RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 08:18:30 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 4
1  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: โครงการแมนแฮตตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 11:13:27 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   1  กุมภาพันธ์ 2554 เวลา   23.14 น.  ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

วงการฟิสิกส์ในยุโรปและในสหรัฐอเมริกาต่างก็พัฒนาความรู้เกี่ยวกับอะตอม เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ. 1932 เจมส์ แชดวิก นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้พบว่า ในนิวเคลียสของอะตอมนั้น ไม่ได้มีแต่เพียงอนุภาคโปรตอนซึ่งมีประจุบวกเท่านั้น แต่นิวเคลียส.14ยังประกอบด้วยอนุภาคอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสถานะเป็นกลางทางไฟฟ้า คือไม่มีประจุ แชดวิกเรียกอนุภาคที่ค้นพบใหม่นี้ว่า นิวตรอน ซึ่งมีความหมายตามรากศัพท์ว่า เป็นกลาง การค้นพบนิวตรอนนี้ทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้นในวงการฟิสิกส์ด้านอะตอมเป็น อย่างมาก เพราะทำให้ปัญหาที่เคยเป็นปริศนาหลายเรื่องได้รับการแก้ไขให้กระจ่าง
2  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: นิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 11:04:27 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1   กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  23.05  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

เวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) คือการนำเอาสารรังสีหรือ รังสีมาใช้ในการตรวจ การรักษา และด้านการค้นคว้าศึกษาการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกายเพื่อช่วยในการตรวจ วิเคราะห์หรือรักษาโรค บรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และย่นระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล ตัวอย่างบางส่วนของการใช้สารรังสี หรือรังสีด้านการแพทย์ เช่น
-การรักษาโรคมะเร็งด้วย โคบอลต์-60
-เม็ดทองคำ-198 ในการรักษามะเร็งผิวหนัง
3  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หญิงเหล็กกับเรเดียม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:58:17 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1   กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  22.59  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

มารี สโกล์ดอฟสกา เกิดในบ้านเลขที่ 16 ถนนเฟรตา กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ อาคารหลังนี้ ได้รับการบูรณะเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงผลงานและชีวิตของมารี กูรี เป็นหนึ่งในคณะผู้บุกเบิกในการวิจัยเรื่องกัมมันตภาพรังสีเธอเป็นผู้ค้นพบเรเดียม ซึ่งเปล่งกัมมันตภาพรังสีออกมาโดยธรรมชาติในขณะที่อะตอมแตกตัว เธอศึกษาค้นคว้าวิจัยในยุคที่ยังไม่มีใครรู้จักมหันตภัยของกัมมันตภาพรังสี ต้องดิ้นรนทำงานด้วยความขาดไร้ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุน หรือการยอมรับนับถือจากสังคมรอบด้าน ทำงานหนักสายตัวแทบขาดทั้งๆที่ป่วยไข้ในระดับที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทานทนได้ และต้องฝืนกระแสความเชื่อประจำยุคนั้นที่ว่า ผู้หญิงไม่มีทางเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้  ในท้ายที่สุด มารีกูรี ก็ประกาศศักดิ์ศรีนักวิทยาศาสตร์ให้ผู้คนประจักษ์กันทั่วโลก
4  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือน เรื่องการหาอนุกรมการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:46:09 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   1  กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  22.47  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

เมื่อเลือกTh232 จะเห็นว่าแท่งกราฟสีแดงจะลดลงอย่างลวดเร็วและแท่งกราฟPb208จะพุ่งสูงขึ้นและtimestep 1.39
เมื่อเลือก u238 จะเห็นว่ามีตัวธาตุเพิ่มขึ้น u234 Th230 Ra226 Pb210 Pb206 กราฟจะพุ่งขึ้นทางด้าน pb210 ตามลำดับ
และจะค่อยๆลดลงแต่แท่งกราฟจะไม่สูงขึ้นจนสุด แต่ธาตุ Pb206 จะใม่ลง
เมื่อ เลือกPu2411 จะเห็นว่ามีธาตุ Pu241 Am241 Np237 U233 Th229 เมือกดปุ่ม Animate จะเห็นว่ามีการพุ่งขึ้นของกราฟทั้งหมดโดยเรียงตามลำดับ จากนั้นจะค่อยลดลง
5  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ไอโซโทป เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:36:57 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1   กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  22.36  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

