RmutPhysics.com
มกราคม 21, 2021, 09:23:41 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 5
1  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์นิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:34:26 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.30น. ที่ หอพักโอนิน5

สารกัมมันตภาพรังสี คือ ธาตุที่สามารถให้พลังงานออกมาในรูปแบบอนุภาค เช่น แอลฟา บีตาหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา เกิดจากการที่มีนิวเคลียสของธาตุเหล่านี้อยู่ในสภาวะไม่เสถียรนิวเคลียสเหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาจึงกระทั่งนิวเคลียสเหล่านี้อยู่ในสภาวะเสถียร
2  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: ระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:31:53 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.27น. ที่ หอพักโอนิน5

ระเบิดนิวเคลียร์เกิดจาก แรงยึดเหนี่ยวของอนุภาคต่างๆไว้ในนิวเคลียส วิธีที่จะดึงพลังจาดอะตอมมี 2 วิธี คือ นิวเคลียร์ฟิชชั่นและนิวเคลียร์ฟิวชั่น ภายในระเบิดนิวเคลียร์จะประกอบด้วย เชื้อเพลิงสำหรับปฏิกิริยาฟิชชั่นและฟิวชั่น อุปกรณ์ทิกเกอร์ และนิวตรอนเจนเนอเรเตอร์ ในการระเบิดของนิวเคลียร์นั้นจะต้องใช้ตัวกระตุ้นคือ การใช้ปืนกระตุ้นของเจ้าหนูน้อย และการใช้ระเบิดกระตุ้นของเจ้าหมูอ้วน ผลของการระเบิดของนิวเคลียร์จะเป็นการระเบิดทำลาย มนุษย์และอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนใหญ่ การระเบิดจะทำให้เกิด คลื่นความร้อน ความดันจากคลื่นกระแทก สารกัมมันตรังสี ฝุ่นละอองของผงรังสี
3  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หญิงเหล็กกับเรเดียม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:26:52 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.22 น. ที่ หอพักโอนิน5

มารี สโกล์ดอฟสกา เกิดในบ้านเลขที่ 16 ถนนเฟรตา กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ อาคารหลังนี้ ได้รับการบูรณะเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงผลงานและชีวิตของมารี กูรี มารี กูรี เป็นหนึ่งในคณะผู้บุกเบิกในการวิจัยเรื่องกัมมันตภาพรังสีเธอเป็นผู้ค้นพบเรเดียม ซึ่งเปล่งกัมมันตภาพรังสีออกมาโดยธรรมชาติในขณะที่อะตอมแตกตัว เธอศึกษาค้นคว้าวิจัยในยุคที่ยังไม่มีใครรู้จักมหันตภัยของกัมมันตภาพรังสี ต้องดิ้นรนทำงานด้วยความขาดไร้ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุน หรือการยอมรับนับถือจากสังคมรอบด้าน ทำงานหนักสายตัวแทบขาดทั้งๆที่ป่วยไข้ในระดับที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทานทนได้ และต้องฝืนกระแสความเชื่อประจำยุคนั้นที่ว่า ผู้หญิงไม่มีทางเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้  ในท้ายที่สุด มารีกูรี ก็ประกาศศักดิ์ศรีนักวิทยาศาสตร์ให้ผู้คนประจักษ์กันทั่วโลก
4  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ไอโซโทป เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:22:00 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.17น. ที่ หอพักโอนิน5

ไอโซโทปคืออะตอมของธาตุเดียวกันมีจำนวนโปรตอนเท่ากันแต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกัน  ธาตุไฮโดรเจนมีสามชนิด  ไฮโดรเจนชนิดที่หนึ่งไม่มีนิวตรอนอยู่ในบริเวณนิวเคลียสเลย  เราเรียกไฮโดรเจนชนิดนี้ว่าไฮโดรเจนธรรมดา  ไฮโดรเจนชนิดที่สองมีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสหนึ่งนิวตรอน  เรียกว่าไฮโดรเจนหนักหรือดิวทีเรียม   ไฮโดรเจนชนิดที่สามมีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสสองนิวตรอน  เรียกชื่อว่า   Trituum   ดิวทีเรียมและทริเซียมเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน
5  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: โครงการแมนแฮตตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:17:13 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.13น. ที่ หอพักโอนิน5

