RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 07:22:46 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 5
1  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: แบบจำลองอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:58:21 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.58 สถานที่ หอพัก

หลักการของทอมสันคือ
1. อะตอมเป็นรูปทรงกลม ประกอบด้วยเนื้ออะตอมเป็นประจุบวกและมีอิเล็กตรอนเป็นประจุลบ กระจายอย่างสม่ำเสมอโดยปริมาณของประจุลบและบวกจะเท่ากัน
2. ทอมสันได้เสนอวิธีการจัดเรียงอะตอมให้มีความเสถียรมากที่สุด
หลักการทดลองของรัทเธอร์ฟอร์ด
1.อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆ
2. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมทุกทิศทางเท่ากัน
3. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆทั้งที่ส่วนใหญ่ผ่านเป็นแนวตรง
2  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: Niels Bohr เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:57:05 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.57 สถานที่ หอพัก

บอร์ได้เริ่มการศึกษาค้นคว้าทดลองครั้งแรกในปี ค.ศ.1907 เกี่ยวกับเรื่องความตึงของผิวน้ำ และจากผลงานชิ้นนี้บอร์
ได้รับรางวัลเหรียญทองจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติเดนมาร์ก ต่อมาในปี ค.ศ.1911 เกี่ยวกับเรื่องอิเล็กตรอนของโลหะ เพื่อ
จัดทำเป็นวิทยานิพนธ์สำหรับรับปริญญาเอก ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จหลังจากที่บอร์ได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และได้พบกันเซอร์โจเซฟ
จอห์น ทอมป์สัน (Sir Joseph John Thompson) ทั้งสองยังได้ร่วมมือกันทำการทดลองค้นคว้าในห้องทดลองคาเวนดิช มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ในปีต่อมาเขาได้ทำการทดลองค้นคว้าร่วมกับเออร์เนสรัทเธอร์ฟอร์ด ในเรื่ององค์ประกอบของอะตอม จำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนในธาตุแต่ละชนิด และในตารางธาตุทั้งหมดแต่ละอะตอมจะมีจำนวนโปรตอนในนิวเคลียสเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอนที่วิ่งโดยรอบ
3  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:56:17 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.56 สถานที่ หอพัก

แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่า
4  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:55:18 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.55 สถานที่ หอพัก

5ข้อ ทำได้ 1 ข้อ
5  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง โครงสร้างอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:52:53 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.52 สถานที่ หอพัก

หลักการของบอห์ร ที่สะท้อนมโนภาพนี้อย่างชัดเจนคือ ทฤษฎีความคล้องจอง (Correspondence Theory) และการเติมเต็ม (Principle of Complementarity)
ซึ่งทั้งคู่เน้นความคล้ายกันแม้จะอยู่ใต้ความแตกต่างกัน นีลส์ บอห์ร เข้าใจมโนภาพของความกำกวม ณ ระดับลึกซึ้งที่สุด และงานของเขานี้ได้ค้นหาทางแก้ไขความกำกวมนี้
ไปสู่ความกลมกลืนกันได้อย่างยิ่งใหญ่จากวัยเด็กที่ดูเหมือนบอห์รจะมีบุคลิกภาพขัดแย้งกับความเป็นอัจฉริยะของตนเอง ภาพวัยรุ่นตัวใหญ่ขี้อายใส่เสื้อลงแป้งแข็ง แก้มย้อย
 ริมฝีปากหนา ท่าทางออกจะซุ่มซ่าม ไม่ได้บ่งบอกถึงความฉลาดเฉลียว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันสมองของเขาจะถูกเก็บกัก การเติบโตพร้อมกับน้องชายที่ดูจะมีอะไรดีกว่าเขาทั้งหมด ไม่ได้สร้างปมในใจเขาเลยสักนิด กลับผลักดันให้เขาสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เสียอีก การถูกเลี้ยงดูในครอบครัวของนักการศึกษามีส่วนให้บอห์รคิดเป็นอย่างมาก
6  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: วีดีโอเรื่อง ต้นกำเนิดของแสงเลเซอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:51:46 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.51 สถานที่ หอพัก