อะตอมซึ่งเป็นองค์ประกอบของธาตุทุกชนิดนั้น    มิได้เป็นลูกทรงกลมเล็กๆ  แต่เป็นระบบที่ยุ่งยากกว่านั้นมากนักอะตอมประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆ  คือ  โปรตอน  นิวตรอนและอิเลคตรอน ในอะตอมที่เบาที่สุด  คือ  อะตอมของไฮโดรเจน  ไม่มีนิวตรอนเลย  มีแต่โปรตอนและอิเลคตรอน  มวลของโปรตอนหนักกว่าอิเลคตรอน ประมาณ  1,837  เท่า  อิเลคตรอนโคจรไปรอบโปรตอนในทำนองเดียวกับดาวเคราะห์โครจรรอบดวงอาทิตย์  อะตอมของธาตุอื่นๆ  ก็มีโครงสร้างในทำนองเดียวกับอะตอมของไฮโดรเจน  แต่มีโปรตอนในแก่นกลาง หรือ “นิวเคลียส”  มากกว่า  และมีอิเลคตรอนหลายตัวโครจรอยู่โดยรอบ  นอกจากนั้นแล้ว  ยังมีนิวตรอนปนอยู่ในนิวเคลียสอีกด้วย
 
6  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์นิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:23:06 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   1  กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  22.24  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

สารกัมมันตภาพรังสี คือ ธาตุที่สามารถให้พลังงานออกมาในรูปของอนุภาค ได้แก่ แอลฟา บีต้า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา เกิดจากการที่มีนิวเคลียสของธาตุเหล่านี้อยู่ในสภาวะไม่เสถียรนิวเคลียสเหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาจึงกระทั่งนิวเคลียสเหล่านี้อยู่ในสภาวะเสถียร
ชนิดของรังสีมี3ชนิดคือ
1.รังสีแอลฟา ประจุไฟฟ้าเป็นบวก
2.รังสีแกมมา ประจุไฟฟ้าเป็นกลาง
3.รังสีบีตา ประจุไฟฟ้าเป็นลบ
องค์ประกอบของนิวเคลียส ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน 
 
 
 
7  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง Frank-hertz เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:13:45 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   1  กุมภาพันธ์  2554 เวลา 00.14 น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ความเร็วของอิเล็กตรอนหลังจากถูกปล่อยออกมาจาก F และเคลื่อนที่มาถึง G คือ
                                          1/2mv^2 = eV๐
     เมื่อมีค่าเพิ่มขึ้นความเร็วของอิเล็กตรอนมากขึ้นด้วย ในขณะที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไปยัง P จะมีการชนกับอะตอมของธาตุที่อยู่ในสภาพเป็นไอ ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดทดลอง ถ้าความเร็วของอิเล็กตรอนต่ำ การชนกันจะไม่สามารถกระตุ้นอะตอมได้ และอิเล็กตรอนเพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่มาถึง G จึงมีพลังงานเหลือมากพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ไปยัง P ได้ เมื่อ V๐  เพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปถึง P ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกระแส Ip  และต่อมาเพื่อเพิ่ม V๐  จนกระทั่งถึงค่าหนึ่ง อิเล็กตรอนมีพลังงานมากพอที่จะชนกับอะตอมแล้วอะตอมถูกกระตุ้นในกรณีนี้อิเล็กตรอนจะสูญเสียพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่ออิเล็กตรอนเหล่านี้เคลื่อนที่ไปถึง G แล้วจะไม่มีพลังงานพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ดังนั้นกระแสจะลดลงอย่างรวดเร็ว และต่อมาเมื่อ V๐  เพิ่มขึ้นอีก กระแส Ip จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
 
  
 
8  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 11:08:08 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  31    มกราคม  2554 เวลา  23.09  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ใช้ หลักอาฟบาว (Aufbau principle) ในจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
ใช้หลักของเพาลี ในการบรรจุอิเล็กตรอน คือ ในแต่ละออร์บิทัลจะบรรจุอิเล็กตรอนได้อย่างมากที่สุด 2 ตัว (มีสปินต่างกัน)
ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินขึ้น (spin up)
ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินลง (spin down)
ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนเดี่ยวในออร์บิทัล
9  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง โครงสร้างอะตอม เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 08:49:43 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  31    มกราคม  2554 เวลา  20.50  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