พลังงานที่เปลี่ยนแปลงสามารถอธิบายได้ด้วยสมการ E = MC2 ของไอน์สไตน์ หมายถึงว่าที่ไอน์สไตน์ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้นั้นไม่ได้เป็นเรื่องเหลวไหล แต่เป็นกุญแจที่ไขไปสู่การปลดปล่อยขุมพลังอันมหาศาลที่มีอยู่ในอะตอม ให้เป็นพลังงานนิวเคลียร์
ไอน์สไตน์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ. 1921 หลังจากฮิตเลอร์เรืองอำนาจ ไอน์สไตน์ ก็ลี้ภัยจากเยอรมันไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
6  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือน เรื่องการหาอนุกรมการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:13:14 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 21.09น. ที่ หอพักโอนิน5

เมื่อเลือกTh232 จะเห็นว่าแท่งกราฟสีแดงจะลดลงอย่างลวดเร็วและแท่งกราฟPb208จะพุ่งสูงขึนและtimestep 1.39
เมื่อเลือก u238 จะเห็นว่ามีตัวธาตุเพิ่มขึ้น u234 Th230 Ra226 Pb210 Pb206 กราฟจะพุ่งขึ้นทางด้าน pb210 ตามลำดับ
และจะค่อยๆลดลงแต่แท่งกราฟจะไม่สูงขึ้นจนสุด แต่ธาตุ Pb206 จะใม่ลง
เมื่อ เลือกPu2411 จะเห็นว่ามีธาตุ Pu241 Am241 Np237 U233 Th229 เมือกดปุ่ม Animate จะเห็นว่ามีการพุ่งขึ้นของกราฟทั้งหมดโดยเรียงตามลำดับ จากนั้นจะค่อยลดลง
 
7  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: นิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 09:01:09 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 20.57 น. ที่ หอพักโอนิน5

1    กิจการอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม เช่นการฉายรังสีผกผลไม้เพื่อการส่งออก
2  ด้านการแพทย์และอนามัย
เวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) คือการนำเอาสารรังสีหรือ รังสีมาใช้ในการตรวจ การรักษา และด้านการค้นคว้าศึกษาการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกายเพื่อช่วยในการตรวจวิเคราะห์หรือรักษาโรค บรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และย่นระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล ตัวอย่างบางส่วนของการใช้สารรังสี หรือรังสีด้านการแพทย์
3 ด้านการเกษตร ชีววิทยา และ อาหาร
ประเทศไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ ของผลิตผลซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทมากขึ้น
8  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: ทดสอบออนไลน์เรื่องระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 08:59:47 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 20.55น. ที่ หอพักโอนิน5
เลือกทำ 5 ข้อ ทำได้ 5 ข้อ
9  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: วีดีโอเรื่อง ต้นกำเนิดของแสงเลเซอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 08:02:11 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.58 น. ที่ หอพักโอนิน5

การค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเลเซอร์ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1960 โดย ทีโอดอร์ ไมแมน (Theodore Maiman) ที่สถาบันวิจัย ฮิวจ์ (Hughes Research Laboratories) ทุกวันนี้เลเซอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลายพันล้านดอนล่าร์ ผลผลิตจากงานวิจัยเลเซอร์ และกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย มีให้เห็นอย่างเช่น แผ่นดีวีดี แผ่นซีดี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องอ่านบาร์โค้ด อุปกรณ์ตัดโลหะด้วยเลเซอร์ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเลเซอร์มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ หรือแม้กระทั่งด้านการทหาร ก็เพราะว่าเลเซอร์สามารถควบคุมความยาวคลื่นตามที่ต้องการได้
     แสงเลเซอร์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความยาวคลื่นใดความยาวคลื่นหนึ่งในแถบสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจอยู่ในช่วงระหว่างรังสีอินฟาเรดถึงรังสีอุลตร้าไวโอแลตรวมตลอดความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็น สารที่นำไปใช้ผลิตแสงเลเซอร์มี 4 ประภทคือ เลเซอร์แก๊ส เลเซอร์ของเหลว เลเซอร์ของแข็ง เลเซอร์ไดโอด
10  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 08:00:22 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.56น. ที่ หอพักโอนิน5

