RmutPhysics.com
มกราคม 21, 2021, 09:00:57 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 5
1  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 12:51:14 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 05-02-2554 เวลา 12:51 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เลือกทำข้อสอบจำนวน 10 ข้อ ทำได้ 3 ข้อ ทำผิด 7 ข้อ
2  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: ทดสอบออนไลน์เรื่องระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 12:47:11 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 05-02-2554 เวลา 12:47 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เลือกทำข้อสอบจำนวน 10 ข้อ ทำได้ 3 ข้อ ทำผิด 7 ข้อ
3  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หญิงเหล็กกับเรเดียม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 12:55:13 am
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 05-02-2554 เวลา 00:55 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    ศตวรรษที่ 20 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โลกยุคอะตอม” ในระยะเริ่มต้นนักวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าหาว่าอะตอม (ในยุคนั้นทราบกันว่าเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดของสสาร )
จะสามารถแยกย่อย ให้เป็นอนุภาคที่เล็กกว่านั้นได้หรือไม่ในที่สุด ในปี 1919 นักวิทยาศาสตร์ก็ประสบความสำเร็จในการแตกอะตอมความรู้ในเรื่องนี้นำไปสู่การ ผลิตระเบิดอะตอม
ระเบิดมหาประลัย อำนาจการทำลายล้างสูง มารี กูรี เป็นผู้ค้นพบเรเดียมซึ่งเปล่งกัมมันตภาพรังสีออกมาโดยธรรมชาติในขณะที่อะตอมแตกตัว 
เป็นหนึ่งในคณะผู้บุกเบิกในการวิจัยเรื่องกัมมันตภาพรังสีเธอเป็นผู้ค้นพบ เรเดียม ซึ่งเปล่งกัมมันตภาพรังสีออกมา
โดยธรรมชาติในขณะที่อะตอมแตกตัว เธอศึกษาค้นคว้าวิจัยในยุคที่ยังไม่มีใครรู้จักมหันตภัยของกัมมันตภาพรังสี ต้องดิ้นรนทำงานด้วยความขาดไร้ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุน
 หรือการยอม รับนับถือจากสังคมรอบด้าน ทำงานหนักสายตัวแทบขาดทั้งๆที่ป่วยไข้ในระดับที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทานทนได้ และต้องฝืนกระแสความเชื่อประจำยุคนั้นที่ว่า
 ผู้หญิงไม่มีทางเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้
4  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ไอโซโทป เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 12:42:18 am
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 05-02-2554 เวลา 00:42 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ไอโซโทป คือ อะตอมของธาตุเดียวกันมีจำนวนโปรตอนเท่ากันแต่มีจำนวนนิวตรอนต่าง กัน  ธาตุไฮโดรเจนมีสามชนิด  ไฮโดรเจนชนิดที่หนึ่งไม่มีนิวตรอนอยู่ในบริเวณนิวเคลียสเลย  เราเรียกไฮโดรเจนชนิดนี้ว่าไฮโดรเจนธรรมดา  ไฮโดรเจนชนิดที่สองมีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสหนึ่งนิวตรอน  เรียกว่าไฮโดรเจนหนักหรือดิวทีเรียม   ไฮโดรเจนชนิดที่สามมีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสสองนิวตรอน  เรียกชื่อว่า   Trituum   ดิวทีเรียมและทริเซียมเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน
      นอกจากโปรตอนแล้ว  นิวเคลียสยังมีนิวตรอนซึ่งไม่มีประจุไฟฟ้าผสมอยู่ด้วย  เราอาจเพิ่มหรือลดนิวตรอนได้โดยที่ธาตุนั้นจะไม่กลายแปรเป็นธาตุอื่นเลย  
ธาตุ นั้นเพียงแต่หนักขึ้นหรือเบาลงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ชนิดต่างๆ ของธาตุเดียวกันนี้เราเรียกว่า  ไอโซโทป  (isotope)  เราไม่อาจบอกความแตกต่างของ
ไอโซโทปของธาตุเดียวกันได้โดยวิธีเคมี ธรรมดา  เพราะมันมีสมบัติทางเคมีเหมือนกันแต่อาจจะมีกัมมันตภาพรังสีต่างกัน  ยูเรเนียม -238 และ ยูเรเนียม -235   นี่ก็เป็นไอโซโทปสองชนิดของยูเรเนียมอะตอมของยูเรเนียมชนิดแรก
- ยูเรเนียม -238  มีโปรตอน  92  ตัว และนิวตรอน  146  ตัว
- ยูเรเนียม -235  มีโปรตอน  92  ตัว และนิวตรอน  143  ตัว  
นอกจากยูเรเนียมสองชนิดนี้จะมีน้ำหนักต่างกัน  และสมบัติทางกัมมันตภาพรังสีต่างกันแล้ว อย่างอื่นถือได้ว่าเหมือนกัน
5  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์นิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 12:30:28 am
สารกัมมันตภาพรังสี คือ ธาตุที่สามารถให้พลังงานออกมาในรูปของอนุภาค ได้แก่ แอลฟา บีต้า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา เกิดจากการที่มีนิวเคลียสของธาตุเหล่านี้นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 05-02-2554 เวลา 00:30 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     สารกัมมันตภาพรังสี คือ ธาตุที่สามารถให้พลังงานออกมาในรูปของอนุภาค ได้แก่ แอลฟา บีต้า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา เกิดจากการที่มีนิวเคลียสของธาตุเหล่านี้อยู่ในสภาวะไม่เสถียรนิวเคลียส เหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาจึงกระทั่งนิวเคลียสเหล่านี้อยู่ในสภาวะ เสถียร
ชนิดของรังสีมี3ชนิดคือ
1.รังสีแอลฟา ประจุไฟฟ้าเป็นบวก
2.รังสีแกมมา ประจุไฟฟ้าเป็นกลาง
3.รังสีบีตา ประจุไฟฟ้าเป็นลบ
องค์ประกอบของนิวเคลียส ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
การค้นพบธาตุกัมมันตรังสี
- รังสีเอกซ์ ถูกค้นพบโดย Conrad Röntgen
- ยูเรเนียม ค้นพบโดย Becquerel
- พอโลเนียม ถูกค้นพบและตั้งชื่อโดย มารี กูรี
- เรเดียม ได้จากการสกัดเอาพอโลเนียมออกจากพิตช์เบลนด์หมดแล้ว
6  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: โครงการแมนแฮตตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:59:09 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 04-02-2554 เวลา 23:59 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
      ฟิสิกส์ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ได้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพเฉพาะขึ้น คือสมการ E = MC2 ความหมายของสมการนี้อธิบายได้ว่า มวลสารและพลังงานมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด  และที่สภาพเหมาะสมมวล สารสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอันมหาศาลได้ มวลสารเพียงแค่ครึ่งกิโลกรัม จะให้พลังงานเท่ากับแรงระเบิด ทีเอ็นที ขนาด 10 ล้านตันเลยทีเดียว
แต่ใน สมัยนั้นไม่มีนักวิทยาศาสตร์ยอมรับทฤษฎีดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่ล้ำยุคเกินกว่าจะเข้าถึง และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า จะทำให้มวลสารปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาได้โดยวิธีใดต่อมา เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ได้นำผลงานการค้นพบของ ทอมป์สัน ไปค้นคว้าต่อ และเสนอแบบจำลองของอะตอมขึ้นว่า อะตอมประกอบด้วย อิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบโคจรรอบนิวเคลียสที่มีประจุบวก เหมือนกับดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์นั่นเอง
7  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: นิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:55:17 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 04-02-2554 เวลา 23:55 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
ประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์ในกิจการต่างๆ
1. กิจการอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม ซึ่งเรียกว่า เทคนิคเชิงนิวเคลียร์
-ใช้วัดระดับของไหล สารเคมีต่างๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ด้วยรังสีแกมมา
-ใช้ตรวจสอบระดับเศษไม้ในหม้อนึ่งภายใต้ความดันสูง ในการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบด้วยรังสีแกมมา

2. ด้านสิ่งแวดล้อม
พลังงาน นิวเคลียร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมใน 2 ด้าน คือในด้านการรักษาและพัฒนาสภาพของสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น อีกด้านหนึ่ง คือ การตรวจตรา

3. ด้านการเกษตร ชีววิทยา และ อาหาร

ประเทศ ไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ ของผลิตผลซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทมากขึ้น
-การใช้เทคนิคนิวเคลียร์ วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่ปลูก ทำให้ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป

4. ด้านการแพทย์และอนามัย
เวชศาสตร์ นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) คือการนำเอาสารรังสีหรือ รังสีมาใช้ในการตรวจ การรักษา และด้านการค้นคว้าศึกษาการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกายเพื่อช่วยในการตรวจ วิเคราะห์หรือรักษาโรค บรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และย่นระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล ตัวอย่างบางส่วนของการใช้สารรังสี หรือรังสีด้านการแพทย์ เช่น
-การรักษาโรคมะเร็งด้วย โคบอลต์-60
-เม็ดทองคำ-198 ในการรักษามะเร็งผิวหนัง
8  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือน เรื่องการหาอนุกรมการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:47:04 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 04-02-2554 เวลา 23:47 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
จากการทดลอง
เมื่อเลือกpu241 จะเห็นว่าแท่งกราฟสีแดงจะลดลงอย่างลวดเร็วและแท่งกราฟPb208จะพุ่งสูงขึนและtimestep 3
เมื่อเลือก u238 จะเห็นว่ามีตัวธาตุเพิ่มขึ้น u234 Th230 Ra226 Pb210 Pb206 กราฟจะพุ่งขึ้นทางด้าน pb210 ตามลำดับ
และจะค่อยๆลดลงแต่แท่งกราฟจะไม่สูงขึ้นจนสุด แต่ธาตุ Pb206 จะใม่ลง
เมื่อ เลือกPu2411 จะเห็นว่ามีธาตุ Pu241 Am241 Np237 U233 Th229 เมือกดปุ่ม Animate จะเห็นว่ามีการพุ่งขึ้นของกราฟทั้งหมดโดยเรียงตามลำดับ
จากนั้นจะค่อยลดลงตามลำดับ
9  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 01:05:15 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 04-02-2554 เวลา 13:05 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง
ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าสู่วงโคจรปกติ 
และ ปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมาเมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง
อะตอม จะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย เมื่ออัตราการยิงยังไม่มากพอ  อนุภาคที่พุ่งออกมีทิศทางไม่แน่นอน  แต่เมื่ออัตราการยิงมากขึ้น  อนุภาคที่พุ่งออก
จะมีทิศทางเดียวกันกลับอนุภาคที่พุ่งเข้ามาคะ
10  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: Niels Bohr เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 01:15:41 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 13:15 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
      Niels Bohr  ได้เริ่มการศึกษาค้นคว้าทดลองครั้งแรกในปี ค.ศ.1907 เกี่ยวกับเรื่องความตึงของผิวน้ำ และจากผลงานชิ้นนี้บอร์
ได้รับรางวัลเหรียญทองจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติเดนมาร์ก ต่อมาในปี ค.ศ.1911 เกี่ยวกับเรื่องอิเล็กตรอนของโลหะ เพื่อ
จัดทำเป็นวิทยานิพนธ์สำหรับรับปริญญาเอก ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จได้รับปริญญาเอกในสาขาวิชาฟิสิกส์สมใจ หลังจากที่
เขาได้รับปริญญาเอกแล้ว บอร์ได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และได้พบกันเซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมป์สัน (Sir Joseph John
Thompson) ทั้งสองยังได้ร่วมมือกันทำการทดลองค้นคว้าในห้องทดลองคาเวนดิช มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปีต่อมาเขาได้
ทำการทดลองค้นคว้าร่วมกับเออร์เนสรัทเธอร์ฟอร์ด ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ในเรื่ององค์ประกอบของอะตอม จำนวนโปรตอน
11  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 01:10:47 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 13:10 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
   หลักอาฟบาว (Aufbau principle) ในจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1.ใช้ หลักของเพาลี ในการบรรจุอิเล็กตรอน คือ ในแต่ละออร์บิทัลจะบรรจุอิเล็กตรอนได้อย่างมากที่สุด 2 ตัว (มีสปินต่างกัน) ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินขึ้น (spin up)
2.บรรจุ อิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานต่ำสุดที่ยังว่างก่อน (เรียงลำดับออร์บิทัลตามลูกศรในรูป) จนครบจำนวนอิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมนั้น การจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบนี้จะทำให้อะตอมมีสถานะเสถียรที่สุดเพราะพลังงาน รวมทั้งหมดของอะตอมมีค่าต่ำสุด
3.การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มี ระดับพลังงานเท่ากันเช่นออร์บิทัล d จะใช้ กฎของฮุนด์ (Hund's rule) คือ"การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากัน จะบรรจุในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด"
4.การบรรจุ อิเล็กตรอนที่ทุกๆออร์บิทัล มีระดับพลังงานเป็น degenerate (ระดับพลังงานเท่ากัน) ทุกออร์บิทัลอาจมีอิเล็กตรอนอยู่เต็ม (2 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล) หรือมีอิเล็กตรอนอยู่เพียงครึ่งเดียว (1 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล)
Ex.โครงแบบอิเล็กตรอนของ 18Ar    = 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6
12  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง โครงสร้างอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 01:00:47 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 13:00 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    หลักการของบอห์ร ที่สะท้อนมโนภาพนี้อย่างชัดเจนคือ ทฤษฎีความคล้องจอง (Correspondence Theory) และการเติมเต็ม (Principle of Complementarity)
ซึ่ง ทั้งคู่เน้นความคล้ายกันแม้จะอยู่ใต้ความแตกต่างกัน นีลส์ บอห์ร เข้าใจมโนภาพของความกำกวม ณ ระดับลึกซึ้งที่สุด และงานของเขานี้ได้ค้นหาทางแก้ไขความกำกวมนี้
แบบจำลองอะตอมของบอร์
   ค.ศ. 1913 บอร์ (Niels Bohr) ได้ใช้อะตอมของไฮโดรเจนเป็นแบบจำลองของอะตอม อะตอมของไฮโดรเจนมีโปรตอนเป็นนิวเคลียส 1 ตัว และมีอิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียส 1 ตัว บอร์ได้ตั้งสมมติฐานโดยอาศัยแนวความคิดจากทฤษฎีควอนตัมอธิบายโครงสร้างของ ไฮโดรเจนและการเกิดสเปกตรัมของไฮโดรเจนได้ชัดเจน สมมติฐานของเขามีดังนี้
   1.อิเล็กตรอนของอะตอมมีได้หลายวงโคจร อิเล็กตรอนจะอยู่ในวงเหล่านี้ได้โดยไม่แผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โมเมินตัมเชิงมุมของวงจรมีค่าไม่ต่อเนื่อง มีค่าเป็นจำนวนเต็มของ h/2พาย เรียกสถานะคงตัว
13  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: วีดีโอเรื่อง ต้นกำเนิดของแสงเลเซอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 12:54:02 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 12:54 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    การค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเลเซอร์ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1960 โดย ทีโอดอร์ ไมแมน (Theodore Maiman) ที่สถาบันวิจัย ฮิวจ์ (Hughes Research Laboratories) ทุกวันนี้เลเซอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลายพันล้านดอนล่าร์ ผลผลิตจากงานวิจัยเลเซอร์ และกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย มีให้เห็นอย่างเช่น แผ่นดีวีดี แผ่นซีดี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องอ่านบาร์โค้ด อุปกรณ์ตัดโลหะด้วยเลเซอร์ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเลเซอร์มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ หรือแม้กระทั่งด้านการทหาร ก็เพราะว่าเลเซอร์สามารถควบคุมความยาวคลื่นตามที่ต้องการ
14  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: 100 ปี ทฤษฎี ควอนตัม กำเนิด พัฒนาการ และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 12:49:01 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 12:49 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    ทฤษฎีควอนตัมเป็นระบบความรู้ และแนวคิดที่ทันสมัยที่สุด และได้รับการตรวจสอบอย่างกว้างขวางที่สุดของมนุษย์เราเกี่ยวกับโครงสร้างและ พฤติกรรมของอนุภาค ในระดับอะตอม และเล็กกว่าอะตอม รวมทั้งอันตรกิริยาของอนุภาคดังกล่าวกับพลังงานในรูปแบบต่างๆ ภายใต้สภาวะเงื่อนไขที่หลากหลาย ตัวอย่างการประยุกต์ทฤษฎีนี้ ได้แก่ การศึกษาโครงสร้างของอะตอม พฤติกรรมของอิเล็กตรอนในสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้า รวมทั้งการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของอะตอมเมื่อถูกกระตุ้น
15  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 12:38:07 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 12:38 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ปรากฏการณ์คอมป์ตันเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นธรรมชาติของคลื่นแม่ ไฟฟ้าว่า มีลักษณะเป็นอนุภาค ทั้งนี้คอมป์ตัน(A.H. Compton) ได้ศึกษาการกระเจิงของรังสีเอกซ์ โดยรังสีเอกซ์ทำอันตรกิริยากับอนุภาคเป้าแล้วเกิดการเบนของรังสีเอกซ์ หรือบางกรณีนอกจากการเบนรังสีแล้วความยาวคลื่นยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย กระบวนการนี้เรียนว่า การจระเจิง(scattering)
 การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน
 E  =   พลังงานจลน์รวมเริ่มต้นของโฟตอนก่อนชน  หน่วยเป็น  Kev
 E'  =   พลังงานจลน์ของโฟตอน ที่กระเจิง  หน่วยเป็น  Kev
 h  =   6.62  x  10-34    จูล.วินาที
 c  =   3  x 108   เมตร/วินาที่
 Theta  =   มุมที่โฟตอนกระเจิง
16  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง Frank-hertz เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 12:30:07 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 03-02-2554 เวลา 12:30 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    เมื่อ v มีค่าเพิ่มขึ้นความเร็วของอิเล็กตรอนมากขึ้นด้วย ในขณะที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไปยัง P จะมีการชนกับอะตอมของธาตุที่อยู่ในสภาพเป็นไอ ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดทดลอง ถ้า ความเร็วของอิเล็กตรอนต่ำ การชนกันจะไม่สามารถกระตุ้นอะตอมได้ และอิเล็กตรอนเพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่มาถึง G
 จึงมีพลังงานเหลือมากพอที่ จะผ่านศักย์หน่วง Vr ไปยัง P ได้ เมื่อ  เพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปถึง P ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกระแส Ip ดังแสดงในรูป 8 และต่อมาเพื่อเพิ่ม 
จนกระทั่งถึงค่าหนึ่ง อิเล็กตรอนมีพลังงานมากพอที่จะชนกับอะตอมแล้วอะตอมถูกกระตุ้นในกรณีนี้ อิเล็กตรอนจะสูญเสียพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่ออิเล็กตรอนเหล่านี้เคลื่อนที่ไปถึง G
 แล้วจะไม่มีพลังงานพอที่จะ ผ่านศักย์หน่วง Vr ดังนั้นกระแสจะลดลงอย่างรวดเร็ว และต่อมาเมื่อ  เพิ่มขึ้นอีก กระแส Ip จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
17  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:35:24 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 13:35 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟิสิกส์โลก เขาได้รับรางวัลโนเบล สายฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ.1932 ขณะมีอายุเพียง 31 ปี
เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "The Uncertainty Principle" หรือ หลักความไม่แน่นอน
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน
และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน
18  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (Teleportation) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:31:23 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 13:31 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     มนุษย์ปกติที่มีรูปร่างพอดี  ประกอบด้วยอะตอมทั้งหมดประมาณ  1028  อะตอม   คือมี เลข  0  อยู่หลังเลข 1  จำนวน  28  ตัว   เครื่องจะต้องอ่านข้อมูลของอะตอมทุกๆตำแหน่ง  และส่งข้อมูลไปยังที่ใหม่  เพื่อให้อะตอมในที่ใหม่จัดเรียงตัวกันตามข้อมูลนี้  กลายเป็นคนเดิม  โดยที่คนเดิมในตำแหน่งเริ่มต้นหายไป
     นักฟิสิกส์ใช้ปรากฎการณ์ทางควอนตัมฟิสิกส์ ที่เรียกว่า เอนแทงเกิลเมนต์  (entanglement)    ต้องใช้โฟตอนอย่างน้อย  3  ตัว  ในการทำควอนตัมเทเลพอเทชั่น
โฟตอน A  เป็นโฟตอนที่จะถูกเทเลพอร์ท
โฟตอน B  เป็นโฟตอนที่กำลังเทเลพอร์ท
โฟตอน C  เป็นโฟตอนที่ เอนแทงเกิลเมนต์ กับโฟตอน B
19  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:23:43 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 13:23 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     นักศึกษาฟิสิกส์ สมการที่ทุกคนต้องรู้จักดี เพราะต้องใช้เป็นประจำมีอยู่ 2 สมการ คือ
1. สมการว่าด้วยการเคลื่อนที่ของนิวตัน
2. สมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ (Schroding Wave Equation) ซึ่งมักจะเรียกกันสั้นๆ เป็น สมการชโรดิงเจอร์ (Schrodinger Equation)
     สมการของนิวตันและสมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ เป็นเครื่องมือที่นักศึกษาฟิสิกส์ทั่วโลก ต้องใช้ในการศึกษาสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุหรืออนุภาคที่มีแรงมาเกี่ยวข้อง ด้วย
แต่ต่างกันตรงที่สมการของนิวตัน (ที่รู้จักกันดีในรูปของ F=ma) เป็นสมการที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุขนาดใหญ่ และเกี่ยวข้องกับความเร็วไม่สูงมาก
(เมื่อเปรียบเทียบกับความเร็วแสง) ซึ่งมักจะเรียกรวมๆ เป็นปัญหาการเคลื่อนที่ของวัตถุในระดับของฟิสิกส์ยุคเก่า หรือ Classical Physics
20  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน ฟิสิกส์ 2000 เรื่อง พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:14:44 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 13:14 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม
     วัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ จนถึงระดับโมเลกุล และอะตอม มันมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับวัตถุทีมีขนาดใหญ่ทั่วไป และเรียกมันว่า ควอนตัม 
นักฟิสิกส์ยอดอัจฉริยะ นายริชาร์ด เฟย์แมนด์  บอกกับเราว่า ควอนตัมสามารถอธิบายได้ด้วยการทดลองอย่างง่ายๆ
คือ การแทรกสอดของแสงผ่านช่องแคบคู่
การทดลองช่องแคบคู่
คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าคลื่นน้ำมากเราจึงไม่เห็นการกระเพื่อมขึ้นลงเหมือนกับคลื่นน้ำ
แต่จะเห็นเป็นริ้วรอยมืดและสว่าง ซึ่งก็คือการแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างไปปรากฏบนฉากแทน
การแทรกสอดของอนุภาค
ถ้าปืนกลส่ายไปมา  ลูกกระสุนก็วิ่งผ่านช่องแคบกระจายออกเป็น 2 บริเวณกระสุนที่วิ่งเข้าไปในช่องที่หนึ่ง
ไปชนกับกระสุนที่วิ่งเข้ามาที่ช่องสอง และทำให้กระสุนกระเด็นออกไปเกิดเป็นช่องว่างขึ้นกำแพงบริเวณนั้นก็ไม่มีรอยกระสุน
21  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:45:07 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 12:45 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน คือ ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์ นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับ ชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
22  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง การแผ่รังสีของวัตถุดำ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:40:19 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 12:40 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    กฎของสตีฟาน พลังงานต่อหน่วยหน่วยปริมาตรของทุกๆความถี่ที่แผ่ออกมาวัตถุดำ จะแปรผกผันตรงกับกำลังสี่ของอุณหภูมิ
U = eซิกม่าร์เมื่อซิกม่าร์ คือ ค่าคงที่ของสตีฟาน = 5.67x10^-18 e คือ ความสามารถในการแผ่รังสี ถ้าเป็นวัตถุดำจะมีค่าเท่ากับ 1
กฎ ของวีน วัตถุทุกชิ้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าองศาสมบูรณ์จะมีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ออกมาเสมอ เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิต่ำรังสีส่วนใหญ่ที่แผ่
ออกมามีความถี่ อยู่ในย่านที่มนุษย์มองไม่เห็นจากการทดลอง เมื่อเลื่อนแนวเทอโมมิเต่อ จะเห็นว่า T เปลี่ยนไปคือกราฟจะพุ่งขึ้นและกราฟทางซ้าย
ก็จะเป็นแนวเส้นโคงขึ้นด้วย
23  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แผ่นใสเรื่อง ทฤษฎีควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 08:05:16 am
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 08:05 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    Max Planck  ศึกษารังสีที่ปล่อยจากของแข็งที่ร้อน พบว่า  อะตอม /โมเลกุลจะคาย/ดูดกลืนพลังงานเพียงบางค่าเท่านั้น พลังงานน้อยที่สุดที่อะตอม; โมเลกุลคาย; ดูดกลืน ในรูปของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกว่า ควอนตัม ( Quantum )ตามทฤษฎีควอนตัมของพลังค์ อะตอมดูดกลืนพลังงานเท่ากับผลคูณของเลข   
จำนวนเต็มบางค่ากับ hu (hu , 2 hu, 3 hu,... )
 แบบจำลองของโบร์  (Bohr  Model)  ตั้งสมมติฐานเพื่ออธิบายไฮโดรเจนอะตอม โดยสรุปว่า
1. e- ในไฮโดรเจนอะตอมเคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบนิวเคลียส e- ในอะตอมไม่สามารถมีพลังงานปริมาณใดๆ
   ได้ทุกค่าแต่จะอยู่ในวงโคจรที่มีรัศมีบางค่า ซึ่งสอดคล้องกับพลังงานบางค่าเท่านั้น
2. e- ในวงโคจรหนึ่งเมื่อดูดกลืน/คายพลังงานจะเปลี่ยนจากวงโคจรหนึ่งไปยังวงโคจรอื่น 
   พลังงานที่ e- ดูดกลืน/คาย หาได้จาก Bohr equation = 1312.3 kJ/mol เป็นไปตามกฏ
24  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แมกซ์ แพลงค : Max Planck เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 07:57:21 am
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 07:57 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     แมกซ์ แพลงค ได้ทำการทดลองค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค (Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับ
มอบปริญญาเอก ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ แพลงคพบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี
เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป แพลงคได้ทำ
การทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา แพลงคพบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียก
ว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม เขาได้นำผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัม
เสนอต่อสมาคมฟิสิกส์แห่งเบอร์ลิน เมื่อทฤษฎีของเขาเผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าไรนัก
25  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: วีดีโอ เรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 03:30:51 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 15:30 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า แม็กฟลักช์ เรียกกฎใหม่นี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม มันคือการค้นพบที่สำคัญทฤษฎีนี้เกิดในปี 1900 เพราะว่าเกิดการทำงานด้านฟิสิกส์มาก มีการค้นพบปรากฎการณ์ใหม่ที่ละเมิดกฎของนิวตัน ตัวอย่างเช่น มาตาม กิวรี ปรับปรุงสิ่งที่เรียกว่า เรเดียม เรเดียมมีคุณสมบัติพิเศษในการเรืองแสง อนุภาคเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า เพราะว่าพลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ในปี 1900 คนคิดว่าสามารถตัดพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้จบ แม็กฟลังก์บอกว่าพลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม เรียกว่า ควอนตัม แสงมาจากกลุ่มก้อน สสารมีคุณสมบัติเหมือนคลื่น
ควอนตัมเป็นก้าวเล็กที่สุดเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่กลับเป็นก้าวที่มีความยิ่งใหญ่ในด้านความคิดของมนุษย์เรา ทรัพย์อะตอมมิคอะตอมหรืออนุภาคต่าง ๆ ในอะตอม เช่น อิเล็คตรอนจะเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกธรรมดา แต่กลับเป็นเรื่องปรกติของอะตอมในโลกของทรัพย์อะตอมมิคอะตอม
26  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: วีดีโอทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 02:00:47 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 14:00 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นกลุ่มของทฤษฎีทางฟิสิกส์ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
ทฤษฎีทั้งสองนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้ประพฤติตนตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต แนวคิดหลักของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้ คือ
แม้ผู้สังเกตสองคนที่กำลังเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันนั้นอาจจะตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของเวลาและตำแหน่งได้ต่างกันสำหรับเหตุการณ์หนึ่งๆ
แต่ทั้งสองจะยังคงสังเกตเห็นเนื้อหาของกฎทางฟิสิกส์ที่เหมือนกัน
27  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 01:56:07 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 13:56 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
   "ทฤษฏีสัมพัทธ์ภาพพิเศษ" เนื่องจากมันประยุกต์หลักสัมพัทธภาพกับกรอบอ้างอิงเฉื่อยเท่านั้น ไอน์สไตน์พัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปโดยประยุกต์หลักสัมพัทธภาพให้ใช้ทั่ว ไป  กล่าวคือ ใช้ได้กับทุกกรอบอ้างอิง  ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษไม่ได้รวมผลของความโน้มถ่วง แต่มันสามารถจัดการกับความเร่ง
ได้ ถึงแม้ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพจะทำให้เกิดการสัมพัทธ์กันของปริมาณบางอย่าง เช่น เวลาซึ่งเรามักคิดว่าเป็นปริมาณสัมบูรณ์เนื่องจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

28  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ชีวิตการทำงานของไอน์สไตน์ เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 01:53:23 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 13:53 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    ไอน์สไตน์เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1879 ที่เมืองอูล์ม ประเทศเยอรมนี ไอน์สไตน์เป็นชาวเยอรมันแต่ก็มีเชื้อสายยิวด้วย บิดาของไอน์สไตน์เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องยนต์และสารเคมี ชื่อว่า เฮอร์แมน ไอน์สไตน์ (Herman Einstein) ต่อมาเมื่อ ไอน์สไตน์อายุได้ 1 ขวบ บิดาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมิวนิค ไอน์สไตน์เป็นเด็กที่เงียบขรึม และมักไม่ค่อยชอบออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน จนบิดาเข้าใจว่าเขาเป็นคนโง่ จึงได้จ้างครูมาสอนพิเศษให้กับไอน์สไตน์ที่บ้าน โดยเฉพาะเรื่องการพูด ไอน์สไตน์ก็เข้ากับเพื่อนได้ดี แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดในโรงเรียนก็คือการสอนที่น่าเบื่อหน่าย ที่ใช้วิธีการท่องจำเป็นส่วนใหญ่ ไอน์สไตน์ให้ความสนใจมากที่สุดคือ คณิตศาสตร์ โดยเฉพาะวิชาเรขาคณิตเป็นวิชาที่เขาชอบมากที่สุด ต่อมาไอน์สไตน์ได้สอบเข้าเรียนต่อวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ที่วิทยาลัยโปลีเทคนิค เมืองซูริค (Federal Poleytechnic of Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไอน์สไตน์ได้แต่งงานกับมิเลวา มารี เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซูริค ทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity) ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ระหว่างพลังงาน กับมวลสาร โดยเขียนเป็นสูตรได้ดังนี้ E = mc2
- ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity)
- ค้นพบทฤษฎีการแผ่รังสี (Photoelectric Effect Theory)
- ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ.1921
29  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment) เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 01:46:28 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 13:46 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
  เมื่อลำแสงเอกนรงค์ ออกจากตำแหน่ง s ผ่านเลน l แล้วตกบนแผ่นแก้วครึ่งกระจกเงา p แยกลำแสงออกเป็น 2แนว
- แนวที่ 1 จะทะลุผ่านกระจกเข้าหากระ จกเงา m1
- แนวที่2 สะท้อนจากแผ่นกระจกเข้าหากระจกเงา m2
แนวที่1 หลังจากสะท้อนที่กระจกเงา m1 แล้วกลับที่แผ่นแก้วครึ่งกระจกเงาสะท้อนบางส่วนเข้าสู่กล้องโทรทัศ t



30  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ทฤษฎีสัมพัทธภาพของ อ.สุวิทย์ ชวเดช เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 01:35:06 pm
นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 31-01-2554 เวลา 13:35 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
    การวัดฟิโซ่ได้ง่ายขึ้น เราพิจารนาตั้งแต่ล้อฟันเฟืองยังไม่ได้หมุน ดดยในตอนดังกล่าว แสงจากเทียนใข
ผ่านร่องฟันเฟืองระหว่างซี่เฟืองตัวที่1 และตัวที่ 2 แล้วไปสะท้อนกับกระจกเงาระนาบผ่านกลับทางร่องฟันเฟืองเดิมอีก
คิดเป็นระยะทางแสงเดินทางได้เท่ากับ 10 ไมล์
อัตราเร็วแสงมีค่ามากกว่าอัตราเร้วของเสียงอย่างมากมาย
- เดส์การ์ตส์ คิดว่าแสงมีอัตราเร็วมากมายอย่างไม่สิ้นสุดหรืออนันต์
- กาลิเลโอ และบรรดานักวิทยาศาสตร์ในสมัยเดียวกันกับเขาต่างก็คิดกันว่า แสงมีอัตราเร็วจำกัดค่าหนึ่ง
หน้า: [1] 2 3 ... 5
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.393 วินาที กับ 20 คำสั่ง