RmutPhysics.com
มกราคม 26, 2021, 12:48:34 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วีดีโอเรื่อง ฟ้าผ่า  (อ่าน 14969 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฟิสิกส์ราชมงคล
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2007, 09:09:11 pm »

    ฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเกิดท่ามกลางพายุฝนแต่เพียงอย่างเดียว    เถ้าภูเขาไฟ   ลมทอร์นาโด   หิมะ และพายุทราย   ก็สามารถเกิดได้ทั้งสิ้น   ยังมีฟ้าผ่าอีกหลายประเภท ในปี  1989   นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นบนชั้นบรรยากาศของโลก  มีการถ่ายภาพไว้  ฟ้าผ่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  100  กิโลเมตรต่อชั่วโมง   น่าประหลาดใจมาก  แต่ยังไม่เท่ากับฟ้าผ่าทางเหนือของอินเดียในปี  2002   มีคนเห็นลูกไฟลอยไปมาเหนือพื้นดิน   มีเสียงฟู่เกิดขึ้นโดยรอบ  บางคนบอกว่าเป็นเพียงอนุภาคซิลิคอนลุกไหม้ไฟ  คลิกครับ  (windows media  3.3 MB)


* electric.jpg (2.77 KB, 141x106 - ดู 552 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 03:30:58 pm »

กระผมนายสุวัฒน์   หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็กต่อเนื่อง sec 19 รหัส 115130461120-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  19 พฤศจิกายน 2551 เวลา 15.37  น.
ที่บ้านพักช้างขุนเทียน


กระผมได้ศึกษาวีดีโอแล้ว ได้ความรู้และความน่ากลัวของฟ้าผ่าด้วยครับ

หนุ่มลูกทุ่ง 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2008, 03:34:04 pm โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwapat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 09:59:46 am »

ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส 115330411024-6 เลขที่ 18 sec.4 วิศวกรรมโยธา วันที่ 20/11/53 เวลา 9.57 am ที่หอลากูลแมนชั่น
ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์ หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตรแต่ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่เกิดจากพายุฝนเสมอไป เพราะมันเกิดขึ้นในม่านภูเขาไฟที่กำลังปะทุ อนุภาคเถ่าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้าคล้ายเมฆฝน ทอนนาโดก็เกิดฟ้าผ่าได้ หรือเกิดกลางพายุหิมะที่เรียกว่า ธันเดอร์สโนร์ และบางครั้งเกิดจากพายุทรายเกิดจากการเสียดสีของเม็ดทรายทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต บางครั้งอาจเกิดฟ้าผ่าไม่มีสาเหตุ ฟ้าผ้านิดนี้จะฝาดลงดินห่างจากพายุ 20 ไมค์
ในปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ไค้ค้นพบฟ้าผ่า คือ ลำแสงเรดไรด์และบลูเจดร์ จะบในชั้นบรรยากาศ แต่ต่ำกว่าวโคจรดาวเทียม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chantana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 02:32:28 pm »

นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชา สถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 41 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/11/2553 เวลา 14:31 สถานที่ หอใน ตึก3  อ่านแล้วสรุปได้ว่า ฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเกิดเพราะพายุฝนเสมอไป เพราะสามารถเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ เนื่องจากเกิดการเสียดสีกันของอนุภาคเถ้า ทอนาโดก็ทำให้เกิดฟ้าผ่าได้ พายุหิมะ ธันเดอร์สโนว์ พายุทะเลทราย ซึ่งมีการเสียดสีของเม็ดทราย ก็สามารถเกิดฟ้าผ่าได้ ฟ้าแลบเกิดจากแสงวาบจากพายุฝาฟ้าคะนองที่อยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงฟ้าคำราม  ในปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานฟ้าผ่าอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ลำแสงเรดไลท์และบลูเจท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kittisap
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 03:04:09 pm »

กระผมนายกิตติศัพท์ ถนัดงาน  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441213-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20 พฤศจิกายน 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 15.06น
ความคิดเห็นว่า
           เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nontapun
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 03:34:47 pm »

กระผมนายนนทพันธ์ เสนาฤทธิ์ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441217-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20 พฤศจิกายน 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 15.30น
ความคิดเห็นว่า
           เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 03:52:19 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4 เลขที่49
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20 พฤศจิกายน 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 15.52
ความคิดเห็นว่า
           เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pongpat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 04:09:43 pm »

ผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20 พฤศจิกายน 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 16.09 น
ความคิดเห็นว่า
           เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kunlaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 04:41:11 pm »

ดิฉันนางสาวกัลยา  เปรมเปรย เลขที่ 28 sec 2 รหัส 11521044262-0
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
ตอบกระทู้ วันที่ 20/11/53 เวลา 16.38 น.
สถานที่ ตึกวิทยบริการ 
ความว่า
  ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์ หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตรแต่ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่เกิดจากพายุฝนเสมอไป เพราะมันเกิดขึ้นในม่านภูเขาไฟที่กำลังปะทุ อนุภาคเถ่าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้าคล้ายเมฆฝน ทอนนาโดก็เกิดฟ้าผ่าได้ หรือเกิดกลางพายุหิมะที่เรียกว่า ธันเดอร์สโนร์ และบางครั้งเกิดจากพายุทรายเกิดจากการเสียดสีของเม็ดทรายทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต บางครั้งอาจเกิดฟ้าผ่าไม่มีสาเหตุ ฟ้าผ้านิดนี้จะฝาดลงดินห่างจากพายุ 20 ไมค์
ในปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ไค้ค้นพบฟ้าผ่า คือ ลำแสงเรดไรด์และบลูเจดร์ จะบในชั้นบรรยากาศ แต่ต่ำกว่าวโคจรดาวเทียม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namwhan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 06:20:09 pm »

นางสาวพรรณฐิณี โสภาวนัส เลขที่50 sec2 รหัสนักศึกษา 115310903033-4 นักศึกษาชั้นปีที่1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ  ณ ร้านอินเตอร์เน็ต shooter original internet cafeตอบกระทู้วันที่ 20 พ.ย.53 เวลา18.22น.ทำให้ทราบว่าปรากฎการณ์นี้เป้ฯการเกิดไม่เพียงฟ้าผ่าแต่เป็นการระเบิดของภูเขาไฟก้ได้และพายุทอร์ไนโด หิมะ ทะเลทราย ย่อมเกิดได้กับทุกอย่างด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mildfunta
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 06:22:30 pm »

นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา รหัส 1153109030607 เลขที่ 70 sec 2 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา 18.17 น. ณ shooter internet cafe'  ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฟาดลงบนพื้นที่ 80 ครั้ง ต่อทุกๆตารางกิโลเมตร ฟ้าผ่าสามารถเกิดขึ้นในม่านเถ้าภูเขาไฟที่กำลังปะทุได้อีกด้วย โดยอนุภาคเถ้าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้า แม้แต่พายุทอร์นาโดและพายุทะเลทรายก็สามารถเกิดฟ้าผ่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Mickey2010
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 06:25:31 pm »

นางสาวปัทมา วงษ์แก้วฟ้า  เลขที่55  sec02 รหัส 115310903038-3  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 21/11/53  เวลา 18.05น. สถานที่บ้านของตนเอง
สรุปได้ว่าฟ้าจะผ่า 80 ครั้ง ต่อทุกตารางกิโลเมตร  ฟ้าผ่าในแต่ละครั้งไม่จำเป็นว่าต้องเกิดพายุเสมอไป  แต่จะขึ้นอยู่กับการระเบิดของภูเขาไฟ   เนื่องจากเกิดการเสียดสีกันของอนุภาคเถ้า ทอนนาโดก็ทำให้เกิดฟ้าผ่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mukkie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 11:01:53 am »

นางสาวปาณิศา ไพรสยม sec.02 เลขที่67 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่ 22 พ.ย.53 เวลา 10.59 น. สถานที่ อาคารวิทยบริการ มทร.ธัญบุรี
ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์ หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตรแต่ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่เกิดจากพายุฝนเสมอไป เพราะมันเกิดขึ้นในม่านภูเขาไฟที่กำลังปะทุ อนุภาคเถ่าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้าคล้ายเมฆฝน ทอนนาโดก็เกิดฟ้าผ่าได้ หรือเกิดกลางพายุหิมะที่เรียกว่า ธันเดอร์สโนร์ และบางครั้งเกิดจากพายุทรายเกิดจากการเสียดสีของเม็ดทรายทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต บางครั้งอาจเกิดฟ้าผ่าไม่มีสาเหตุ ฟ้าผ้านิดนี้จะฝาดลงดินห่างจากพายุ 20 ไมล์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siripornmuay
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 06:54:48 pm »

นางสาวศิริพร สนเผือก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชา สถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 64 รหัส 115310903051-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22/11/2553 เวลา   6:50  สถานที่ หอใน อ่านแล้วสรุปได้ว่า ฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเกิดเพราะพายุเสมอไป สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในม่านประทุของภูเขาไฟระเบิด คล้ายการเกิดกิจกรรมเมฆฝน และฟ้าผ่าก็สามารถเกิดได้จากพายุทรายเกิดจากการเสียดสีของเม็ดทรายทำให้เกิดขั้วไฟฟ้าสถิต
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 07:14:18 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ เลขที่ 48 sec 2 รหัส115310903031-8 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ  ตอบกระทู้วันที่ 22/11/53 เวลา 19.12 น.สถานที่ shooter cafe
ฟ้าผ่าสามารถเกิดขึ้นในม่านเถ้าภูเขาไฟที่กำลังปะทุได้ด้วย โดยอนุภาคเถ้าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้า แม้แต่พายุทอร์นาโดและพายุทะเลทรายก็สามารถเกิดฟ้าผ่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sasithorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 07:28:30 pm »

นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 1153109030102 วันที่ 22/11/53 เลขที่ 43 สาขาสถิติประยุกย์ ณหอใน เวลา 19.26 ฟ้าผ่าสามารถเกิดได้จากพายุทราย อาจเป็นผลมาจากการเสียดสีของเมล็ดทรายทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ฟ้าผ่าเหล่านี้จะฟาดลงดินห่างจากพายุ 32 กิโลเมตร มีพลังทำลายล้างมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aomme
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 08:16:59 pm »

น.ส ศรัญญา  เพชรแก้ว  เลขที่ 45 sec 02 รหัส 115310903022-7 วัน 22/11/53 เวลา 20.07 น. สถานที่ บ้านตัวเอง (ดอนเมือง )

ฟ้าฝ่าเกิดจากการถ่ายเทของประจุไฟฟ้าในบรรยากาศ ทำให้ลมประกอบด้วยโมเลกุลของแก๊สชนิดต่างๆ ได้รับอิเล็กตรอนในการขัดสีกัน  และพาอิเล็กตรอนไปยังก้อนเมฆในอากาศ  การเกิดฟ้าฝ่าไม่จำเป็นต้องเกิดขณะฝนตกอาจเกิดในขณะที่ ภูเขาไฟกำลังจะระเบิด  ซึ่งขี้เถ้าจะเกิดการขัดสีกันจนเกิดประจุขึ้น    ในทามกลางหิมะตก ก็เกิดฟ้าฝ่าได้อีกด้วย  ในขณะที่เกิดพายุหิมะก็ทำให้เกิด ฟ้าฝ่าซึ่งเกิดจากการที่เม็ดทรายขัดสีกันที่ก่อให้เกิดขั่วไฟฟ้าสถิต  ในขณะที่ฟ้าฝ่าเราควรอยู่ห่างๆๆจากสถานที่ที่ฟ้าฝ่า  และขณะที่ฝนตกก็ไม่ควรใส่สิ่งของที่เป็นโลหะเพราะอาจให้เกิดฟ้าฝ่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 08:42:46 pm »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 22/11/2553  เวลา 20.42 น. สถานที่ หอพัก นวนคร

สรูปได้ว่า ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์ หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตร ฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเกิดเพราะพายุฝนเสมอไป เพราะสามารถเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ เนื่องจากเกิดการเสียดสีกันของอนุภาคเถ้าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้าคล้ายกับกิจกรรมของเมฆฝน ทอนาโดที่รุนแรงก็ยังทำให้เกิดฟ้าผ่าได้
ในปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานของไฟฟ้าอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ลำแสงเรดไลท์และบลูเจท
อยู่บนชั้นบรรยากาศสูงกว่าระดับของเครื่องบินและต่ำกว่าวงโคจรของดาวเทียม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Bifern
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 10:23:46 pm »

นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชา สถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 42 รหัส 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 22/11/2553 เวลา 22.20 สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปว่า ฟ้าฝ่าเกิดจากการถ่ายเทของประจุไฟฟ้าในชั้นบรรยากาศ  ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่ต้องเกิดกับพายุฝนเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ พายุทอนาโด พายุหิมะ ธันเดอร์สโนว์ ก็ทำให้เกิดฟ้าผ่าได้และพายุทะเลทราย ซึ่งจะมีการเสียดสีของเม็ดทราย ก็สามารถเกิดฟ้าผ่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 11:39:39 pm »

Sunti  Civil  นายสันติ   บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  22/11/53  เวลา 23:40   ณ.หอป้าอ้วน
  ฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเกิดท่ามกลางพายุฝนแต่เพียงอย่างเดียว   เถ้าภูเขาไฟ  ลมทอร์นาโด  หิมะ  และพายุทราย   ก็ยังสามารถทำให้เกิดได้ทั้งสิ้น
   และในปี  1989 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นเหนือบนชั้นบรรยากาศที่เครื่องบินบิน  และอยู่ต่ำวงโคจรของดาวเทียม  เรียกว่า ลำเสียงเรดไลท์และบูลเจท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
crowfinky
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 11:00:49 am »

ผม นาย สุริยะ ชีวันพิศาลนุกูล  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441225-3

เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   23 พฤศจิกายน 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 11.00  น
ความคิดเห็นว่า
           
เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและ เมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่น ตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ
โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อน
ตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า
การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ
 นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบ
แต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน
ฟ้าผ่าอันตรายมากเลยน่ะคับ 5555+

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nitikanss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 12:27:04 pm »

น.ส นิติการณ์  รัตนบุรี  เลขที่ 65 sec 02 รหัส 115310903052-4 วัน 23/11/53 เวลา 12.22 น. สถานที่ Banoffee

ฟ้าฝ่าเกิดจากการถ่ายเทของประจุไฟฟ้าในบรรยากาศ ทำให้ลมประกอบด้วยโมเลกุลของแก๊สชนิดต่างๆ ได้รับอิเล็กตรอนในการขัดสีกัน  และพาอิเล็กตรอนไปยังก้อนเมฆในอากาศ  การเกิดฟ้าฝ่าไม่จำเป็นต้องเกิดขณะฝนตกอาจเกิดในขณะที่ ภูเขาไฟกำลังจะระเบิด  ซึ่งขี้เถ้าจะเกิดการขัดสีกันจนเกิดประจุขึ้น    ในทามกลางหิมะตก ก็เกิดฟ้าฝ่าได้อีกด้วย  ในขณะที่เกิดพายุหิมะก็ทำให้เกิด ฟ้าฝ่าซึ่งเกิดจากการที่เม็ดทรายขัดสีกันที่ก่อให้เกิดขั่วไฟฟ้าสถิต  ในขณะที่ฟ้าฝ่าเราควรอยู่ห่างๆๆจากสถานที่ที่ฟ้าฝ่า  และขณะที่ฝนตกก็ไม่ควรใส่สิ่งของที่เป็นโลหะเพราะอาจให้เกิดฟ้าฝ่าได้
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanunnunoi
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 01:24:37 pm »

กระผมนาย ฐานันดร์ หนูน้อย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา Sec.04 รหัสนักศึกษา 115330411050-1
เรียนกับอาจาร์ย จรัส บุณยธรรมา วันที่ 23 พฤศจิกายน พศ.2553  ที่หอพักเจริญสุขแมนชั่น เวลา 13.24น.
ฟ้าผ่าเกิดขึ้นเมื่อเมฆที่มีประจุไฟฟ้าสูงๆสะสมกันมาก จนสามารถส่งกระแสกระโดดข้ามตัวกลางที่ไม่ใช่ตัวนำที่ดีคืออากาศ ได้นับเป็นกิโลเมตร ตัวก่อให้เกิดฟ้าผ่าที่มีมากที่สุดคือ เมฆที่ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง หรือ thunderstorm clouds ที่นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า cumulonimbus (คิวมิวโลนิมบัส) ฟ้าผ่าอาจเกิดขึ้นได้ในเมฆชนิดอื่นอยู่บ้าง แต่งานวิจัยแทบจะทั้งหมด เน้นศึกษาแต่เมฆเฉพาะกลุ่มนี้ เพราะมันอยู่ใกล้พื้น จึงสังเกตการณ์ได้ง่ายที่สุด และจะเป็นฟ้าผ่าพวกที่กระทบเรามากที่สุดด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
opisit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 01:34:37 pm »

กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่บ้าน เวลา 13:33
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์
หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตรแต่ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่เกิดจากพายุฝนเสมอไป
เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้
เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำ
ให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อน
อื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิด
สามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของ
ประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับ
อากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้
จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้า
อิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Khuarwansiriruk
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 01:39:36 pm »

น.ส.เครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 56 sec 02 รหัส115310903039-1 นศ.คณะโลยี สาขาสถิติประยุกต์ ชั้ยปีที่1 วันที่23/11/2553 เวลา 13.36น. สรุปได้ว่า ฟ้าผ่า เป็นปรากฎการณ์ ที่เกิดขึ้นใน บรรยากาศ อันเกิดจากการคาย ประจุไฟฟ้า ที่สะสมในก้อนเมฆ เพียงแต่ การเกิดฟ้าผ่า ไม่ต้องมี แท่งตัวนำ การสะสมของประจุ ที่มีขั้วต่างกัน เป็นผลทำ ใหัเกิด สนามไฟฟ้า ระหว่างกลุ่มประจุเหล่านั้น เมื่อประจุ มีการสะสมจำนวนมาก ทำให้ความเครียด สนามไฟฟ้า เพิ่มสูงขึ้น เกินค่าความคงทน ของอากาศต่อแรงดันไฟฟ้า ทำให้เกิดการคายประจุขึ้น อัน เป็นจุดกำเนิดของการเกิด ฟ้าผ่าขึ้น การคายประจุ อาจเกิดขึ้น ระหว่างก้อนเมฆ หรือ ระหว่าง ก้อนเมฆ กับ พื้นโลก ซึ่งเรียก ปรากฏการณ์ นี้ว่า "ฟ้าผ่า" Shocked
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 03:06:51 pm »

น.ส สุนิสา หมอยาดี  เลขที่ 68 sec 02 รหัส 115310903055-7วัน 23/11/53 เวลา 15.0 น. ที่ร้าน 

  ฟ้าฝ่าเกิดจากการถ่ายเทของประจุไฟฟ้าในบรรยากาศ ทำให้ลมประกอบด้วยโมเลกุลของแก๊สชนิดต่างๆ ได้รับอิเล็กตรอนในการขัดสีกัน  และพาอิเล็กตรอนไปยังก้อนเมฆในอากาศ  การเกิดฟ้าฝ่าไม่จำเป็นต้องเกิดขณะฝนตก อาจเกิดในขณะที่ภูเขาไฟกำลังจะระเบิด  ซึ่งขี้เถ้าจะเกิดการขัดสีกันจนเกิดประจุขึ้น    ในท่ามกลางหิมะตก ก็อาจเกิดฟ้าฝ่าได้อีกด้วย  ในขณะที่เกิดพายุหิมะก็ทำให้เกิดฟ้าฝ่าได้ ซึ่งเกิดจากการที่เม็ดทรายขัดสีกันที่ก่อให้เกิดขั่วไฟฟ้าสถิต  ในขณะที่ฟ้าฝ่าเราควรอยู่ห่างๆจากสถานที่ๆฟ้าฝ่า  และขณะที่ฝนตกก็ไม่ควรใส่สิ่งของที่เป็นโลหะเพราะอาจให้เกิดฟ้าฝ่าได้  Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
leonado_davinci
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 03:49:25 pm »

Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน วิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 ตอบกระทู้วันที่ 23/11/53 เวลา 3.49 pm ที่ห้องสมุด มทร....
     การเกิดฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ฟ้าแลบไม่จำเป็นต้องเกิดตอนฝนตกแต่ก็สามารถเกิดได้ทุกที่เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน         เมื่อก้อนประจุเหล่านี้โตขึ้น สนามไฟฟ้าระหว่างก้อนประจุจะมีขนาดมากขึ้นด้วย เมื่อไรก็ตามที่สนามไฟฟ้ามีค่ามากกว่า 3,000,000 N/C หรือ สามล้านโวลต์ต่อเมตร อากาศโดยรอบจะถูกทำให้แตกตัว เป็นไอออนและสามารถนำไฟฟ้าได้ ขณะที่อิเล็กตรอนไหลผ่านอากาศ มันจะกระทบเข้ากับอากาศ ทำให้โมเลกุลของอากาศเปล่งแสงออกมา ที่เราเรียกว่าการสปาร์ค
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 04:29:10 pm »

กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  23  เดือน พฤศจิกายน   พ.ศ.  2553   ที่  หอพัก โฟร์บี แมนชั้น   ห้อง 4602  เวลา. 16.30 น
มีความเห็น   วีดีโอฟ้าผ่า
ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์ หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตร ฟ้าผ่าเกิดได้จากพายุฝนจากการระเบิดของภูเขาไฟ เนื่องจากเกิดการเสียดสีกันของอนุภาคเถ้าจะเสียดสีกันก่อให้เกิดเป็นไฟฟ้าคล้ายกับกิจกรรมของเมฆฝนทอนาโดก็เกิดฟ้าผ่าได้ พายุทรายก็เกิดขึ้นได้ พายุหิมะก็เกิดขึ้นได้  ในปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ ได้พบฟ้าผ่าอีกรูปแบบหนึ่ง คือลำแสงเวคไลร และบลูเจ็คพวกมันอยู่บนชั้นบรรยากาศแต่ต่ำกว่าวงโคจรของดาวเทียมมีฟ้าผ่าอีกมากมายที่เรายังไม่รู้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarisa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 07:25:53 pm »

นางสาว สาริศา พรายระหาญ คณะวิทยาศาสตร์ สาขา คณิตศาสตร์ sec 02 เลขที่10
รหัส 115110901018-1
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   23 พฤศจิกายน 2553 ณ ร้านเน็ต shoter need   เวลา 19.21  น
   สรุปว่า       
เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและ เมื่อละอองน้ำเหล่านี้เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่น ตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ
โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อนอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อน
ตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิดสามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของประจุไฟฟ้า
การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับอากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ
 นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบ
แต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้าอิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน
ฟ้าผ่าอันตรายมากเลย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saowapha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 07:26:49 pm »

นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์ เลขที่ 11 sec 02 รหัสประจำตัว 115110901082-7
ตอบกระทู้วันที่ 23/11/53 ณ. shooter need เวลา 19.23

มีความเห็นว่า ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ ฟ้าผ่ากว่า 200 ครั้ง จะฝาดลงทุกตารางไมค์
หรือ 80ครั้งต่อทุกตารางกิโลเมตรแต่ฟ้าผ่าไม่จำเป็นที่เกิดจากพายุฝนเสมอไป
เนื่องจากการเกิดประจุไฟฟ้าอิสระขึ้นที่ในละอองน้ำในอากาศและเมื่อละอองน้ำเหล่านี้
เกิดการรวมตัวกันอยู่หนาแน่นตามที่เราเห็นเป็นก้อนเมฆ โดยเฉพาะเมฆฝนจึงทำ
ให้มีประจุไฟฟ้าอิสระรวมกันอย่างมากมายมหาศาล และในบางครั้งจะมีกลุ่มเมฆก้อน
อื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระชนิดหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กันจนทำให้ประจุไฟฟ้าทั้งสองชนิด
สามารถกระโดดเข้าหากันได้ ก็จะกระโดดเข้าหากันเพื่อรวมตัวกันตามสมบัติของ
ประจุไฟฟ้า การวิ่งของประจุไฟฟ้านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสียดสีกับ
อากาศโดยรอบตลอดทางที่วิ่งผ่านทำให้อากาศรอบ ๆ นั้นเกิดความร้อนจัดและลุกไหม้
จนเราสามารถมองเห็นเป็นแสงสว่างวาบขึ้นที่เราเรียกว่าฟ้าแลบแต่ถ้าไฟฟ้าประจุไฟฟ้า
อิสระกระโดดไปมาระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเราเรียกว่าฟ้าผ่าซึ่งทิศทางของประจุไฟฟ้าอาจเกิดจากก้อนเมฆลงสู่พื้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.668 วินาที กับ 22 คำสั่ง