ใช้ หลักอาฟบาว (Aufbau principle) ในจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1.ใช้หลักของเพาลี ในการบรรจุอิเล็กตรอน คือ ในแต่ละออร์บิทัลจะบรรจุอิเล็กตรอนได้อย่างมากที่สุด 2 ตัว (มีสปินต่างกัน) ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินขึ้น (spin up)
2.บรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานต่ำสุดที่ยังว่างก่อน (เรียงลำดับออร์บิทัลตามลูกศรในรูป) จนครบจำนวนอิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมนั้น การจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบนี้จะทำให้อะตอมมีสถานะเสถียรที่สุดเพราะพลังงานรวมทั้งหมดของอะตอมมีค่าต่ำสุด
3.การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากันเช่นออร์บิทัล d จะใช้ กฎของฮุนด์ (Hund's rule) คือ"การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากัน จะบรรจุในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด"
4.การบรรจุอิเล็กตรอนที่ทุกๆออร์บิทัล มีระดับพลังงานเป็น degenerate (ระดับพลังงานเท่ากัน) ทุกออร์บิทัลอาจมีอิเล็กตรอนอยู่เต็ม (2 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล) หรือมีอิเล็กตรอนอยู่เพียงครึ่งเดียว (1 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล)
11  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:57:50 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.53 น. ที่ หอพักโอนิน5
เลือกทำ 5 ข้อทำได้ 2ข้อ
12  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง โครงสร้างอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:52:30 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.48น. ที่ หอพักโอนิน5

แบบจำลองอะตอมของบอร์
   ค.ศ. 1913 บอร์ (Niels Bohr) ได้ใช้อะตอมของไฮโดรเจนเป็นแบบจำลองของอะตอม อะตอมของไฮโดรเจนมีโปรตอนเป็นนิวเคลียส 1 ตัว และมีอิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียส 1 ตัว บอร์ได้ตั้งสมมติฐานโดยอาศัยแนวความคิดจากทฤษฎีควอนตัมอธิบายโครงสร้างของไฮโดรเจนและการเกิดสเปกตรัมของไฮโดรเจนได้ชัดเจน สมมติฐานของเขามีดังนี้
   1.อิเล็กตรอนของอะตอมมีได้หลายวงโคจร อิเล็กตรอนจะอยู่ในวงเหล่านี้ได้โดยไม่แผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โมเมินตัมเชิงมุมของวงจรมีค่าไม่ต่อเนื่อง มีค่าเป็นจำนวนเต็มของ h/2พาย เรียกสถานะคงตัว
13  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: Niels Bohr เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:49:00 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.45น. ที่ หอพักโอนิน5

โดยบอร์ได้เริ่มการศึกษาค้นคว้าทดลองครั้งแรกในปี ค.ศ.1907 เกี่ยวกับเรื่องความตึงของผิวน้ำ และจากผลงานชิ้นนี้บอร์
ได้รับรางวัลเหรียญทองจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติเดนมาร์ก ต่อมาในปี ค.ศ.1911 เกี่ยวกับเรื่องอิเล็กตรอนของโลหะ เพื่อ
จัดทำเป็นวิทยานิพนธ์สำหรับรับปริญญาเอก ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จได้รับปริญญาเอกในสาขาวิชาฟิสิกส์สมใจ หลังจากที่
เขาได้รับปริญญาเอกแล้ว บอร์ได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และได้พบกันเซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมป์สัน (Sir Joseph John
Thompson) ทั้งสองยังได้ร่วมมือกันทำการทดลองค้นคว้าในห้องทดลองคาเวนดิช มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปีต่อมาเขาได้
ทำการทดลองค้นคว้าร่วมกับเออร์เนสรัทเธอร์ฟอร์ด ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ในเรื่ององค์ประกอบของอะตอม จำนวนโปรตอน
และอิเล็กตรอนในธาตุแต่ละชนิด และในตารางธาตุทั้งหมดแต่ละอะตอมจะมีจำนวนโปรตอนในนิวเคลียสเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอน
ที่วิ่งโดยรอบ และโปรตอนหนึ่งโปรตอนมีประจุไฟฟ้า ในธาตุในก็ตามแกนกลางของธาตุยังมีจำนวนโปรตอนเหมือนกันทั้งสิ้น และ
จำนวนอะตอมเหล่านี้ เรียกว่า "จำนวนอะตอมของธาตุ" และธาตุที่มีจำนวนอะตอมมากที่สุด คือ ธาตุยูเรเนียม
14  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:46:15 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.41น. ที่ หอพักโอนิน5

  แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ  
15  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: แบบจำลองอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 07:30:28 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 19.26 น. ที่ หอพักโอนิน5

หลักการของทอมสันคือ
1. อะตอมเป็นรูปทรงกลม ประกอบด้วยเนื้ออะตอมเป็นประจุบวกและมีอิเล็กตรอนเป็นประจุลบ กระจายอย่างสม่ำเสมอโดยปริมาณของประจุลบและบวกจะเท่ากัน
2. ทอมสันได้เสนอวิธีการจัดเรียงอะตอมให้มีความเสถียรมากที่สุด
หลักการทดลองของรัทเธอร์ฟอร์ด
1.อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆ
2. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมทุกทิศทางเท่ากัน
3. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆทั้งที่ส่วนใหญ่ผ่านเป็นแนวตรง
16  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง การแผ่รังสีของวัตถุดำ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:56:14 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.52 น. ที่ หอพักโอนิน5

กฎของสตีฟาน พลังงานต่อหน่วยหน่วยปริมาตรของทุกๆความถี่ที่แผ่ออกมาวัตถุดำ จะแปรผกผันตรงกับกำลังสี่ของอุณหภูมิ
U = eซิกม่าร์T 4
เมื่อซิกม่าร์ คือ ค่าคงที่ของสตีฟาน = 5.67x10-18 (v/m2 k4)
e คือ ความสามารถในการแผ่รังสี ถ้าเป็นวัตถุดำจะมีค่าเท่ากับ 1
กฎของวีน วัตถุทุกชิ้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าองศาสมบูรณ์จะมีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเสมอ เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิต่ำรังสีส่วนใหญ่ที่แผ่ออกมามีความถี่ อยู่ในย่านที่มนุษย์มองไม่เห็น
17  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง Frank-hertz เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:52:21 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.48 น. ที่ หอพักโอนิน5

ในปี ค.ศ. 1914 ได้มีการทดลองแสดงให้เห็นว่าสถานะนิ่งที่เป็นค่า ๆ ของอิเล็กตรอนในอะตอม (ตามสมมติฐานของบอร์) นั้นมีอยู่จริง จากการทดลองของแฟรงค์และเฮิรตซ์ 
เมื่ออิเล็กตรอนถูกปล่อยออกมาจากไส้หลอดที่ร้อน F จะเคลื่อนที่ไปยังแผ่น P ระหว่าง F และ P มีกริด G กั้นอยู่ อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่จาก F ไป G จะถูกเร่งด้วยความต่างศักย์ V0 แต่เมื่อเคลื่อนที่จาก G ไป P มีศักย์หน่วง (retarding potential) Vr ซึ่งมีค่าเพียงเล็กน้อย อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไป P ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหล Ip วัดได้ด้วยแอมมิเตอร์ A
          ความเร็วของอิเล็กตรอนหลังจากถูกปล่อยออกมาจาก F และเคลื่อนที่มาถึง G คือ
                                             
เมื่อ   มีค่าเพิ่มขึ้นความเร็วของอิเล็กตรอนมากขึ้นด้วย ในขณะที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไปยัง P จะมีการชนกับอะตอมของธาตุที่อยู่ในสภาพเป็นไอ ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดทดลอง ถ้าความเร็วของอิเล็กตรอนต่ำ การชนกันจะไม่สามารถกระตุ้นอะตอมได้ และอิเล็กตรอนเพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่มาถึง G จึงมีพลังงานเหลือมากพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ไปยัง P ได้ เมื่อ   เพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปถึง P ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกระแส Ip ดังแสดงในรูป 8 และต่อมาเพื่อเพิ่ม   จนกระทั่งถึงค่าหนึ่ง อิเล็กตรอนมีพลังงานมากพอที่จะชนกับอะตอมแล้วอะตอมถูกกระตุ้นในกรณีนี้อิเล็กตรอนจะสูญเสียพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่ออิเล็กตรอนเหล่านี้เคลื่อนที่ไปถึง G แล้วจะไม่มีพลังงานพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ดังนั้นกระแสจะลดลงอย่างรวดเร็ว และต่อมาเมื่อ   เพิ่มขึ้นอีก กระแส Ip จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
18  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:49:37 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.45น. ที่ หอพักโอนิน5

ปรากฏการณ์คอมป์ตันเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นธรรมชาติของคลื่นแม่ไฟฟ้าว่า มีลักษณะเป็นอนุภาค ทั้งนี้คอมป์ตัน(A.H. Compton) ได้ศึกษาการกระเจิงของรังสีเอกซ์ โดยรังสีเอกซ์ทำอันตรกิริยากับอนุภาคเป้าแล้วเกิดการเบนของรังสีเอกซ์ หรือบางกรณีนอกจากการเบนรังสีแล้วความยาวคลื่นยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย กระบวนการนี้เรียนว่า การจระเจิง
19  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (Teleportation) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:44:57 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา18.40 น. ที่ หอพักโอนิน5

มนุษย์ปกติที่มีรูปร่างพอดี  ประกอบด้วยอะตอมทั้งหมดประมาณ  1028  อะตอม   คือมี เลข  0  อยู่หลังเลข 1  จำนวน  28  ตัว   เครื่องจะต้องอ่านข้อมูลของอะตอมทุกๆตำแหน่ง  และส่งข้อมูลไปยังที่ใหม่  เพื่อให้อะตอมในที่ใหม่จัดเรียงตัวกันตามข้อมูลนี้  กลายเป็นคนเดิม  โดยที่คนเดิมในตำแหน่งเริ่มต้นหายไป  (ถ้าไม่หายยุ่งแน่ กลายเป็นสองคน)
      ความคิดเหล่านี้ดูคล้ายความฝัน   ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีใครคิดว่าจะส่งเอกสารด้วยเครื่อง แฟกซ์ได้    ไม่เคยมีใครคิดว่า เราจะก็อปปี้เอกสารต้นฉบับ ได้เหมือนกับต้นฉบับทุกประการ  ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป 
     จากนี้จนถึงอนาคตอันไกลโพ้น   เราคงต้องไปอาศัยอยู่ ณ ดาวดวงอื่น ดังนั้นการเคลื่อนที่แบบเดิมที่ใช้เวลานาน คงยกเลิกไป และ การเคลื่อนที่แบบเทเลพอเทชั่น จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่พวกเราต้องพัฒนาขึ้นให้ได้
20  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แผ่นใสเรื่อง ทฤษฎีควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:40:15 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.36 น. ที่ หอพักโอนิน5

ในฟิสิกส์เดิม เชื่อว่าอะตอม/โมเลกุล สามารถคาย (ดูดกลืน)
ใน ค.ศ. 1900 Max Planck ศึกษารังสีที่ปล่อยจากของแข็งที่ร้อน พบว่า อะตอม/โมเลกุลจะคาย/ดูดกลืนพลังงานเพียงบางค่าเท่านั้น พลังงานน้อยที่สุดที่อะตอม/โมเลกุลคาย/ดูดกลืน ในรูปของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า เรียนว่า ควอนตัม
  ตามทฤษฏีควอนตัมของพลังค์
  อะตอมดูดกลืนพลังงานเท่ากับผลคูณของเลขจำนวนเต็มบางค่ากับ hu (hu,2hu,3hu,…)
21  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน ฟิสิกส์ 2000 เรื่อง พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:35:04 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.31 น. ที่ หอพักโอนิน5

เรื่องพฤติกรรมประหลาดของควอนตัม
วัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ จนถึงระดับโมเลกุล และอะตอม  มันมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับวัตถุทีมีขนาดใหญ่ทั่วไป และเรียกมันว่า ควอนตัมสามารถรวมคลื่น 2  กระบวนให้มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้นได้ ถ้ายอดคลื่นของกระบวนหนึ่งรวมกับยอดคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง  หรือท้องคลื่นกระบวนหนึ่งรวมกับท้องคลื่นของอีกกระบวนหนึ่งก็ได้
เรื่องทดลองช่องแคบคู่
คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าคลื่นน้ำมากเราจึงไม่เห็นการกระเพื่อมขึ้นลงเหมือนกับคลื่นน้ำ แต่จะเห็นเป็นริ้วรอยมืดและสว่าง ซึ่งก็คือการแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างไปปรากฏบนฉากแทน
เรื่องแทรกสอดของอนุภาค
ถ้าปืนกลส่ายไปมา  ลูกกระสุนก็วิ่งผ่านช่องแคบกระจายออกเป็น 2  บริเวณ กระสุนที่วิ่งเข้าไปในช่องที่หนึ่ง ไปชนกับกระสุนที่วิ่งเข้ามาที่ช่องสอง   และทำให้กระสุนกระเด็นออกไป  เกิดเป็นช่องว่างขึ้น  กำแพงบริเวณนั้นก็ไม่มีรอยกระสุน
22  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:32:15 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.28 น. ที่ หอพักโอนิน5

สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ เป็นสมการที่ใช้สำหรับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุในระดับควอนตัม หรือ Quantum Mechanics เช่น ระดับอิเล็กตรอนในอะตอม หรือการเคลื่อนที่ของอนุภาคองค์ประกอบพื้นฐานของวัตถุในจักรวาล

สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ มีรูปฟอร์ม ซึ่งใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุด เป็นแบบง่ายๆ (พอๆ กับสมการของนิวตัน) คือ HA=EA แต่มีชื่อและความหมายซึ่งค่อนข้างแปลกและเข้าใจยากสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์โดยตรง เช่น Hamiltonian (H), Wave Function หรือ Eigenfunction (A) และ Eigenvalue (E) แต่ในการแปลความหมายอย่างให้เป็นรูปธรรม สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ สามารถให้ความหมายได้อย่างที่เข้าใจไม่ยากนัก เช่น Hamiltonian เป็นส่วนเกี่ยวกับพลังงานรวม ต้นกำเนิดของการเคลื่อนที่ของอนุภาค หรือพลังงานแหล่งกำเนิดของสนามพลังงาน หรือ Energy Field (เช่น พลังงานจลน์ + พลังงานศักย์ของอิเล็กตรอนในอะตอม) Wave Function หรือ ฟังก์ชันคลื่น (A) เป็นส่วนเกี่ยวกับตำแหน่งของอนุภาค (เช่นของอิเล็กตรอนในอะตอม) และ Eigenvalue (E) เป็นส่วนเกี่ยวกับพลังงานของอนุภาคที่มีฟังก์ชันคลื่น A (เช่น พลังงานของอเล็กตรอนที่ระดับของฟังก์ชันคลื่น A)

เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เป็นชาวออสเตรีย เกิดเมื่อวันที่ 12 เดือนสิงหาคม ค.ศ.1887 ที่กรุงเวียนนา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 เดือน มกราคม ค.ศ.1961 ที่บ้านเกิด คือกรุงเวียนนา) มีชีวิตที่ค่อนข้างจะโลดโผน เคยออกสนามรบแนวหน้าระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ลี้ภัยจากนาซีเยอรมันในระหว่างการขึ้นสู่อำนาจของฮิตเลอร์ ทั้งที่ตนเองไม่ใช่ยิว แต่มีจุดยืนแสดงออกชัดเจนต่อต้านนาซีเยอรมัน โดยความช่วยเหลือของนายกรัฐมนตรีของประเทศไอร์แลนด์ คือ อีมอน เดอ วาเลอรา (Eamon De Valera) ทว่าในบั้นปลายของชีวิต เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง ก็เดินทางกลับไปทำหน้าที่นักฟิสิกส์คนสำคัญของออสเตรียในประเทศออสเตรีย จนกระทั่งถึงลมหายใจสุดท้าย

เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ ได้รับรางวัลโนเบลประจำ ปี ค.ศ.1933 (ร่วมกับ พอล ดิแรก) สำหรับผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีอะตอมและกลศาสตร์ควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาสมการคลื่นของกลศาสตร์ควอนตัมหรือสมการคลื่นของชโรดิงเจอร์นั่นเอง

ที่มาของความคิดนำเออร์วิน ชโรดิงเจอร์ สู่การนำเสนอสมการคลื่นของเขา เริ่มต้นตั้งแต่จุดกำเนิดของทฤษฎีควอนตัม โดยบิดาแห่งฟิสิกส์ควอนตัม คือ มักซ์ พลางค์ (Max Planck) เมื่อปี ค.ศ.1900 ตามด้วยความคิดในวงการฟิสิกส์ควอนตัมต่อมาเรื่อง ความเป็นคลื่นและอนุภาคของทุกสิ่งทุกอย่างที่มักจะเข้าใจกันว่าเป็นคลื่นหรืออนุภาคเพียงอย่างเดียว และสำคัญที่สุดคือการนำเสนอความคิดเรื่องคลื่นอนุภาค หรือ Particle Wave โดยนักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ หลุยส์ เดอ บรอยล์ (Louis De Broglie) เมื่อปี ค.ศ.1923
23  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แมกซ์ แพลงค : Max Planck เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:28:43 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.24 น. ที่ หอพักโอนิน5

หลังจากจบการศึกษาแล้ว ในปี ค.ศ.1885 มหาวิทยาลัยคีลได้ตกลงกับแพลงคเข้าเป็นอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีในระหว่าง
นี้แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังงานเรื่องธรรมชาติของพลังงาน และเอนโทรปี (Entropy) และได้ส่งผลงานการค้นคว้า
เกี่ยวกับธรรมชาติของพลังงานเข้าประกวดที่เมืองกอตติงเกน (Gottingen) และได้รับรางวัลที่ 2 จากนั้นในปี ค.ศ.1889 เขาย้าย
ไปสอนที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินแทนกุลสตาฟ เคิร์กชอฟ ศาสตราจารย์ที่เสียชีวิตไป พร้อมกับได้เลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์
แพลงคได้ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จนกระทั่งปี ค.ศ.1926

         ในปี ค.ศ.1900 แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค (Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับ
มอบปริญญาเอก ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ แพลงคพบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี
เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป แพลงคได้ทำ
การทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา แพลงคพบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียก
ว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม เขาได้นำผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัม
เสนอต่อสมาคมฟิสิกส์แห่งเบอร์ลิน เมื่อทฤษฎีของเขาเผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าไรนัก

24  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: วีดีโอ เรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:26:15 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.22 น. ที่ หอพักโอนิน5

   นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า แม็กฟลักช์ เรียกกฎใหม่นี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม มันคือการค้นพบที่สำคัญทฤษฎีนี้เกิดในปี 1900 เพราะว่าเกิดการทำงานด้านฟิสิกส์มาก มีการค้นพบปรากฎการณ์ใหม่ที่ละเมิดกฎของนิวตัน ตัวอย่างเช่น มาตาม กิวรี ปรับปรุงสิ่งที่เรียกว่า เรเดียม เรเดียมมีคุณสมบัติพิเศษในการเรืองแสง อนุภาคเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า เพราะว่าพลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ในปี 1900 คนคิดว่าสามารถตัดพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้จบ แม็กฟลังก์บอกว่าพลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม เรียกว่า ควอนตัม แสงมาจากกลุ่มก้อน สสารมีคุณสมบัติเหมือนคลื่น
25  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 06:24:53 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 18.20 น. ที่ หอพักโอนิน5

    ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า เยอรมนีเป็นประ เทศที่มีนักฟิสิกส์ชั้นยอดระดับโลก มากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็น อัลเบิร์ต ไอน์-สไตน์ เอนริโด เฟอร์มี ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียสแบบฟิชชัน ปีเตอร์ ดีบาย ( Peter Debye ) นักฟิสิกส์ชาวเนเธอร์แลนด์ แต่ดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้อำนวยการสถาบันไกเซอร์ วิลเฮล์ม ในกรุงเบอร์ลิน ทว่า เมื่อนาซีเรืองอำนาจ จนกระทั่งการระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สอง นักฟิสิกส์สำคัญเหล่านี้ก็พากันหนีหรืออพยพออกไปจากประเทศเยอรมนี

เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟิสิกส์โลก เขาได้รับรางวัลโนเบล สายฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ.1932 ขณะมีอายุเพียง 31 ปี เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "The Uncertainty Principle" หรือ หลักความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของเยอรมนี และการดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของไฮเซนเบิร์กนี้เอง ที่ไปกระตุ้นให้เกิดโครงการสร้างระเบิดอะตอม (คือ โครงการ แมนฮัตตัน) ของประเทศฝ่ายสัมพันธ มิตร จนกระทั่งระเบิดอะตอมถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ ถึงแม้จะปรากฏเป็นความจริงภายหลังสงครามว่า ไฮเซนเบิร์ก มิได้มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ที่จะเร่งสร้างระเบิดอะตอม ของฝ่ายนาซีเยอรมันให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

อันดับ 6 : กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์คนเดียวในโลก ที่ชื่อเป็นที่รู้จักกันดี สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก จนกระทั่งเมื่อจะเอ่ยถึงชื่อของเขาแล้ว ก็เอ่ยเพียงชื่อแรกเท่านั้น โดยมิต้องเอ่ยนามสกุลหรือเป็นที่รู้จักเรียกกันด้วยนามสกุล ดังเช่น ไอน์-สไตน์ หรือนิวตัน กล่าวคือ ถ้าเอ่ยชื่อ กาลิเลโอ คนทั้งโลกก็จะนึกถึงเขาทันที ทั้ง ๆ ที่ชื่อและนามสกุลเต็มของเขา คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี

กาลิเลโอ เป็นชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ.1564 กับปี ค.ศ. 1642 ได้รับการยกย่องเป็นผู้นำโคมไฟแห่งวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ นำโลกให้สว่างไสวจากความมืดของยุคกลาง หรือยุคมืดอันยาวนานถึงประมาณหนึ่งพันปี โดยที่กาลิเลโอเอง เกือบจะต้องสังเวยชีวิตให้กับการต่อสู้เพื่อนำโลกเข้าสู่ยุคใหม่ของวิทยาศาสตร์
 
 
 แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล    บันทึกการเข้า 
 
26  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: วีดีโอทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:16:07 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 17.12 น. ที่ หอพักโอนิน5

ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นกลุ่มของทฤษฎีทางฟิสิกส์ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
ทฤษฎีทั้งสองนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้ประพฤติตนตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต แนวคิดหลักของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้ คือ
แม้ผู้สังเกตสองคนที่กำลังเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันนั้นอาจจะตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของเวลาและตำแหน่งได้ต่างกันสำหรับเหตุการณ์หนึ่งๆ
แต่ทั้งสองจะยังคงสังเกตเห็นเนื้อหาของกฎทางฟิสิกส์ที่เหมือนกัน
27  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:14:28 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 17.10น. ที่ หอพักโอนิน5

ทฤษฎี นี้เรียกว่า "ทฤษฏีสัมพัทธ์ภาพพิเศษ" เนื่องจากมันประยุกต์หลักสัมพัทธภาพกับกรอบอ้างอิงเฉื่อยเท่านั้น ไอน์สไตน์พัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปโดยประยุกต์หลักสัมพัทธภาพให้ใช้ทั่ว ไป  กล่าวคือ ใช้ได้กับทุกกรอบอ้างอิง  ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษไม่ได้รวมผลของความโน้มถ่วง แต่มันสามารถจัดการกับความเร่ง
ได้ ถึงแม้ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพจะทำให้เกิดการสัมพัทธ์กันของปริมาณบางอย่าง เช่น เวลาซึ่งเรามักคิดว่าเป็นปริมาณสัมบูรณ์เนื่องจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
  Grin กล่าวให้ชัดคือว่า อัตราเร็วของแสงจะเท่ากันสำหรับทุกผู้สังเกต
แม้ ว่า พวกเขาจะเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันก็ตาม ทฤษฎีสัมพัทธภาพแสดงให้เห็นว่า c ไม่ใช่แค่ความเร็วของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า  แสง  เท่านั้น แต่ยังเป็นค่าพื้นฐาน
ที่เชื่อมสเปซกับเวลาเข้าด้วยกัน กล่าวโดยเจาะจงคือว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพยืนยันว่าไม่มีวัตถุใดเคลื่อนที่เร็วเท่ากับแสงได้
28  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ไอน์สไตน์อธิบายความสัมพันธ์ของมวลกับพลังงาน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 05:07:13 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 17.03 น. ที่ หอพักโอนิน5

จากทฤษฎีพิเศษของความสัมพันธ์ว่ามวลและพลังงานทั้งสอง แต่แตกต่างกันอาการของสิ่งเดียวกันก็คือ นอกจากสมการ E มีค่าเท่ากับเอ็มซี - squared ซึ่งพลังงานจะถูกพักเท่ากับมวลคูณด้วยกำลังสองของความเร็วของแสงพบว่าปริมาณที่น้อยมากของมวลอาจถูกแปลงเป็นจำนวนเงินที่มีขนาดใหญ่มากของพลังงานและ ในทางกลับกัน มวลและพลังงานเทียบเท่าอยู่ในความเป็นจริงไปตามสูตรที่กล่าวถึงก่อน นี้แสดงให้เห็นโดย Cockcroft และวอลตันในปี 1932, การทดลอง.
29  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.สุวิทย์ ชวเดช เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:58:37 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 16.54 น. ที่ หอพักโอนิน5
คนในสมัยโบราณได้สังเกตพบว่า เมื่อเกิดฟ้าแลบจะได้ยินฟ้าร้องติดตามมาด้วย และยิ่งถ้าเขาอยู่ห่างออกไปเท่าใดก็จะยิ่งได้ยินเสียงฟ้าร้องช้ากว่าเห็นฟ้าแลบมากขึ้นเท่านั้น อุบัติการณ์ดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงต้องเดินทางด้วยอัตราเร็วค่าหนึ่งเป็นแน่ แต่จะมีค่าเท่าใดนั้นคงเป็นปัญหาสำหรับคนในยุคนั้น
30  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ฟิสิกส์ของกาลเวลา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:56:45 pm
นางสาวเรวดี        จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  sec 04 รหัส 115330411006-3  เลขที่ 6 ตั้งกระทู้วันที่ 9/02/2554 เวลา 16.52 น. ที่ หอพักโอนิน5
เวลาตามแนวคิดของนิวตัน
1.เวลาและตำแหน่งเป็นฉากหลัง
2.เวลาเป็นอิสระจากทุกสิ่ง
3.เวลาสัมบูรณ์
เวลาตามแนวคิดของไอน์สไตน์
1.สิ่งที่เรียงลำดับเหตุการณ์
2.เวลาอันเป็นจิตวิสัย
3.สิ่งที่วัดได้โดยใช้นาฬิกา
4.ไม่ยอมรับเรื่องเวลาสัมบูรณ์
หน้า: [1] 2 3 ... 5
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.371 วินาที กับ 20 คำสั่ง