นัก วิทยาศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาและเจาะลึกข้อมูลที่มาจากสเปกตรัมของไฮโดรเจน อะตอมมากเป็นพิเศษ มากกว่าอะตอมของธาตุอื่น เพราะแม้ดวงอาทิตย์มีธาตุชนิดต่างๆจำนวนมากมาย แต่ธาตุที่พบมากที่สุด คือ ธาตุไฮโดรเจน ชั้นบรรยากาศบนดวงอาทิตย์เพียง 2 ชั้นเท่านั้นที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ คือ ชั้นโฟโตสเฟียร์กับชั้นโครโมสเฟียร์ เป็นชั้นบรรยากาศที่เย็นเพียงพอสำหรับธาตุไฮโดรเจนที่สามารถมีอยู่ได้ในรูป อะตอม และตรงนี้นี่เองที่เรามองเห็นสเปกตรัมการดูดกลืนและการคายคลื่นแสงของ ไฮโดรเจนอะตอม
10  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: Niels Bohr เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 08:06:00 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   31   มกราคม  2554 เวลา 20.07   น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

โบว์ได้เริ่มการศึกษาค้นคว้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1907 เกี่ยวกับเรื่องราวความดึงของผิวน้ำ และจากผลงานชิ้นนี้ โบว์ได้รับรางวัลผลงานเหรียญทองจากสมาคมวิทยายศาสตร์แห่งชาติเดนมาร์ก ต่อมาปีค.ศ. 1911 เกี่ยวกับเรื่องของอิเล็กตรอนของโลหะ เพื่อจัดทำวิทยานิพนธ์สำหรับปริญญาเอก ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จสมดังใจ หลังจากรับปริญญาแล้วได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ และพบกับเซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมป์สัน ทั้งสองได้ร่วมทำการทดลองค้นคว้า ในห้องทดลองคาเวนดิช ม.เคมบริดจ์ และต่อมาได้ค้นคว้าร่วมกับ เออร์เนสรัทเธอร์ ฟอร์ด ม. แมนเชสเตอร์ ในเรื่ององค์ประกอบของอะตอม และตารางธาตุทั้งหมด

11  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 12:28:46 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   31   มกราคม  2554 เวลา  00.30  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

สมการของนิวตันและสมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ เป็นเครื่องมือที่นักศึกษาฟิสิกส์ทั่วโลก ต้องใช้ในการศึกษาสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุหรืออนุภาคที่มีแรงมาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ต่างกันตรงที่สมการของนิวตัน (ที่รู้จักกันดีในรูปของ F=ma) เป็นสมการที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุขนาดใหญ่ และเกี่ยวข้องกับความเร็วไม่สูงมาก
(เมื่อเปรียบเทียบกับความเร็วแสง) ซึ่งมักจะเรียกรวมๆ เป็นปัญหาการเคลื่อนที่ของวัตถุในระดับของฟิสิกส์ยุคเก่า หรือ Classical Physics

12  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (Teleportation) เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 12:23:22 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   31   มกราคม  2554 เวลา  00.24  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ถ้าอยู่ที่บ้านและต้องการไป โลตัส หรือบิ๊กซี บนดวงจันทร์ เพียงแต่เดินเข้าไปในห้องเล็กๆที่สร้างหลบมุมไว้ที่บ้าน และกดปุ่มร่างกายของคุณจะหายไป และไปปรากฎอยู่ที่ใหม่ด้วยความเร็วที่เทียบได้กับความเร็วแสง เรียกว่า วิธีเทเลพอเทชั่น ขณะนี้นักฟิสิกส์สามารถเคลื่อนย้ายโฟตอนโดยวิธีเทเลพอเทชั่นได้แล้ว  และมันกำลังถูกพัฒนาเป็นการเคลื่อนย้ายมนุษย์
ควอนตัมเทเลพอเทชั่น เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ทำให้มวลที่จุดเริ่มต้นแตกสลายกลายเป็นอะตอมและพลังงาน  โดยเก็บข้อมูลทุกๆตำแหน่งของอะตอม และส่งผ่าน ทางสายไฟ สายไฟเบอร์ออฟติก หรือไม่ต้องใช้สาย  เป็นต้น   เมื่อถึงตำแหน่งที่ต้องการ  อะตอมก็จะจัดเรียงและก่อตัวขึ้น เหมือนกับต้นทางทุกประการ
 
