1/2/54 เวลา 18.37 น. ณ.ร้านเน็ต

สรุปว่า...
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
    โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา

การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: saowapha ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 07:42:10 pm
นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทยาศาสตร์  สาขาคณิตศาสตร์ รหัส 115110901082-7  sec.02  เลขที่ 14 
เข้ามาโพสท์ วันที่ 1/02/54  เวลา 19.41 น. ณ.ร้านเน็ต

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sasithorn ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:44:10 pm
นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec02 รหัส 1153109030102 เลขที่ 49 วันที่ 1/1/54 เวลา 22.41 ณหอใน
ลำเเสงที่สะท้อนจากกระจกเเยก BS เเละทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำเเสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกเเยก BS เเละสะท้อนที่ฉาก s เกิดการเเทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pitak ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 11:58:14 pm
นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 01/02/2554 เวลา 23.58 น. สรุปได้ว่า
การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
     Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pollavat ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 08:46:58 am
นายพลวัฒน์ คำกุณา  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตหสาหการ-การจัดการ sec04  รหัสประจำตัว115330441219-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุณยธรรมมา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อ วันที่ 2  เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ 2554  เวลา 08:46 น. สถานที่ หอพักZoom
มีความคิดเห็นว่า:
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Kitti_CVE2 ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 03:32:45 pm
กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ
วิศวกรรมโยธา sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 02/02/54 เวลา 15.30 น. ณ.ที่ทำงาน

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1  ผ่านกระจกแยก  BS และทะลุผ่านไปยังฉาก  S  ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M2  ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S  เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S  เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Sonthaya Suwaros ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 03:35:19 pm
นายสนธยา สุวรส นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม รหัสประจำตัว 115040441089-8 วันที่ 02 ก.พ. 54  เวลา 15.35 น.ครับผม
สรุปการทดลองได้ว่า.
         ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก  
        โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
         การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
         Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก  
        สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
         ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
ครับ......


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: tanongsak wachacama ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 03:57:37 pm
  กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 02/02/2554 เวลา15.56 น. ที่spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นดังนี้
       ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 06:31:22 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 18.30 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: minisize15 ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 06:40:44 pm
Interferometer ชนิดไมเคลสัน เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก
สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
 ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่ และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย เช่นความร้อนจากมือ ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น ผลของอุณหภูมิจะลดลง

นายจตุรงค์ ใยเทศ 115110905036-9 เลขที่ 22 sec 2


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sodiss ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:12:02 pm
นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 2/02/54 เวลา 21.11. น. ที่ หอบ้านดวงพร  มีความคิดเห็นว่า

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Nitikanss ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:20:20 pm
นางสาวนิติการณ์ รัตนบุรี  sec.2 เลขที่71 รหัสนักศึกษา 115310903052-4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่ 2 กพ.54 เวลา21.19น. ที Banoffee
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kodchaporn ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:46:34 pm
น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่  2 ก.พ. 2554 เวลา  21.46 น.   สถานที่ บ้าน
สรุปได้ว่า...

 การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: aomme ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:56:18 pm
น.ส ศรัญญา เพชรแก้ว  เลขที่ 45   sec 02 รหัส 115310903022-7 สาขา สถิติ   วัน 02/02/54  เวลา 21.49  สถานที่ บ้าน

การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
  พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
   สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Jantira ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 01:19:48 pm
นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์ sec.2 เลขที่64 รหัสนักศึกษา 115310903042-5 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ วันที่3/02/54 เวลา13.19น.  ณbanoffee
สรุป
 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: namtan ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 02:10:17 pm
ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 3 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 14.10น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10นิ้ว เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง(BS) 
ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น 2 แนว โดยลำแสงลำแรกทะลุผ่านไปยังกระจกM2 ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม 90 องศาไปยังกระจกM1 ะยะทางจากกระจกBS ไปยังกระจกM1   และ M2 เท่ากัน ลำแสงที่สะท้อนจากกระจกM1 ผ่านกระจกแยกBS และทะลุผ่านไปยังฉากS ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจกM2 ไปที่กระจกแยกBS และสะท้อนไปที่ฉากS   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉากS เลนส์DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้ง่าย