ปี 1960 โดย ทีโอดอร์ ไมแมน (Theodore Maiman) ที่สถาบันวิจัย ฮิวจ์ (Hughes Research Laboratories) ทุกวันนี้เลเซอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลายพันล้านดอนล่าร์ ผลผลิตจากงานวิจัยเลเซอร์ และกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย มีให้เห็นอย่างเช่น แผ่นดีวีดี แผ่นซีดี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องอ่านบาร์โค้ด อุปกรณ์ตัดโลหะด้วยเลเซอร์ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเลเซอร์มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ หรือแม้กระทั่งด้านการทหาร ก็เพราะว่าเลเซอร์สามารถควบคุมความยาวคลื่นตามที่ต้องการได้
     แสงเลเซอร์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความยาวคลื่นใดความยาวคลื่นหนึ่งในแถบสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจอยู่ในช่วงระหว่างรังสีอินฟาเรดถึงรังสีอุลตร้าไวโอแลตรวมตลอดความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็น สารที่นำไปใช้ผลิตแสงเลเซอร์มี 4 ประภทคือ เลเซอร์แก๊ส เลเซอร์ของเหลว เลเซอร์ของแข็ง เลเซอร์ไดโอด
7  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:50:28 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.50 สถานที่ หอพัก

การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม
 ใช้ หลักอาฟบาว (Aufbau principle) ในจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1.ใช้หลักของเพาลี ในการบรรจุอิเล็กตรอน คือ ในแต่ละออร์บิทัลจะบรรจุอิเล็กตรอนได้อย่างมากที่สุด 2 ตัว (มีสปินต่างกัน) ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินขึ้น (spin up)
2.บรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานต่ำสุดที่ยังว่างก่อน (เรียงลำดับออร์บิทัลตามลูกศรในรูป) จนครบจำนวนอิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมนั้น การจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบนี้จะทำให้อะตอมมีสถานะเสถียรที่สุดเพราะพลังงานรวมทั้งหมดของอะตอมมีค่าต่ำสุด
3.การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากันเช่นออร์บิทัล d จะใช้ กฎของฮุนด์ (Hund's rule) คือ"การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากัน จะบรรจุในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด"
4.การบรรจุอิเล็กตรอนที่ทุกๆออร์บิทัล มีระดับพลังงานเป็น degenerate (ระดับพลังงานเท่ากัน) ทุกออร์บิทัลอาจมีอิเล็กตรอนอยู่เต็ม (2 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล) หรือมีอิเล็กตรอนอยู่เพียงครึ่งเดียว (1 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล)

8  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (Teleportation) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:48:51 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.48 สถานที่ หอพัก

มนุษย์ปกติที่มีรูปร่างพอดี  ประกอบด้วยอะตอมทั้งหมดประมาณ  1028  อะตอม   คือมี เลข  0  อยู่หลังเลข 1  จำนวน  28  ตัว   เครื่องจะต้องอ่านข้อมูลของอะตอมทุกๆตำแหน่ง  และส่งข้อมูลไปยังที่ใหม่  เพื่อให้อะตอมในที่ใหม่จัดเรียงตัวกันตามข้อมูลนี้  กลายเป็นคนเดิม  โดยที่คนเดิมในตำแหน่งเริ่มต้นหายไป  (ถ้าไม่หายยุ่งแน่ กลายเป็นสองคน)
      ความคิดเหล่านี้ดูคล้ายความฝัน   ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีใครคิดว่าจะส่งเอกสารด้วยเครื่อง แฟกซ์ได้    ไม่เคยมีใครคิดว่า เราจะก็อปปี้เอกสารต้นฉบับ ได้เหมือนกับต้นฉบับทุกประการ  ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป 
     จากนี้จนถึงอนาคตอันไกลโพ้น   เราคงต้องไปอาศัยอยู่ ณ ดาวดวงอื่น ดังนั้นการเคลื่อนที่แบบเดิมที่ใช้เวลานาน คงยกเลิกไป และ การเคลื่อนที่แบบเทเลพอเทชั่น จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่พวกเราต้องพัฒนาขึ้นให้ได้
9  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน ฟิสิกส์ 2000 เรื่อง พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:48:10 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.48 สถานที่ หอพัก

ควอนตัมสามารถอธิบายได้ด้วยการทดลองอย่างง่ายๆ  คือการแทรกสอดของแสงผ่านช่องแคบคู่
แสงเป็นคลื่น มันจึงเกิดการแทรกสอดแบบหักล้างและเสริมกันได้  ถ้าเป็นการแทรกสอดแบบเสริมกัน คือ ยอดคลื่นของคลื่นกระบวนหนึ่ง เสริมกับยอดคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการแทรกสอดแบบหักล้างกัน  คือยอดคลื่นของกระบวนหนึ่ง หักล้างกับท้องคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง
สามารถรวมคลื่น2  กระบวนให้มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้นได้ ถ้ายอดคลื่นของกระบวนหนึ่งรวมกับยอดคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง  หรือท้องคลื่นกระบวนหนึ่งรวมกับท้องคลื่นของอีกกระบวน
ถ้าแสงส่องผ่านช่องแคบคู่  มันจะกระเพื่อมออกไปเหมือนคลื่นในสระน้ำ   เมื่อคลื่นอีกช่องแคบหนึ่งแทรกสอดกับคลื่นของอีกช่องแคบหนึ่ง เกิดการแทรกสอดกันขึ้น
    ทดลองช่องแคบคู่
คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าคลื่นน้ำมากเราจึงไม่เห็นการกระเพื่อมขึ้นลงเหมือนกับคลื่นน้ำ แต่จะเห็นเป็นริ้วรอยมืดและสว่าง ซึ่งก็คือการแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างไปปรากฏบนฉากแทน
     การแทรกสอดของอนุภาค
เมื่ออิเล็กตรอนวิ่งผ่านช่องแคบคู่   มันเกิดการแทรกสอดขึ้น  มีริ้วรอยแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างกันบนฉาก   เหมือนกับการแทรกสอดของแสงเลเซอร์ เราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ทวิภาพของอนุภาคและคลื่น    คืออิเล็กตรอนสามารถอยู่ได้ทั้ง 2 สภาวะ เป็นไปได้ทั้งอนุภาคและคลื่น
10  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง Frank-hertz เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:46:54 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.46 สถานที่ หอพัก

ในปี ค.ศ. 1914 ได้มีการทดลองแสดงให้เห็นว่าสถานะนิ่งที่เป็นค่า ๆ ของอิเล็กตรอนในอะตอม (ตามสมมติฐานของบอร์) นั้นมีอยู่จริง
เมื่ออิเล็กตรอนถูกปล่อยออกมาจากไส้หลอดที่ร้อน F จะเคลื่อนที่ไปยังแผ่น P ระหว่าง F และ P มีกริด G กั้นอยู่ อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่จาก F ไป G จะถูกเร่งด้วยความต่างศักย์ V0 แต่เมื่อเคลื่อนที่จาก G ไป P มีศักย์หน่วง (retarding potential) Vr ซึ่งมีค่าเพียงเล็กน้อย อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก Fไป P ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหล Ip วัดได้ด้วยแอมมิเตอร์ A
          ความเร็วของอิเล็กตรอนหลังจากถูกปล่อยออกมาจาก F และเคลื่อนที่มาถึง G คือ
                                          1/2mv^2 = eV๐
     เมื่อมีค่าเพิ่มขึ้นความเร็วของอิเล็กตรอนมากขึ้นด้วย ในขณะที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไปยัง P จะมีการชนกับอะตอมของธาตุที่อยู่ในสภาพเป็นไอ ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดทดลอง ถ้าความเร็วของอิเล็กตรอนต่ำ การชนกันจะไม่สามารถกระตุ้นอะตอมได้ และอิเล็กตรอนเพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่มาถึง G จึงมีพลังงานเหลือมากพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ไปยัง P ได้ เมื่อ V๐  เพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปถึง P ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกระแส Ip  และต่อมาเพื่อเพิ่ม V๐  จนกระทั่งถึงค่าหนึ่ง อิเล็กตรอนมีพลังงานมากพอที่จะชนกับอะตอมแล้วอะตอมถูกกระตุ้นในกรณีนี้อิเล็กตรอนจะสูญเสียพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่ออิเล็กตรอนเหล่านี้เคลื่อนที่ไปถึง G แล้วจะไม่มีพลังงานพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ดังนั้นกระแสจะลดลงอย่างรวดเร็ว และต่อมาเมื่อ V๐  เพิ่มขึ้นอีก กระแส Ip จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
11  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:45:05 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.45 สถานที่ หอพัก

เข้ามาตอบกระทู้วันที่  22  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  9.49 น
มีความเห็น               การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน
E  =   พลังงานจลน์รวมเริ่มต้นของโฟตอนก่อนชน  หน่วยเป็น  Kev
E'  =   พลังงานจลน์ของโฟตอน ที่กระเจิง  หน่วยเป็น  Kev
h  =   6.62  x  10-34    จูล.วินาที
c  =   3  x 108   เมตร/วินาที่
Theta  =   มุมที่โฟตอนกระเจิง
     ปรากฏการณ์คอมป์ตันเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นธรรมชาติของคลื่นแม่ไฟฟ้าว่า มีลักษณะเป็นอนุภาค ทั้งนี้คอมป์ตัน(A.H. Compton) ได้ศึกษาการกระเจิงของรังสีเอกซ์ โดยรังสีเอกซ์ทำอันตรกิริยากับอนุภาคเป้าแล้วเกิดการเบนของรังสีเอกซ์ หรือบางกรณีนอกจากการเบนรังสีแล้วความยาวคลื่นยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย กระบวนการนี้เรียนว่า การจระเจิง(scattering)

12  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:43:18 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.43 สถานที่ หอพัก

สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ มีรูปฟอร์ม ซึ่งใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุด เป็นแบบง่ายๆ (พอๆ กับสมการของนิวตัน) คือ HA=EA แต่มีชื่อและความหมายซึ่งค่อนข้างแปลกและเข้าใจยากสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์โดยตรง เช่น Hamiltonian (H), Wave Function หรือ Eigenfunction (A) และ Eigenvalue (E) แต่ในการแปลความหมายอย่างให้เป็นรูปธรรม สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ สามารถให้ความหมายได้อย่างที่เข้าใจไม่ยากนัก เช่น Hamiltonian เป็นส่วนเกี่ยวกับพลังงานรวม ต้นกำเนิดของการเคลื่อนที่ของอนุภาค หรือพลังงานแหล่งกำเนิดของสนามพลังงาน หรือ Energy Field (เช่น พลังงานจลน์ + พลังงานศักย์ของอิเล็กตรอนในอะตอม) Wave Function หรือ ฟังก์ชันคลื่น (A) เป็นส่วนเกี่ยวกับตำแหน่งของอนุภาค (เช่นของอิเล็กตรอนในอะตอม) และ Eigenvalue (E) เป็นส่วนเกี่ยวกับพลังงานของอนุภาคที่มีฟังก์ชันคลื่น A (เช่น พลังงานของอเล็กตรอนที่ระดับของฟังก์ชันคลื่น A)
13  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง การแผ่รังสีของวัตถุดำ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:42:04 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.42 สถานที่ หอพัก

กฎของสตีฟาน พลังงานต่อหน่วยหน่วยปริมาตรของทุกๆความถี่ที่แผ่ออกมาวัตถุดำ จะแปรผกผันตรงกับกำลังสี่ของอุณหภูมิ
U = eซิกม่าร์เมื่อซิกม่าร์ คือ ค่าคงที่ของสตีฟาน = 5.67x10^-18 e คือ ความสามารถในการแผ่รังสี ถ้าเป็นวัตถุดำจะมีค่าเท่ากับ 1
กฎของวีน วัตถุทุกชิ้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าองศาสมบูรณ์จะมีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเสมอ เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิต่ำรังสีส่วนใหญ่ที่แผ่
ออกมามีความถี่ อยู่ในย่านที่มนุษย์มองไม่เห็นจากการทดลอง เมื่อเลื่อนแนวเทอโมมิเต่อ จะเห็นว่า T เปลี่ยนไปคือกราฟจะพุ่งขึ้นและกราฟทางซ้าย
ก็จะเป็นแนวเส้นโคงขึ้นด้วย
14  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: วีดีโอ เรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:41:01 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.41 สถานที่ หอพัก

ควอนตัมเป็นก้าวเล็กที่สุดเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่กลับเป็นก้าวที่มีความยิ่งใหญ่ในด้านความคิดของมนุษย์เรา ทรัพย์อะตอมมิคอะตอมหรืออนุภาคต่าง ๆ ในอะตอม เช่น อิเล็คตรอนจะเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกธรรมดา แต่กลับเป็นเรื่องปรกติของอะตอมในโลกของทรัพย์อะตอมมิคอะตอมและส่วนประกอบอื่น ๆ เป็นไปตามกฏที่แตกต่างของกฏของสารขนาดใหญ่โดยสิ้นเชิง
15  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แผ่นใสเรื่อง ทฤษฎีควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:40:09 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.40 สถานที่ หอพัก

ในฟิสิกส์เดิม เชื่อว่าอะตอม/โมเลกุล สามารถคาย (ดูดกลืน)
ใน ค.ศ. 1900 Max Planck ศึกษารังสีที่ปล่อยจากของแข็งที่ร้อน พบว่า อะตอม/โมเลกุลจะคาย/ดูดกลืนพลังงานเพียงบางค่าเท่านั้น พลังงานน้อยที่สุดที่อะตอม/โมเลกุลคาย/ดูดกลืน ในรูปของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า เรียนว่า ควอนตัม   ตามทฤษฏีควอนตัมของพลังค์  อะตอมดูดกลืนพลังงานเท่ากับผลคูณของเลขจำนวนเต็มบางค่ากับ hu (hu,2hu,3hu,…)
16  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:39:25 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.39 สถานที่ หอพัก

เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "The Uncertainty Principle" หรือ หลักความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน     ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของเยอรมนี และการดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของไฮเซนเบิร์กนี้เอง ที่ไปกระตุ้นให้เกิดโครงการสร้างระเบิดอะตอม (คือ โครงการ แมนฮัตตัน) ของประเทศฝ่ายสัมพันธ มิตร จนกระทั่งระเบิดอะตอมถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ ถึงแม้จะปรากฏเป็นความจริงภายหลังสงครามว่า ไฮเซนเบิร์ก มิได้มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ที่จะเร่งสร้างระเบิดอะตอม ของฝ่ายนาซีเยอรมันให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
17  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:38:20 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.38 สถานที่ หอพัก


ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
18  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แมกซ์ แพลงค : Max Planck เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:37:02 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.37 สถานที่ หอพัก

หลังจากจบการศึกษาแล้ว ในปี ค.ศ.1885 มหาวิทยาลัยคีลได้ตกลงกับแพลงคเข้าเป็นอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีในระหว่าง
นี้แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังงานเรื่องธรรมชาติของพลังงาน และเอนโทรปี (Entropy) และได้ส่งผลงานการค้นคว้า
เกี่ยวกับธรรมชาติของพลังงานเข้าประกวดที่เมืองกอตติงเกน (Gottingen) และได้รับรางวัลที่ 2 จากนั้นในปี ค.ศ.1889 เขาย้าย
ไปสอนที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินแทนกุลสตาฟ เคิร์กชอฟ ศาสตราจารย์ที่เสียชีวิตไป พร้อมกับได้เลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์
แพลงคได้ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จนกระทั่งปี ค.ศ.1926

         ในปี ค.ศ.1900 แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค (Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับ
มอบปริญญาเอก ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ แพลงคพบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี
เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป แพลงคได้ทำ
การทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา แพลงคพบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียก
ว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม เขาได้นำผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัม
เสนอต่อสมาคมฟิสิกส์แห่งเบอร์ลิน เมื่อทฤษฎีของเขาเผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าไรนัก

19  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: วีดีโอทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:35:47 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.35 สถานที่ หอพัก

ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นกลุ่มของทฤษฎีทางฟิสิกส์ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
   ทฤษฎีทั้งสองนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้ประพฤติตนตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต แนวคิดหลักของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้ คือ
แม้ผู้สังเกตสองคนที่กำลังเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันนั้นอาจจะตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของเวลาและตำแหน่งได้ต่างกันสำหรับเหตุการณ์หนึ่งๆ
แต่ทั้งสองจะยังคงสังเกตเห็นเนื้อหาของกฎทางฟิสิกส์ที่เหมือนกัน
20  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: แผ่นใสฟิสิกส์ของกาลเวลา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:34:55 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.34 สถานที่ หอพัก

เวลาตามแนวคิดของนิวตัน
        - เวลาและตำแหน่งเป็นฉากหลัง
        - เวลาเป็นอิสระจากทุกสิ่ง
        - เวลาสัมบูรณ์
    เวลาตามแนวคิดของไอน์สไตน์
        - สิ่งที่เรียงลำดับเหตุการณ์
        - เวลาอันเป็นจิตวิสัย
        - สิ่งที่วัดได้โดยใช้นาฬิการ
        - ไม่ยอมรับเรื่องเวลาสัมบูรณ์
    กฎทางฟิสิกส์จะเหมือนกัน  สำหรับผู้สังเกตทั้ง 2 คนที่เคลื่อนที่สัมพัทธกันด้วย  ความเร็วคงที่
21  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ไอน์สไตน์อธิบายความสัมพันธ์ของมวลกับพลังงาน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:32:31 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา 9.32 สถานที่ หอพัก

สรุปว่า...
It followed from the special theory of relativity that mass and energy are both but different  อาการของสิ่งเดียวกัน a somewhat unfamilar
conception for the average mind. Furthermore, the equation E is equal to    m c-ยกกำลังสอง, in which energy is put equal to mass, multiplied by the square of theความเร็วของแสง, showed that very small amounts of mass may be converted into
a very large  ประริมาณของพลังงาน and vice versa. The mass and energy were in fact เท่ากัน, according to the formula mentioned before. This was demonstrated by Cockcroft and Walton in 1932, experimentally."
22  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.สุวิทย์ ชวเดช เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:31:18 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.31 สถานที่ หอพัก

อัตราเร็วแสงมีค่ามากกว่าอัตราเร้วของเสียงอย่างมากมาย
-เดส์การ์ตส์ คิดว่าแสงมีค่ามีอัตราเร็วมากมายอย่างไม่สิ้นสุดหรืออนันต์
-กาลิเลโอ และบรรดานักวิทยาศาสตร์ในสมัยเดียวกันกับเขาต่างก็คิดกันว่า แสงมีอัตราเร็วจำกัดค่าหนึ่ง
คุณสมบัติของแสง
-อัตราเร็วของแสง186000ไมล์ต่อวินาที ในเวลา1วินาที แสงสามารถเดินทางได้ระยะเท่ากับระยะทางรอบโลกโดยรวมประมาณ7รอบหรือแสงสามารถเดินทางได้ระยะเท่ากับระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ประมาณ93ล้านไมล์ในเวลา8นาที
-แสงเป็นคลื่นเดียวกับคลื่นวิทยุ คลื่นอินฟราเรด ซึ่งเราเรียกคลื่นแบบนี้ทั้งหมดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
การทดลองของไมเคิลสันและมอร์ลีย์
1.คลื่นจากแหล่งกำเนิดเดินทางกระทบกับกระจกเงากึ่งทะลุ
2.แสงaที่ทะลุผ่านในข้อ1.จะเดินผ่านไปกระทบกับกระจกเงาธรรมดาA ในขณะเดียวกันแสงbที่สะท้อนจากกระจกเงาในข้อ1.จะเดินไปกระทบกับกระจกเงาธรรมดาB โดยแสงทั้งสองส่วนนี้เทียบกับเครื่องบินลำAและB
23  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของทอมกับเจน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:30:20 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.30 สถานที่ หอพัก

1.เมื่อเปลี่ยนความเร็วของยานอวกาศ
  ตอบ เมื่อเราเพิ่มความเร็วให้ยานอวกาศ การเดินทางก็จะเร็วขึ้น อายุของเจนและอายุของทอมก็จะลดน้อยลง ในทางกลับกันถ้าเราลงความเร็วของยานอวกาศลงระยะเวลาในการเดินทางก็จะมากขึ้น อายุของเจนและทอมก็จะมากขึ้นด้วย
2.ส่งยานอวกาศไปยังดวงดาว 2  แห่ง  แห่งแรกอยู่ใกล้  แห่งทีสองอยู่ไกล  ด้วยความเร็วที่เท่ากัน
 ตอบ  ดวงดาวที่อยู่ใกล้อายุของเจนและทอมจะมีความต่างกันไม่มากนัก แต่ถ้าเราไปยังดวงดาวที่อยู่ไกล   อายุของเจนและทอมก็ยิ่งมีความแตกต่างกันมากขึ้นโดยเจนจะมีอายุน้อยกว่าทอมเมื่อกลับลงสู่พื้นโลก ระยะเวลาในการเดินทางจะน้อยกว่าดาวที่อยู่ไกล
3.ถ้าคุณตั้งอายุเริ่มต้นของเจนและทอมให้เท่ากัน   คุณจะต้องตั้งความเร็วและระยะทางอย่างไร  ให้ทอมกับเจนมีอายุใกล้เคียงกันเมื่อยานอวกาศกลับถีงพื้นโลก
  ตอบ ความเร็วของยานอวกาศน้อยลง  อายุของเจนและทอมจะใกล้เคียงกัน
24  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: แผ่นใสทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:28:32 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.29 สถานที่ หอพัก