 
13  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: วีดีโอ เรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 12:15:24 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  31    มกราคม  2554 เวลา  00.16  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า แม็กฟลักช์ เรียกกฎใหม่นี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม มันคือการค้นพบที่สำคัญทฤษฎีนี้เกิดในปี 1900 เพราะว่าเกิดการทำงานด้านฟิสิกส์มาก มีการค้นพบปรากฎการณ์ใหม่ที่ละเมิดกฎของนิวตัน ตัวอย่างเช่น มาตาม กิวรี ปรับปรุงสิ่งที่เรียกว่า เรเดียม เรเดียมมีคุณสมบัติพิเศษในการเรืองแสง อนุภาคเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า เพราะว่าพลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ในปี 1900 คนคิดว่าสามารถตัดพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้จบ แม็กฟลังก์บอกว่าพลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม เรียกว่า ควอนตัม แสงมาจากกลุ่มก้อน สสารมีคุณสมบัติเหมือนคลื่น
 
 
 
 
14  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แผ่นใสเรื่อง ทฤษฎีควอนตัม เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 12:05:28 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   31   มกราคม  2554 เวลา  00.06  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

1. e- ในไฮโดรเจนอะตอมเคลื่อนที่เป็นวงกลม รอบนิวเคลียส e- ในอะตอมไม่สามารถมี         พลังงานปริมาณใดๆ ได้ทุกค่า แต่จะอยู่ใน วงโคจรที่มีรัศมีบางค่า  ซึ่งสอดคล้องกับ พลังงานบางค่าเท่านั้น
2. e-  ในวงโคจรหนึ่ง เมื่อดูดกลืน/คายพลังงาน  จะเปลี่ยนจากวงโคจรหนึ่งไปยังวงโคจรอื่น        พลังงานที่ e- ดูดกลืน/คาย หาได้จาก Bohr equation = 1312.3 kJ/mol      = Rydberg constantDE    = E  - En =  Z2     1 n2 n jn n/ 2p2me4 h2 1 n/ 2 -2p2me4 h2พลังงานที่ e- ดูดกลืน/คายนี้ เป็นไปตามสมการ  E = hu= 2.18x10-18 J/atom   
 
 
 
 
15  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:56:52 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30    มกราคม  2554 เวลา  23.58  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

       เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟิสิกส์โลก เขาได้รับรางวัลโนเบล สายฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ.1932 ขณะมีอายุเพียง 31 ปี
เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "The Uncertainty Principle" หรือ หลักความไม่แน่นอน
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน
 และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน
16  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:50:12 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30    มกราคม  2554 เวลา  23.51  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

 ปรากฎการณ์คอมป์ตัน (The compton effect)
E  =   พลังงานจลน์รวมเริ่มต้นของโฟตอนก่อนชน  หน่วยเป็น  Kev
E'  =   พลังงานจลน์ของโฟตอน ที่กระเจิง  หน่วยเป็น  Kev
h  =   6.62  x  10-34    จูล.วินาที
c  =   3  x 108   เมตร/วินาที่
Theta  =   มุมที่โฟตอนกระเจิง
     ปรากฏการณ์คอมป์ตันเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นธรรมชาติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าว่า มีลักษณะเป็นอนุภาค ทั้งนี้คอมป์ตัน(A.H. Compton) ได้ศึกษาการกระเจิงของรังสีเอกซ์ โดยรังสีเอกซ์ทำอันตรกิริยากับอนุภาคเป้าแล้วเกิดการเบนของรังสีเอกซ์ หรือบางกรณีนอกจากการเบนรังสีแล้วความยาวคลื่นยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย กระบวนการนี้เรียนว่า การจระเจิง(scattering
17  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:41:09 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  23.42  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

   วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody) 
 
 
 
18  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง การแผ่รังสีของวัตถุดำ เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:33:26 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  23.34  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

กฎของสตีฟาน พลังงานต่อหน่วยปริมาตรของทุกๆความถี่ที่แผ่ออกมาวัตถุดำ จะแปรผกผันตรงกับกำลังสี่ของอุณหภูมิ
U = eซิกม่าร์T^4
เมื่อซิกม่าร์ คือ ค่าคงที่ของสตีฟาน = 5.67x10^-18 (v/m^2 k^4)
e คือ ความสามารถในการแผ่รังสี ถ้าเป็นวัตถุดำจะมีค่าเท่ากับ 1
กฎของวีน วัตถุทุกชิ้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าองศาสมบูรณ์จะมีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเสมอ เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิต่ำรังสีส่วนใหญ่ที่แผ่ออกมามีความถี่ อยู่ในย่านที่มนุษย์มองไม่เห็น
 