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: LeeOa IE'53 SEC.17 ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 08:07:20 pm
กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 3 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2554 เวลา 8:08 PM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Biwtiz ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 09:40:46 pm
น.ส กชพรรณ นาสวาสดิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903036-7 เลขที่ 59 sec 02
ตอบกระทู้วันที่ 3 ก.พ 54 เวลา 21.40 น. สถานที่ บ้านคลอง 6
สรุปผลการทดลอง   
      ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1   ผ่านกระจกแยก BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2  ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S  เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S  เลนส์ DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้ ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
     สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนมีหลายอย่างดังเช่น รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลงอุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่ และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย เช่นความร้อนจากมือ ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Narumol ที่ กุมภาพันธ์ 03, 2011, 10:49:27 pm
น.ส.นฤมล  กำลังฟู รหัสนักศึกษา 115210417031-9 No.26 Sec.02
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: wuttipong ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:20:46 pm
ผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา รหัส 115330411029-5 Sec.04 เลขที่ 23 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 04/02/2554 เวลา17:20 น. ที่หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1   ผ่านกระจกแยก BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2  ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S  เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S  เลนส์ DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
    เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้ ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
    สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนมีหลายอย่างดังเช่น รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลงอุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่ และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย เช่นความร้อนจากมือ ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: lor_lexCVE2 ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:54:54 pm
นายสุรพงษ์  จำปานาค วิศวกรรมโยธา รหัส 115340411107-8 เลขที่ 5 sec 17 สถานที่ บ้าน วันที่ 4/1/2554 เวลา 17.55
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: narongdach ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 06:38:58 pm
นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 4/02/54  เวลา 18:37น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Bifern ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:00:10 pm
นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 48 รหัสนักศึกษา 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 04/02/2554 เวลา 19.57  สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปผลการทดลอง   
    ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S  ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจกM2  ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S  เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S  เลนส์ DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอด  ถ้าคุณจับโต๊ะจะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน  สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนมีหลายอย่างดัง เช่น  รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลงอุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น  ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่ และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ความร้อนจากมือ ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน  อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Kamphon ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:32:22 pm
นายกัมพล  มิ่งฉาย  นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 4-2-2011 เวลา 20.32 น. ที่วิทยบริการ
เมื่อลำแสงออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศน์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Suphakorn ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:47:31 pm
กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 20.47 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sangtawee ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:27:44 pm
กระผมนายแสงทวี พรมบุตร นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา รหัส 115330411035-2 Sec.04 เลขที่ 29 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 04/02/2554 เวลา23:27 น. สถานที่หอพัก FourB5
มีความเห็นว่า
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ยุพารัตน์ หยิบยก ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:51:53 pm
นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Kotchapan ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 02:07:04 am
นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 05/02/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 02.02 น.

การทดลองนี้เป็นการทดลองเพื่อหาความเร็วสมบูรณ์ของโลกเทียบกับ Ether ที่อยู่นิ่ง
ใบบันทึกผลการทดลอง

ปรับ  Light  speed  =  10 pix/frame

Aether speed  = 0.5    ,    set-up  roatation  = 30

กดปุ่ม  play

บันทึกผล

Time  travelled

ลูกศรสีแดง ____62_____ frame
 
ลูกศรสีเขียว ___63_____ frame
 
หมุนโต๊ะไป  90  องศา   (set-up  roatation  = 120)

