RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 11:24:48 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แฟลซทำงานอย่างไร  (อ่าน 11119 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nuubuoe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 06:59:21 pm »

นางสาวจรีรัตน์ ชะโปรัมย์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชา สถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 57                     รหัส 1153109030409 วันที่ 29/11/2553 เวลา 18.59 สถานที่ บ้าน
  การทำงานของเเฟลซเเบ่งออกเป็น3ส่วนคือ
1) แบตเตอรี่ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2) หลอดไฟแฟลซให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว 
3) วงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงาน 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 07:02:48 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903031-8 เลขที่ 48 sec 2 ตอบกระทู้วันที่ 29/11/53 เวลา 19.02 น. สถานที่ Shooter cafe'
ระบบการทำงานของแฟลช แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
- แบตเตอรี่ คือ คลังเก็บประจุขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
- หลอดไฟแฟลซ คือ หลอดไฟที่ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
- วงจรไฟฟ้า คือ ระบบ Control การทำงานของวงจร
  ภายในหลอดไฟแฟลชจะบรรจุก๊าชซีนอน ที่มีขั้วที่หลอด 2 ขั้ว คือประจุบวก (+) , ประจุลบ (-)โดยใช้หลักการไหลของอิเล็กตรอนอย่างอิสระ ให้เคลื่อนที่ชนเข้ากับอะตอมของก๊าชซีนอน จนทำให้เกิดพลังงาน หรือ แสงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Bifern
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 09:24:58 pm »

นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  เลขที่42 sec02 รหัส 115310903007-8 สาข สถิติประยุกต์ โพสต์กระทู้วันที่ 29/11/53 เวลา 21.19 น. สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปได้ว่า แฟลซจะทำหน้าที่สัมพันธ์กับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ คือ 1.แบตเตอรี่ ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ 2.หลอดไฟแฟลซ ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว3.วงจรไฟฟ้า เมื่อต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้าและหลอดไฟ ประจุไฟฟ้าจะไหลผ่านหลอดทำหลอดสว่างขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 09:48:58 pm »

Sunti  Civil  นายสันติ   บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส  115330411021-2  Sec 4  เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  29/11/53  เวลา 21:48 น. ณ. หอป้าอ้วน
    แฟลชต้องทำงานสอดคล้องกับซัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปซึ่งแยกเป็น  3 ส่วนใหญ่
        1. แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลช
        2. หลอดไฟแฟลช  ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
        3. วงจรไฟฟ้า  ควบคุมการทำงาน
    หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ  ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่องระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอมทำให้เกิดอีเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจรกระบวนการนี้เรียกว่า  อิออไนเซชั่น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungniran
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 09:59:15 pm »

นายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411005-5 sec 4 เลขที่ 5 ตอบกระทู้วันที่ 29/11/53 เวลา 21.57 pm ที่สวนสุทธิพันธุ์
      แฟลซซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.   แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.   หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.   วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
     แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป คือการต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด สวิทซ์เปิดไฟแฟลซต่อเข้ากับชัตเตอร์   เมื่อกดชัตเตอร์  ตัวเก็บประจุจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับหม้อแปลงชุดที่สอง  (secondary  transformer)   ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงดันจาก  200  โวลต์ของตัวเก็บประจุ   เป็น   1000  ถึง  4000  โวลต์  และส่งแรงดันไฟฟ้านี้ไปที่แผ่นกระตุ้น  ทำการกระตุ้นให้ก๊าซซีนอนเกิดการอิออไนท์   และนำไฟฟ้า  เกิดแสงวาบขึ้น

เพิ่มแรงดันขึ้นต้องมีวงจรไฟฟ้าเพิ่มแรงดันของแบตเตอรี่ อุปกรณ์ประกอบด้วย
- ตัวเก็บประจุ   มีหน้าที่กักเก็บพลังงานของประจุไฟฟ้าไว้ภายใน
-   ตัวเหนี่ยวนำไฟฟ้า   มีหน้าที่กักเก็บพลังงานของสนามแม่เหล็กไว้ในขดลวด
-   ไดโอด   ทำขึ้นจากสารกึ่งตัวนำ  มีหน้าที่ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ทางเดียว
-   ทรานซิสเตอร์   ทำขึ้นจากสารกึ่งตัวนำ  ทำหน้าที่เหมือนสวิทซ์  และขยายสัญญาณทางไฟฟ้า
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รัฐพล เกตุอู่ทอง
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 10:04:51 pm »