 
 
 
19  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แมกซ์ แพลงค : Max Planck เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:19:56 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  23.21  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

         ในปี ค.ศ.1900 พลังค์ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค (Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับ
มอบปริญญาเอก ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ พลังค์พบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี
เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป พลังค์ได้ทำ
การทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา พลังค์พบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียก
ว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม
20  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน ฟิสิกส์ 2000 เรื่อง พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 12:23:09 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  00.24  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

1    วัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ จนถึงระดับโมเลกุล และอะตอม  มันมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับวัตถุทีมีขนาดใหญ่ทั่วไป และเรียกมันว่า ควอนตัมสามารถรวมคลื่น 2  กระบวนให้มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้นได้ ถ้ายอดคลื่นของกระบวนหนึ่งรวมกับยอดคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง  หรือท้องคลื่นกระบวนหนึ่งรวมกับท้องคลื่นของอีกกระบวนหนึ่งก็ได้
2    เรื่องทดลองช่องแคบคู่
คลื่น แสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าคลื่นน้ำมากเราจึงไม่เห็นการกระเพื่อมขึ้น ลงเหมือนกับคลื่นน้ำ แต่จะเห็นเป็นริ้วรอยมืดและสว่าง ซึ่งก็คือการแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างไปปรากฏบนฉากแทน
3    เรื่องแทรกสอดของอนุภาค
ถ้า ปืนกลส่ายไปมา  ลูกกระสุนก็วิ่งผ่านช่องแคบกระจายออกเป็น 2  บริเวณ กระสุนที่วิ่งเข้าไปในช่องที่หนึ่ง ไปชนกับกระสุนที่วิ่งเข้ามาที่ช่องสอง   และทำให้กระสุนกระเด็นออกไป  เกิดเป็นช่องว่างขึ้น  กำแพงบริเวณนั้นก็ไม่มีรอยกระสุน
21  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ฟิสิกส์ของกาลเวลา เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 12:12:43 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  00.13  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

เวลาตามแนวคิดของนิวตัน
-เวลาของนิวตันแยกจากตำแหน่งเสมือนหนึ่งทางรถไฟทอดยาวถึงอนันต์ทั้งสองทิศทาง
เวลาตามแนวคิดของไอน์สไตน์
-สิ่งที่ใช้ลำดับเหตุการณ์ วัดได้โดยนาฬิกา
  ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ
ระยะทางและเวลาขึ้นอยู่กับผู้สังเกต และเวลากับสเปซนั้นถูกรับรู้ต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้สังเกต มันนำมาซึ่งหลักการสมมูลของสสารและพลังงาน
ซึ่งสามารถแสดงเป็นสมการชื่อดัง E=mc2 เมื่อ c คืออัตราเร็วของแสง ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษสอดคล้องกับกลศาสตร์นิวตันในสำนึกทั่วไป
และในการทดลองเมื่อความเร็วของสิ่งต่าง ๆ น้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราเร็วแสง
-ระยะทางและเวลามีค่าสัมพัทธ์คือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเร็วของแสงได้คงที่
  ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
  -รวมมิติของเวลาเข้ากับมิติของตำแหน่งเป็นตำแหน่ง-เวลา
  -รวมความโน้มถ่วงเข้ามา
 
 
 
22  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ไอน์สไตน์อธิบายความสัมพันธ์ของมวลกับพลังงาน เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 12:06:06 am
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  00.07  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

เสียงจากไอน์สไตน์เป็นไปตามทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ที่มวลและพลังงานทั้งคู่อยู่ในสิ่งเดียวกัน แต่แสดงออกแตกต่างกันออกไป นับเป็นแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยสำหรับสติปัญญาในระดับธรรมดา ยิ่งกว่านั้นสมการ อี เท่ากับเอ็มซียกกำลังสอง ในพลังงานนั้นทำให้เท่ากับมวล แล้วคูณด้วยความเร็วแสงยกกำลังสอง แสดงให้เห็นถึงมวลจำนวนเล็กๆ อาจจะเปลี่ยนเป็นพลังงานมหาศาลได้ หรือในทางกลับกันพลังงานมหาศาลก็เปลี่ยนเป็นมวลเพียงเล็กน้อยได้เช่นกัน มวลและพลังงานมีความสมมูล (มีค่าเท่ากัน) ตามสูตรที่อ้างถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งค็อกครอฟท์กับวอลตันเคยทำการทดลองเร่งอนุภาคไว้เมื่อปี 1932
23  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: แผ่นใสทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 11:55:53 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่    29  มกราคม  2554 เวลา 23.57   น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

การเคลื่อนที่เป็นสิ่งสัมพัทธ สำหรับผู้สังเกตสองคนที่เคลื่อนที่สัมพัทธกันด้วยความเร็วคงที่ เขาจะไม่สามารถบอกได้ว่าใครเคลื่อนที่
     สัมพัทธภาพแบบกาลิเลโอ
“กฎทางฟิสิกส์จะเหมือนกันสำหรับผู้สังเกต 2 คนที่เคลื่อนที่สัมพัทธด้วยความเร็วคงที่”
“เวลาเป็นสิ่งสมบูรณ์ไม่ใช่เป็นปริมาณสัมพัทธ”
 
 
 
 
24  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: แผ่นใสฟิสิกส์ของกาลเวลา เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 11:43:00 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   29   มกราคม  2554 เวลา 23.44   น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

Grin :Smiley Grinเวลา คือสิ่งสมมุติที่มนุษย์กำหนดขึ้น ให้มีอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านสิ่งที่เราเรียกว่านาฬิกา ซึ่งมีตั้งแต่ วินาที นาที ชั่วโมง ซึ่งเราก็ตกเป็นทาสของเวลากันทั้งนั้น
เนื่องจากแต่ละวันเราต้องเร่งรีบ ทำกิจกรรมต่าง ๆให้ทันเวลา ช้าบ้าง เร็วบ้าง ไม่ทันเวลาบ้าง ถ่วงเวลา ไปบ้าง หรือแม้แต่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ใยดีบ้าง แต่สุดท้ายเราก็ต้องฝากชีวิตไว้กับการเป็นทาสของเวลาอยู่ดี เพราะเวลามันไม่เคยรอเรา และเราต้องวิ่งตามเวลาไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง Grin :Smiley Grin
 
 
 
25  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของทอมกับเจน เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 11:12:03 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  29    มกราคม  2554 เวลา  23.13  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

1.เมื่อเปลี่ยนความเร็วของยานอวกาศ
-ยานอวกาศมีความเร็วมากขึ้นเท่าใดอายุของเจนกับทอมก็ยิ่งมีอายุต่างกันมากขึ้น โดยเจนจะมีอายุน้อยกว่าทอมเมื่อกลับลงสู่พื้นโลก
2.ส่งยานอวกาศไปยังดวงดาว 2 แห่ง แห่งแรกอยู่ใกล้ แห่งที่สองอยู่ไกล ด้วยความเร็วที่เท่ากัน
-จากการทดลองด้วยความเร็วที่เท่ากันจะได้ว่า ดวงดาวที่อยู่ใกล้อายุของเจนกับทอมต่างกันไม่มากนัก แต่ถ้าเราไปยังดวงดาวที่อยู่ไกล อายุของเจนกับทอมยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น โดยเจนจะมีอายุน้อยกว่าทอมเมื่อกลับลงสู่พื้นโลก
3.ถ้าคุณตั้งอายุเริ่มต้นของเจนและทอมให้เท่ากัน คุณจะต้องตั้งความเร็วและระยะทางอย่างไร ให้ทอมกับเจนมีอายุใกล้เคียงกันเมื่อยานอวกาศกลับถีงพื้นโลก
-ลดอัตราความเร็วของยานอวกาศให้น้อยที่สุด และเดินทางไปยังดวงดาวที่อยู่ใกล้ที่สุด
26  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.สุวิทย์ ชวเดช เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 11:02:30 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   29   มกราคม  2554 เวลา 23.03  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

   ฟิโซได้นำวิธีการนี้ไปใช้วัดอัตราเร็วของแสง โดยเขาเริ่มต้นทำการทดลองตั้งแต่ตอนล้อฟันเฟืองหยุดวิ่งแล้วค่อยๆ เพิ่มอัตราเร็วของล้อฟันเฟืองครั้งละ น้อยๆ จนกระทั่งเริ่มมองเห็นแสงสะท้อนที่ผ่านร่องฟันเฟืองออกมา  หลังจากนั้นเขาก็นำค่าต่างๆ ที่ได้จากการทดลองไปคำนวณหาอัตราเร็วของแสงต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ ระยะทางการเดินทางของแสงที่ เท่ากับ 10 ไมล์
ขณะที่เราเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า แท้ที่จริงแล้วก็คือ การที่เราเห็นดวงอาทิตย์เมื่อเวลา 8 นาที ที่ผ่านมาแล้ว
27  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment) เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 10:39:48 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   29   มกราคม  2554 เวลา 22.40   น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M1 ผ่านกระจกแยก BS และทะลุผ่านไปยังฉาก S ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก M2 ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก S เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก S เลนส์ DL ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่  มองเห็นได้ง่ายขึ้น

L = แสงเลเซอร์; DL = เลนส์เว้า ; BS = กระจกแยกแสง;
M1 = กระจก M1; M2 = กระจก M2; S = ฉาก  

โต๊ะจะหมุน เมื่อวางเมาส์ลงบนทรงกลมซ้าย และค้างไว้ หรือคลิกเมาส์ที่ทรงกลมกลาง โต๊ะหมุนตามเข็มนาฬิกา และ คลิกเมาส์ที่ทรงกลมขวา โต๊ะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์เลย์ พิสูจน์ได้ดังนี้
1.คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วcมีค่าเท่ากับ3*10 8 เมตร/วินาที
2.ถ้าวัตถุที่เคลื่อนที่นี้เป็นโลก เราจะต้องหาความเร็วสัมบูรณ์ของโลกผ่านอีเทอร์โดยการวัดสัญญาณแสงที่กระจายผ่านอีเทอร์
28  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ชีวิตการทำงานของไอน์สไตน์ เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 10:33:12 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   29   มกราคม  2554 เวลา 22.33 น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

    ในปี ค.ศ.1903 ไอน์สไตน์ได้แต่งงานกับมิเลวา มารี เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซูริค และในปีเดียวกันนี้เขา ได้เขียนบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับนิตยสารเยอรมนีฉบับหนึ่ง และในปี ค.ศ.1905 บทความเรื่องของไอน์สไตน์ก็ได้รับ ความสนใจ และยกย่องอย่างมาก บทความเรื่องนี้เป็นของทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity) ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ระหว่างพลังงาน กับมวลสาร โดยเขียนเป็นสูตรได้ดังนี้ E = mc2 โดย

E (Energy) = พลังงาน
m (mass) = มวลสารของวัตถุ
c = ความเร็วแสง

29  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 11:02:03 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  27    มกราคม  2554 เวลา  23.03  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า
กฎพื้นฐานของแสงทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายจอแอลซีดี คือหลักการโพลาไรเซชั่น  ภาพที่เกิดบนจอแบนแบบนี้เกิดจากจุดสี ซึ่งประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จุดบนจอแอลซีดีไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส แต่เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น เรียกว่า เซล  หน้าจอแอลซีดีประกอบด้วยเซลเล็กๆ มากมาย หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาวเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า แบคไลท์ จอแอลซ๊ดี ใช้ผลึกของเหลวควบคุมความสว่างได้
30  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: การทดลองเรื่องตาและการมองเห็น เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 09:54:14 pm
ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   27   มกราคม  2554 เวลา  21.55  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า
เลนส์สายตาสำหรับคนสายตายาวทำหน้าที่ต่อผู้ที่ใส่แว่นนั้นได้อย่างไร
1. ย้ายวัตถุที่ระยะ 25 เซนติเมตร จากตาไปไว้ในที่ระยะใกล้ที่สุด ที่ตาป่าวมองเห็นได้ชัดเจน
2. ย้ายวัตถุที่ระยะ 25 เซนติเมตร จากตาไปไว้ในที่ระยะอนันต์
3. ย้ายวัตถุที่ระยะอนันต์ มาไว้ที่ระยะใกล้ที่สุดที่ตาเปล่ามองเห็นชัด
หน้า: [1] 2 3 4
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.217 วินาที กับ 21 คำสั่ง