Time  travelled

ลูกศรสีแดง ____61_____ frame
 
ลูกศรสีเขียว ____62_____ frame

จากการทดลอง Ether มีผลต่อการเคลื่อนที่ของแสงหรือไม่เพราะเหตุใด
ตอบจากการทดลอง Ether มีผลต่อการเคลื่อนที่ของแสงได้ไม่มากเพราะค่าจากการทดลองออกมาไม่ต่างกันมาก
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: thabthong ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 02:32:01 pm
กระผมนาย รัตชานนท์ ทับทอง นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441203-0  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 14.31 น. ที่วิทยะ
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
        โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
         การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
         Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
        สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
         ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: surachet ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 04:40:39 pm
กระผมนาย สุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441210-5  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 16.40 น. ที่ บ้าน
มีความคิดเห็นว่า
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Tarintip ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 07:43:31 pm
นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec02 เลขที่ 66 ตอบกระทู้วันที่ 5/02/54 เวลา 19.31 สถานที หอใน
L= แสงเลเซอร์ ,DL= เลนส์เว้า ,BS= กระจกแยกแสง, M1= กระจกM1, M2= กระจกM2, S= ฉาก
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้ายและค้างไว้  หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลางโต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และคลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวาโต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองนี้พิสูจน์ได้ว่า
1.คลื่นแสงที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว c=3*10^8 เมตร/วินาที เมื่อเทียบกับอีเทอร์และความเร็วสัมพัทธ์ของแสงเทียบกับวัตถุที่เคลื่อนที่อื่นๆผ่านอีเทอร์ จะต้องมีค่าความเร็วแสง c
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: watit ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:10:00 pm
กระผมชื่อนายวาทิต บุพศิริ นักศึกษา CVE2 สมทม SEC 17 รหัส 115340411106-0
เข้ามาตอบเมื่อ   5/02 /2011    เวลา 10.05pm.     ที31/1859 มบ.พฤกษา12-รังสิตคลองสาม

Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
     
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: natthapon ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:58:30 pm
กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 23.02 น.
   ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   
ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL
 ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ
 จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   
ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง
 อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: chaiyun ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 02:49:08 am
นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441215-3 เลขที่ 21เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 6/02/54 เวลา2.47 น.  สถานที่ ห้องพักนวนคร
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Thaweesak ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 02:44:37 pm
นายทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส115330411008-9sec 04 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 6/02/54 เวลา14.44  สถานที่หอมาลีแมนชั่น
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: civil kang ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 03:47:11 pm
นาย สราวุฒิ ดีดวงพันธ์  115330411028-7  sec 4  วิศวกรรมโยธา วันที่ 6/2/2554  15:47
 ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: PoxyDonZ ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 03:56:26 pm
นาย สุรศักดิ์ ด้วงใจจิตร รหัส 115330411036-0 วิศวกรรมโยธา เวลา 3.56 pm. วันที่ 6 ก.พ. 54 สถานที่ หอร์ โฟร์บี 2

 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Meena ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 04:47:01 pm
พสิษฐ์   แดงอาสา  รหัส 115330411011-3  sec.4 วิศวกรรมโยธา ณ บ้านเลขที่ 231/135

 ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้ ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
 สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น รถวิ่งผ่าน คนเดินผ่าน จานตกแตก หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่ และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย เช่นความร้อนจากมือ ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: KanitaSS ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2011, 06:46:43 pm
นางสาวคณิตา สุดจิตร์ นศ.คณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติประยุกต์ Sec2 รหัส115310903030-0เลขที่53  วันที่06/02/54 เวลา18.46น.สถานที่บาน็อฟฟี่ เพลส
สรุปได้ว่า  ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sarayut ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 03:29:01 am
นาย ศรายุทธ  เที่ยงแท้  วิศวกรรมโยธา 115330411001-4 เลขที่ 1 วันที่7/02/54 เวลา 03.28 ที่ หอพัก
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ittiwat ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:12:15 am
นายอิทธิวัตร จิตต์มั่นคงกุล  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903037-5 เลขที่ 60 sec 2 วันที่ 7/02/54 เวลา 10.10 น. สถานที่ บ้าน
เมื่อลำแสงเอกนรง ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้า
หากระจกเงา m1 และแนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2 แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา
สะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Mickey2010 ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 11:08:14 am
นางสาวปัทมา  วงษ์แก้วฟ้า เลขที่61 รหัส 115310903038-3 sec 02 สาขาสถิติประยุกต์  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 11.06 สถานที่ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
L= แสงเลเซอร์ ,DL= เลนส์เว้า ,BS= กระจกแยกแสง, M1= กระจกM1, M2= กระจกM2, S= ฉาก
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้ายและค้างไว้  หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลางโต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และคลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวาโต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองนี้พิสูจน์ได้ว่า
1.คลื่นแสงที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว c=3*10^8 เมตร/วินาที เมื่อเทียบกับอีเทอร์และความเร็วสัมพัทธ์ของแสงเทียบกับวัตถุที่เคลื่อนที่อื่นๆผ่านอีเทอร์ จะต้องมีค่าความเร็วแสง c
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Khuarwansiriruk ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 11:29:16 am
น.ส.เครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 62 sec 02 ID:115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์  เวลา 11.30    น. วันที่  7-2-54 กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่าลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐพงษ์ สันทะ ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 03:22:32 pm
กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_7  เดือน_02  พศ_2554   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_15.21
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น 
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: dararat ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 04:59:46 pm
นางสาวดารารัตน์ นิรันต์เรือง รหัส 115210904035-0 sec 02 เลขที่ 41 คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนจรัส บุญธรรมา เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวัน 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 16:59 ณ ห้องพักส่วนตัว ซ.zoom
สรุปได้ว่า
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 
โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: sumintra ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:59:16 pm
นางสาวสุมินตรา  งามสมบัติ เลขที่ 36 รหัส 115210452022-4 sec 2
ตอบกระทู้วันที่  7 ก.พ  2554  เวลา 19.59  ที่หอพัก

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ratthasart ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:10:34 pm
ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
sec 4 รหัส 115330441218-8 เลขที่ 61 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7 กุมภาพันธ์  2554 เวลา  22.10น. ที่ ห้องพัก
มีความคิดเห็นว่า
     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: alicenine ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 10:25:22 am
นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 35

ตอบกระทู้ เมื่อ 08/02/54  เวลา 10.25 น.  ที่ หอพัก


ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก

โต๊ะ จะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Pratanporn ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 10:56:52 am
นายประทานพร  พูลแก้ว นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 75 รหัส 115310903057-3 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 08/02/2554 เวลา 10:54 สถานที่ บ้าน
Interferometer ชนิดไมเคิลสัน เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆได้ เช่น การเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกาาการสั่นไหว  หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นได้ เช่น อุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก 
เครื่องมือไมเคิลอินเทอรือินเตอร์-ฟีรอมิเตอร์ ใช้ในการวัดความยาวได้อย่างแม่นยำและละเอียด  อาศัยหลักการแทรกสอดของแสง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Eakachai_ie ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 11:22:24 am
นายเอกชัย สงวนศักดิ์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัส 115040441086-4 sec 02 เลขที่ 6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 08/02/54 เวลา 11.21 ที่หอมาลีแมนชัน
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: toonpccphet ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 09:53:56 pm
นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 08/02/2554 เวลา 21:53  ณ บ้าน
Interferometer ชนิดไมเคิลสัน เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆได้ เช่น การเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกาาการสั่นไหว  หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นได้ เช่น อุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก 
เครื่องมือไมเคิลอินเทอรือินเตอร์-ฟีรอมิเตอร์ ใช้ในการวัดความยาวได้อย่างแม่นยำและละเอียด  อาศัยหลักการแทรกสอดของแสง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Thatree Srisawat ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 09:59:50 pm
นายธาตรี ศรีสวัสดิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขา สถิติประยุกต์ sec 02 รหัส 115310903061-5 เลขที่ 77 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554เวลา21.58น. ที่บ้าน สรุปว่า    ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อน
จากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่าง
บนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
     เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   
ถ้าคุณจับโต๊ะ จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น
ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Chanon_non26 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 10:38:55 am
ชานนท์ พงษ์ไพโรจน์ รหัส 115310903029-2 เลขที่ 52 sec2 เวลา 10:38วันที่ 9/2/54 ;วิทยบริการ
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: mongkhonphan ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 03:03:59 pm
นายมงคลพันธ์ แซ่หลี  วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411039-4  sec.04  เลขที่ 32  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 09/02/2554  เวลา 15.03 น.  ที่ หอลากูน
   ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: ponyotha ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:03:00 pm
ผมนายวรีพล  นุ่มน้อย  เลขที่ 11 115330411014-7  วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง  sce 4  วันที่ 09/02/2554  เวลา 16.02 น.  อยู่เจริญแมนชั่น
      ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
     