ผมนารัฐพล   เกตุอู่ทอง นักศึกษา วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441229-4  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 22.04  น. ณ หอพักเฉลิมพล

สรุปว่า แฟลซต้องทำงานคล้อดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป ซึ่งแยกเป็น สาม ส่วน 1. แบตเตอร์รี่ ขนาดเล็กทำหน้าที่ให้พลังงานกับแฟลซ 2. หลอดไฟแฟลซ ให้แสงเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว 3. วงจรไฟฟ้า จะคงบคุมการทำงาน  
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ  โดยต่อกับแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น  ภายในหลอดบรรจุก๊าซซีนอน  มีขั่วไฟฟ้าที่หลอด 2 ขั่ว   และแผ่นกระตุ้นกระแสไฟฟ้า คือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ   ซึ่งจะไหลผ่านหลอดที่บรรจุก๊าซ  จากขั่วหนึ่งไปยังอีกขั่วหนึ่ง  เมื่ออิเล็กตรอนอิสระชนกับอะตอมของซีนอน   ทำให้อิเล็กตรอนปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตรอน  หรือแสงออกมา  เพื่อที่จะทำให้ก๊าซเป็นตัวนำที่ดี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ณัฐพงษ์ สันทะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 10:06:20 pm »

กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_29  เดือน_11  พศ_2553   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_22.01
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 
   แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
      แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางไว้หน้าวัสดุเคลือบเงา  ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น 
คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออก
จากวงโคจร กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
attakron006@hotmail.com
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 02:38:05 am »

กระผม นาย อรรถกร จิตรชื่น คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441217-9 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พศ.2553 ที่ บ้านฟ้ารังสิต เวลา 02.38
แฟรชต้องทํางานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือ
1 แบตตารี่
2 หลอดไฟแฟรช
3 วงจรไฟฟ้า
การทํางานต่อแฟรช โดยต่อแบตตารี่เข้ากับวงจรไฟฟ้าและหลอดไฟ การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทําให้สว่างขึ้น ภายในหลอดไฟแฟลช บรรจุก๊าซซีนอน มีขั่วไฟฟ้าที่หลอด 2 ขั่ว และแผ่นกระตุ้น วางไว้ข้างหลอด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 10:52:54 am »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 30/11/53  เวลา 10:52น. สถานที่ หอพัก นวนคร

       แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ

1. แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2. หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3. วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
        การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
         ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
        กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา
หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)

           ดังนั้นเพื่อให้แก๊สเกิดอิออไนซ์   คุณต้องให้แรงดันไฟฟ้า (electrical  pressure)  หลายพ้นโวลต์   แต่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้กับแฟลซมีแรงดันต่อก้อนเพียง  1.5  โวลต์       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 01:05:05 pm »

นางสาวจุฑารัตน์  นาวายนต์  sec 02 เลขที่ 22 รหัส115210417058-2 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา13.10 ณ หอRS
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
      แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางไว้หน้าวัสดุเคลือบเงา  ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น 
คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออก
จากวงโคจร กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sutin
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 01:12:20 pm »

นาย สุทิน ศรีวิลัย เลขที่ 25 รหัส 115340441222-9 sec 17 สถานที่ บ.เจเอสออโตเวิร์ค วันที่ 30/11/2553 เวลา13.12 น.
แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางใว้หน้าวัสดุเคลือบเงา ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า
กระแสไฟฟ้าคือการใหลของอิเล็คตรอนอิสระซึ่งจะใหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั่วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง
ขณะที่อิเล็คตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็น
โฟตอนหรือแสงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siripornmuay
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #41 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 02:35:03 pm »

นางสาวศิริพร สนเผือก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชา สถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 64 รหัส 115310903051-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30/11/2553 เวลา 2.32 ณ ตึกวิทยบริการ สรุปได้ การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้นภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้นกระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ   จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Khuarwansiriruk
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


ดูรายละเอียด
« ตอบ #42 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 03:02:59 pm »

น.ส.เครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่56 sec 02 รหัส 115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ ปี1 เวลา 15.01 pm. วันที่ 30/11/2553 กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chinnapot
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #43 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 04:30:25 pm »

นายชินพจน์  เดชเกษรินทร์  คณะ วิศวกรรมศาสตร์ สาขา อุตสาหการ(สมทบ) รัหส 115340441238-5  เลขที่ 29 sec17 วันที่ 30/11/53 เวลา16:29 ณ  ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
  1. แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
  2. หลอดไฟแฟลซ ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
  3. วงจรไฟฟ้า ควบคุมการทำงาน
           ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด 2 ขั้ว และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate) วางไว้ข้างหลอด กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 04:34:05 pm »

กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 76 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30/11/2553 เวลา 16.32 น. ที่ ห้องพักโอนิน5
มีความคิดเห็นว่า
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
      แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางไว้หน้าวัสดุเคลือบเงา  ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kambio
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 06:03:18 pm »

นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  37  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30  พ.ย.  2553  สถานที่  บ้าน  เวลา  18.02   น.

สรุปว่า   แฟลซทำงานสอดคล้องกับซัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป แยกออกเป็น 3 ส่วน คือ  แบตเตอรี่   หลอดไฟแฟลซ   และ วงจรไฟฟ้า การต่อแฟลซทำโดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า และหลอดไฟฟ้า  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้สว่างขึ้น   ภายในหลอดไฟแฟลซ บรรจุก๊าซซีนอน มีขั้วไฟฟ้า 2 ขั้วและแผ่นกระตุ้น วางไว้ข้างขวด  การทำงานเมื่อเกิดแสง  คืออิเล็กตรอนอิสระจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง ขณะเคลื่อนที่จะชนเข้ากับอะตอมของซีนอน ทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา แต่ถ้าก๊าซซีนอนอยุในภาวะที่ปกติ จะเกิดแสงได้ยาก จึงต้องเพิ่มอิเล็กตรอนให้ก๊าซก่อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alicenine
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #46 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 06:17:03 pm »

นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 30

ตอบกระทู้ เมื่อ 30 พ.ย 53  เวลา 18.17 น.  ที่ หอพัก

ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)    วางไว้ข้างหลอด  กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอม ปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา  ถ้าก๊าซซีนอนอยู่ในสภาวะปกติมันจะเกิดแสงได้ยาก   เพราะมีอิเล็กตรอนอิสระน้อย  สภาวะนี้อิเล็กตรอนจะโคจรรอบนิวเคลียสเป็นส่วนใหญ่   เพื่อจะทำให้ก๊าซเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี   คุณต้องเพิ่มอิเล็กตรอนอิสระให้กับก๊าซก่อน
อีกรูปแบบหนึ่งของหลอดไฟ แฟลซ  หลอดทำเป็นแนวโค้ง  แผ่นกระตุ้นติดกับหลอดแก้วด้านล่าง  หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
อิเล็กตรอนอิสระมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ  เมื่อมันหลุดออกจากอะตอม  มันจะเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก   ขณะที่มันเคลื่อนที่ มันจะวิ่งเข้าชนกับอะตอมตัวอื่นๆด้วย  ทำให้อะตอมอื่นสูญเสียอิเล็กตรอน เกิดอิออไนซ์  และมีแสงเกิดขึ้น  ดังนั้นเพื่อให้แก๊สเกิดอิออไนซ์   คุณต้องให้แรงดันไฟฟ้า (electrical  pressure)  หลายพ้นโวลต์   แต่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้กับแฟลซมีแรงดันต่อก้อนเพียง  1.5  โวลต์  ในหน้าถัดไปเรามาดูกันว่าเราจะเพิ่มแรงดันขึ้นได้อย่างไร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pichat Soysamrong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #47 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 06:22:12 pm »

กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 06:21:22 pm
สรุปว่า
การทำงานของแฟลซแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.   แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.   หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.   วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)    วางไว้ข้างหลอด  กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโปรตรอนหรือแสงออกมา  ถ้าก๊าซซีนอนอยู่ในสภาวะปกติมันจะเกิดแสงได้ยาก   เพราะมีอิเล็กตรอนอิสระน้อย  สภาวะนี้อิเล็กตรอนจะโคจรรอบนิวเคลียสเป็นส่วนใหญ่   เพื่อจะทำให้ก๊าซเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี   คุณต้องเพิ่มอิเล็กตรอนอิสระให้กับก๊าซก่อน
อีกรูปแบบหนึ่งของหลอดไฟแฟลซ  หลอดทำเป็นแนวโค้ง  แผ่นกระตุ้นติดกับหลอดแก้วด้านล่าง  หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
อิเล็กตรอนอิสระมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ  เมื่อมันหลุดออกจากอะตอม  มันจะเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก   ขณะที่มันเคลื่อนที่ มันจะวิ่งเข้าชนกับอะตอมตัวอื่นๆด้วย  ทำให้อะตอมอื่นสูญเสียอิเล็กตรอน เกิดอิออไนซ์  และมีแสงเกิดขึ้น  ดังนั้นเพื่อให้แก๊สเกิดอิออไนซ์   คุณต้องให้แรงดันไฟฟ้า (electrical  pressure)  หลายพ้นโวลต์   แต่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้กับแฟลซมีแรงดันต่อก้อนเพียง  1.5  โวลต์เท่านั้นเอง 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 07:04:45 pm »

นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4


อ่านแล้วสรุปได้ว่า แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) แบตเตอรี่ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ  2) หลอดไฟแฟลซให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว  3) วงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงาน  การต่อไฟแฟลซทำได้โดยการต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้าและหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
LeeOa IE'53 SEC.17
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 09:17:22 pm »

กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พศ.2553 เวลา 09:17 PM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kodchaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #50 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 10:13:57 pm »

 นางสาว กชพร เพ็งคำเส็ง รหัส 115210417059-0 sec 02 เลขที่23  ตอบกระทู้ วันที่ 30/11/53 เวลา 22.14 ที่ บ้าน สรุปได้ว่า

แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ

    -แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
    -หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
    -วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน

      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น

      ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarisa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #51 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 10:27:32 pm »

นางสาว สาริศา พรายระหาญ sec.02 เลขที่ 10 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์
ตอบกระทู้ร้านเน็ต shooter วันที่  30/11/2553 เวลา 22.34 น. เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
    ระบบการทำงาน
  แฟลซเป็นหลอดไฟชนิดหนึ่งที่มีความเข้มในการส่องสว่างที่สูงมากๆๆนั่นคือต้อง ให้แรงเคลื่อนในการจุดชนวนการทำงานของหลอดสูงมากๆๆ เป็นพันๆๆโวลต์
 ทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ แบตเตอรี่ หลอดไฟแฟลซ และ วงจรไฟฟ้า
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
 ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น  วางไว้ข้างหลอด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #52 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 10:34:41 pm »

กระผม นาย ธวัชชัย พลรักษ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411041-0     เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา     
 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา  22:34
ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)    วางไว้ข้างหลอด  กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา  ถ้าก๊าซซีนอนอยู่ในสภาวะปกติมันจะเกิดแสงได้ยาก   เพราะมีอิเล็กตรอนอิสระน้อย  สภาวะนี้อิเล็กตรอนจะโคจรรอบนิวเคลียสเป็นส่วนใหญ่   เพื่อจะทำให้ก๊าซเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี   คุณต้องเพิ่มอิเล็กตรอนอิสระให้กับก๊าซก่อน
อีกรูปแบบหนึ่งของหลอดไฟแฟลซ  หลอดทำเป็นแนวโค้ง  แผ่นกระตุ้นติดกับหลอดแก้วด้านล่าง  หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
อิเล็กตรอนอิสระมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ  เมื่อมันหลุดออกจากอะตอม  มันจะเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก   ขณะที่มันเคลื่อนที่ มันจะวิ่งเข้าชนกับอะตอมตัวอื่นๆด้วย  ทำให้อะตอมอื่นสูญเสียอิเล็กตรอน เกิดอิออไนซ์  และมีแสงเกิดขึ้น  ดังนั้นเพื่อให้แก๊สเกิดอิออไนซ์   คุณต้องให้แรงดันไฟฟ้า (electrical  pressure)  หลายพ้นโวลต์   แต่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้กับแฟลซมีแรงดันต่อก้อนเพียง  1.5  โวลต์  ในหน้าถัดไปเรามาดูกันว่าเราจะเพิ่มแรงดันขึ้นได้อย่างไร
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saowapha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #53 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 10:51:45 pm »

นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์ รหัส 115110901082-7 sec.02 เลขที่ 11
ตอบกระทู้วันที่  30/11/53 เวลา 22.57น. ณ. shooter all day
 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา 

    ระบบการทำงาน
       
แฟลซเป็นหลอดไฟชนิดหนึ่งที่มีความเข้มในการส่องสว่างที่สูงมากๆๆนั่นคือต้องให้แรงเคลื่อนในการจุดชนวนการทำงานของหลอดสูงมากๆๆ เป็นพันๆๆโวลต์
 ทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ แบตเตอรี่ หลอดไฟแฟลซ และ วงจรไฟฟ้า
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
 ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น  วางไว้ข้างหลอด

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kranjana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #54 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 11:36:09 pm »

นางสาวกาญจนา  แสงวงศ์  sec 2 รหัส115210904068-1  เลขที่ 39 สาขาชีววิทยา วันที่  30/ 11 / 53  เวลา  23.30 น. ณ  หอใน
 
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ

1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น

      ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanongsak wachacama
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #55 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 12:02:38 am »

กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส115330311016-2 เลที่13 กลุ่ม53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 30/11/2553 เวลา23.58 น. ทีหอพัก spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นว่า ในการทำงานของแฟลซนั้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้ได้ภาพที่สวยและไม่เบลอ แต่ในการทำงานของแฟลซนั้นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันในสามตัวคือ หลอดไฟแฟลซ แบตเตอรี่ เละวงจรไฟฟ้า โดยในแต่ละอุปกรณนั้นทำหน้าที่เพื่อให้ได้ไฟแฟลซ ในการทำงานของแฟลซนั้นต้องมีการเพิ่มแรงดันไฟฟ้าจาก 200 โวลต์ เป็น 1000-4000โวลต์และส่งแรงดันไฟฟ้านี้ไปที่แผ่นกระตุ้น  ทำการกระตุ้นให้ก๊าซซีนอนเกิดการอิออไนท์   และนำไฟฟ้า  เกิดแสงวาบขึ้นนั้นก็คือแฟลซ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiyun
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #56 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 12:35:13 am »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ วิศวกรรมอุสาหการการจัดการ(สมทบ) ID:115340441215-3
Sec17 วันที่ 1/12/53 เวลา 0:34 สถานที่ ห้องนวนคร
 แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
  การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
  ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
  กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tum moment
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 125


tum-ce@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #57 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 12:43:39 am »

 Winkนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 30 พฤศจิกายน พศ.2553  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 24.43 น.

  แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
   -แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
   -หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
   -วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
  การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้น
ภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
  กระแสไฟฟ้าคือการไหลของอิเล็กตรอนอิสระ  ซึ่งจะไหลผ่านหลอดแก้วที่บรรจุก๊าซ จากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง  ขณะที่อิเล็กตรอนอิสระ
เคลื่อนที่มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนและทำให้อะตอมปลดปล่อยพลังงานเป็นโฟตอนหรือแสงออกมา
  ถ้าก๊าซซีนอนอยู่ในสภาวะปกติมันจะเกิดแสงได้ยาก   เพราะมีอิเล็กตรอนอิสระน้อย  สภาวะนี้อิเล็กตรอนจะโคจรรอบนิวเคลียสเป็นส่วนใหญ่   
เพื่อจะทำให้ก๊าซเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี  คุณต้องเพิ่มอิเล็กตรอนอิสระให้กับก๊าซก่อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pongpat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #58 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 01:32:48 am »

กระผมพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์    นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441207-1
เรียนผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   1 ธันวาคม 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา1.31 น
ความคิดเห็นว่า
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ

1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
    การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้นภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
    แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางไว้หน้าวัสดุเคลือบเงา  ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
natthapon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #59 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 01:34:59 am »

กระผมนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4 
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1 ธันวาคม  2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 1.38 น
ความคิดเห็นว่า
แฟลซต้องทำงานสอดคล้องกับชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป  ซึ่งแยกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ

1.แบตเตอรี่  ขนาดเล็กมีหน้าที่ให้พลังงานกับหลอดไฟแฟลซ
2.หลอดไฟแฟลซ    ให้แสงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
3.วงจรไฟฟ้า   ควบคุมการทำงาน
      การต่อแฟลซทำได้ง่ายๆ   โดยต่อแบตเตอรี่เข้ากับวงจรไฟฟ้า  และหลอดไฟ  การไหลของประจุไฟฟ้าผ่านหลอดทำให้หลอดสว่างขึ้นภายในหลอดไฟแฟลซ  บรรจุก๊าซซีนอน  มีขั้วไฟฟ้าที่หลอด  2 ขั้ว  และแผ่นกระตุ้น (Trigger Plate)   วางไว้ข้างหลอด
      แผ่นกระตุ้นถูกซ่อนอยู่ภายใน และวางไว้หน้าวัสดุเคลือบเงา  ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟแฟลซให้พุ่งไปข้างหน้า หน้าที่ของแผ่นกระตุ้น  คือ ให้แรงดันไฟบวกจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดูดอย่างรุนแรงกับประจุไฟฟ้าลบในอะตอม  ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจร   กระบวนการนี้เรียกว่า อิออไนเซชั่น   (ionization)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.415 วินาที กับ 21 คำสั่ง