ทฤษฎีนี้เรียกว่า "พิเศษ" เนื่องจากมันประยุกต์หลักสัมพัทธภาพกับกรอบอ้างอิงเฉื่อยเท่านั้น ไอน์สไตน์พัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปโดยประยุกต์หลักสัมพัทธภาพให้ใช้ทั่วไป
กล่าวคือ ใช้ได้กับทุกกรอบอ้างอิง และทฤษฎีดังกล่าวยังรวมผลของความโน้มถ่วง ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษไม่ได้รวมผลของความโน้มถ่วง แต่มันสามารถจัดการกับความเร่ง
ได้ถึงแม้ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพจะทำให้เกิดการสัมพัทธ์กันของปริมาณบางอย่าง เช่น เวลาซึ่งเรามักคิดว่าเป็นปริมาณสัมบูรณ์เนื่องจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
 ถึงกระนั้นมันก็มีปริมาณบางอย่างที่เป็นปริมาณสัมบูรณ์ทั้ง ๆ ที่เราคิดว่ามันน่าจะเป็นปริมาณสัมพัทธ์ กล่าวให้ชัดคือว่า อัตราเร็วของแสงจะเท่ากันสำหรับทุกผู้สังเกต
แม้ว่าพวกเขาจะเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันก็ตาม ทฤษฎีสัมพัทธภาพแสดงให้เห็นว่า c ไม่ใช่แค่ความเร็วของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า -- แสง -- เท่านั้น แต่ยังเป็นค่าพื้นฐาน
ที่เชื่อมสเปซกับเวลาเข้าด้วยกัน กล่าวโดยเจาะจงคือว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพยืนยันว่าไม่มีวัตถุใดเคลื่อนที่เร็วเท่ากับแสงได้
25  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:27:37 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.27 สถานที่ หอพัก

ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
ถ้าคุณกำลังทดลองอยู่  และเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แรงสั่นสะเทือนของลม ทำให้ริ้วเคลื่อนไหว  การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงเล็กน้อย  เช่นความร้อนจากมือ  ทำให้ริ้วเคลื่อนไหวได้เช่นกัน   อย่างไรก็ตามให้คุณไขน๊อตของอุปกรณ์กับโต๊ะให้แน่น  ผลของอุณหภูมิจะลดลง
26  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ชีวิตการทำงานของไอน์สไตน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:26:16 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.26 สถานที่ หอพัก

 ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity)
- ค้นพบทฤษฎีการแผ่รังสี (Photoelectric Effect Theory)
- ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ.1921
     ไอน์สไตน์เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1879 ที่เมืองอูล์ม ประเทศเยอรมนี ไอน์สไตน์เป็นชาวเยอรมันแต่ก็มีเชื้อสายยิวด้วย บิดาของไอน์สไตน์เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องยนต์และสารเคมี ชื่อว่า เฮอร์แมน ไอน์สไตน์ (Herman Einstein) ต่อมาเมื่อ ไอน์สไตน์อายุได้ 1 ขวบ บิดาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมิวนิค ไอน์สไตน์เป็นเด็กที่เงียบขรึม และมักไม่ค่อยชอบออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน จนบิดาเข้าใจว่าเขาเป็นคนโง่ จึงได้จ้างครูมาสอนพิเศษให้กับไอน์สไตน์ที่บ้าน โดยเฉพาะเรื่องการพูด ไอน์สไตน์ก็เข้ากับเพื่อนได้ดี แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดในโรงเรียนก็คือการสอนที่น่าเบื่อหน่าย ที่ใช้วิธีการท่องจำเป็นส่วนใหญ่ ไอน์สไตน์ให้ความสนใจมากที่สุดคือ คณิตศาสตร์ โดยเฉพาะวิชาเรขาคณิตเป็นวิชาที่เขาชอบมากที่สุด ต่อมาไอน์สไตน์ได้สอบเข้าเรียนต่อวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ที่วิทยาลัยโปลีเทคนิค เมืองซูริค (Federal Poleytechnic of Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไอน์สไตน์ได้แต่งงานกับมิเลวา มารี เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซูริค ทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity) ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ระหว่างพลังงาน กับมวลสาร โดยเขียนเป็นสูตรได้ดังนี้ E = mc2
27  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: โพลาไรเซชั่น physics2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:19:19 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.19 สถานที่ หอพัก

โพลาไรท์ฟิลเตอร์  หรือแผ่นกรองโพลาไรท์หรือเรียกทับศัพท์เลยว่า แผ่นโพลารอยท์  ช่างถ่ายรูป และแว่นกันแดดนำไปใช้ลดแสงสะท้อน   และยังถูกนำไปใช้ในเครื่องคิดเลข  นาฬิกาดิจิตอล  และจอแบนแบบแอลซีดี  โพลาไรเซชั่นเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน  อาศัยหลักการพื้นฐานฟิสิกส์ของแสง  นิยมใช้ในแว่นกันแดด   นาฬิกาดิจิตอล  และจอแบนแอลซีดีของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
ความแตกต่างระหว่างแสงโพลาไรท์ กับแสงไม่โพลาไรท์ กันก่อน  แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่กระเพื่อมขึ้นและลงเหมือนกับคลื่นน้ำ  เพียงแต่เคลื่อนที่ได้เร็วมาก คือมีความเร็วเท่ากับความเร็วของแสง   ความเข้มของแสงขึ้นกับสนามไฟฟ้า  ถ้าเวกเตอร์สนามไฟฟ้าสูงหรือยาว แสงจะมีความเข้มมากคือสว่างมาก  แต่ถ้าเวกเตอร์สนามไฟฟ้าสั้นหรือเป็นศูนย์  แสงสว่างจะน้อยหรือมืด
28  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: จอคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว physics2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:17:48 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.17 สถานที่ หอพัก

จุดบนจอของโทรทัศน์เคลือบด้วยฟอสฟอรัส เพื่อให้อิเล็กตรอนสามารถเปล่งแสงออกมาได้  แต่จุดบนจอแอลซีดี ไม่ได้เคลือบด้วยฟอสฟอรัส   แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนตาแทบมองไม่เห็น หน้าจอของแอลซีดี ประกอบขึ้นด้วยเซลเล็กๆมากมาย  หลังจอมีแหล่งกำเนิดแสงสีขาว  ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกแสงที่ส่องมาทางด้านหลังนี้ว่า  แบคไลท์  (Backlight)   หน้าเซล จะมีฟิลเตอร์หรือตัวกรองแสง  สีแดง สีเขียว  และสีน้ำเงิน  ดังนั้น  1  จุดแสงจะประกอบขึ้นจากเซล  3  เซล   คือเซลสีแดง ที่ผ่านฟิลเตอร์สีแดง   เซลสีเขียว ที่ผ่านฟิลเตอร์สีเขียว และเซลน้ำเงินที่ผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน  สีของแสงแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับเซลทั้งสาม ว่ามีความสว่างมากน้อยเท่าไร   ซึ่งก็คือหลักการผสมสีของแสง ที่เราเคยเรียนรู้มาก่อนแล้ว  แอลซีดี  ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า  Liquid crytal dispaly   แปลเป็นภาษาไทยตรงๆว่า จอผลึกเหลว  การที่เราจะพูดถึงการทำงานของผลึกเหลว  เราต้องทราบหลักการของโพลาไรเซชั่นก่อน
29  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: คอมแพคดิสก์ กับการแทรกสอด เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:15:03 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.15 สถานที่ หอพัก

ผิวของแผ่นซีดี บรรจุข้อมูลเป็นขดวง ภายในขดวงข้อมูลคือส่วน Pit และแบน Land หัวอ่านจะยิงแสงเลเซอร์ขึ้นไปกระทบข้อมูล และสะท้อนออกมาเข้าตัวดีแทกเตอร์
ขณะที่แผ่นซีดีหมุน   หัวอ่านจะยิงแสงเลเซอร์ไปที่แผ่น  และสะท้อนกลับมาที่ตัวดีเทกเตอร์ ซึ่งจะคอยตรวจหา ความเข้มของแสงสะท้อนที่ขึ้นและลง  ตามจังหวะที่หัวอ่านผ่านส่วนที่นูนและแบน ซึ่งก็คือสัญญาณดิจิตอล (0,1) เพื่อให้ระดับความเข้มของสัญญาณง่ายแก่การตรวจหา  ความสูงของส่วนนูนคือ t ที่จะต้องเลือกให้มีเหมาะสม เพื่อให้แสงเกิดปรากฎการณ์แทรกสอดแบบหักล้างกันอย่างสมบูรณ์   
 
30  ฟิสิกส์ 2 / แสงและการมองเห็น / Re: แบบทดสอบออนไลน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:14:04 am
นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  11 ก.พ. 54  เวลา  9.14 สถานที่ หอพัก

5ข้อ ทำได้ 2 ข้อ
หน้า: [1] 2 3 ... 5
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.234 วินาที กับ 20 คำสั่ง