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: shanon_ie ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:45:48 pm

นาย ชานนท์ วรรณพงษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ  รหัส115040441083-1 sec 2 เลขที่ 5
เรียนกับอาจารย์ ผศ. จรัส  บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 9 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554   เวลา 16.45 สถานที่ หอพัก


การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
     Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Nhamtoey ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:49:29 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 16.45 น. ที่ หอพักโอนิน5
     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Benjawan Onnual ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:50:38 pm
นางสาวเบญจวรรณ  อ่อนนวล  เลขที่ 55 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาสถิติประยุกต์ ตอบกระทู้เมื่อ 9/2/2554 เวลา 16.50 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน

     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
              L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง; M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก  
    โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: boatvivi ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:22:25 pm
นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ sec 02 เลขที่ 1 เวลา 17.22น. วันที่ 9 ก.พ. 2554

ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้แล้วค่ะ


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Phatcharee ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:30:00 pm
นางสาวพัชรี  มากพิ้ม  เลขที่ 18 รหัส 115110903048-6 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 9 /02/2554 เวลา 17.29 น.
สถานที่ บ้าน สรุปได้ว่า ........
 ::)Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: somkid-3212 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:27:13 pm
นาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก 

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
 :P :P :P


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: shanonfe11 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:31:43 pm
นายชานนท์ ชุมพร   รหัส 115210417028-5    sec.02     เลขที่ 25 ณ หอฟ้าใสแมนชั่น   ตอบกระทู้วันที่  09/02/54  เวลา 18.31  น.
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น
  L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง; M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก
   โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา   การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์



หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: 00sunisa00 ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:45:59 pm
น.ส.สุนิศ่า   ชมมิ   sec.2   เลขที่ 46   115310903001-1   สาขาสถิติ   วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 19.46 น.   ณ ร้านอินเตอร์เน็ต
                  ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
                       เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
                       สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: watcharich ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 08:01:00 pm
ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์ คณะวิศวกรรมโยธา รหัส 115040411037-3 sec 02 เลขที่ 4 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 9/2/54 เวลา 19.55 ที่บ้าน

สรุปว่า

       การทดลองของ (Michelson-Morley  Experiment)
     อุปกรณืที่ใช้ในการวัดแสงเป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ใช้ศึกษาการสั่นไหว  เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
     
     สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้จะตรวจจับได้

     


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kranjana ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 11:23:58 pm
นางสาวกาญจนา  แสงวงศ์ สาขาชีววิทยา  sec.0/  เลขที่ 45 115210904068-1 
เข้ามาโพสท์ วันที่ 9/2/54  เวลา 23.23 น. สถานที่ หอใน
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Kitiwat ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 02:18:11 am
นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: udomporn ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 01:03:45 pm
นาย อุดมพร พวงสุวรรณ วิศวกรรมโยธา 115330411025-3 เลขที่ 19 sec.04 วันที่ 10/2/54 เวลา 13.03 ณ.ที่หอลากูน

เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: NISUMA ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 01:18:59 pm

นางสาวนิสุมา พรมนวล  รหัส115110901010-8  เลขที่8  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์   
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: oOGIG...k} ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 04:38:55 pm
ผมนายชำนาญกิจ ศิริยานนท์ รหัส 115330411004-8 เลขที่ 4 sec.4 วิศวกรรมโยธา เวลา 04:40:07 pm  วันที่ 10/2/54
 
  Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Pichat Soysamrong ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 04:57:07 pm
กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec. 04 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 16.56 น.
สรุปได้ว่า
  ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ   เหนือจากพื้นโต๊ะประมาณ  8-10  นิ้ว   เปิดสวิทซ์ให้แสงเลเซอร์ฉายไปยังกระจกแยกลำแสง  (BS)  ซึ่งจะแยกลำแสงออกเป็น  2  แนว   โดยลำแสงลำแรก  ทะลุผ่านไปยังกระจก  M2   ส่วนลำที่สองสะท้อนเป็นมุม  90  องศาไปยังกระจก  M1   ระยะทางจากกระจก BS  ไปยังกระจก  M1   และ  M2  เท่ากัน   
ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: Thamanoon ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 05:26:57 pm
ผมนายธรรมนูญ พุทธวงษ์   คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา   sec 04 รหัส  115330411009-7 เลขที่ 9
เรียนกับ อ. จรัส  บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 ที่บ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา 17.27 น.
มีความเห็นว่า
           ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
           เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: potchapon031 ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2011, 05:47:57 pm
นาย ภชพน เกตุวงศ์  เลขที่ 25  รหัส 115330411031-1 sec.04 วันที่ 10/02/2554
วิศวกรรมโยธา  เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณญธรรมา  สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น เวลา 17.46 น.

ใบบันทึกผลการทดลอง
ปรับ  Light  speed  =  10 pix/frame
Aether speed  = 0.5    ,    set-up  roatation  = 30
กดปุ่ม  play
บันทึกผล
Time  travelled
ลูกศรสีแดง ____62_____ frame
ลูกศรสีเขียว ___63_____ frame
 หมุนโต๊ะไป  90  องศา   (set-up  roatation  = 120)
Time  travelled
ลูกศรสีแดง ____61_____ frame
ลูกศรสีเขียว ____62_____ frame

จากการทดลอง Ether มีผลต่อการเคลื่อนที่ของแสงหรือไม่เพราะเหตุใด
ตอบจากการทดลอง Ether มีผลต่อการเคลื่อนที่ของแสงได้ไม่มากเพราะค่าจากการทดลองออกมาไม่ต่างกันมาก


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: kangsachit ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 12:37:11 am
นายกังสชิต  จิโน รหัส115330411017-0 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา เลขที่ 14 sec.4 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 11/02/2554 เวลา 00.37 น. สถานที่ มาลีแมนชั่น
การทดลองของไมเคลสัน และมอร์เลย์
วัตถุประสงค์ของสมากรทดลองนี้ เพื่อที่จะหาความเร็วสมบูรณ์ของโลกเทียบกับอีเทอร์ที่อยู่นิ่ง หรือหาความเร็วในกรอบอีเทอร์ การวัดความเร็วของแสงในกรอบเฉื่อยต่างๆ จะต้องมีผลเหมือนกันในระดับเดียว


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: aek cve rmutt ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 03:00:01 am
นาย เอกชัย  เสียงล้ำ  115330411046-9 sec 4 วิศวกรรมโยธา กลุ่ม 53341 เวลา 2.59
Interferometer  ชนิดไมเคลสัน  เป็นอุปกรณ์ทางแสงใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ได้ เช่นการเลื่อนตำแหน่งที่น้อยมากๆ ซึ่งใช้ศึกษาการสั่นไหว หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ได้ เช่นอุณหภูมิ ความเร็วในการไหลของอากาศ ความหนาของฟิล์มที่เคลือบกระจก   
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง

 


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: pisan mulchaisuk ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 07:21:41 am
กระผมนาย ไพศาล มูลชัยสุข นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441215-4  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 7.21 น. ที่หอพักเลิศวิจิตร
มีความคิดเห็นว่า
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
      ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง


หัวข้อ: Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment)
เริ่มหัวข้อโดย: mypomz ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:27:37 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.27 สถานที่ หอพัก

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง