RmutPhysics.com
กุมภาพันธ์ 25, 2021, 12:16:22 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000  (อ่าน 9784 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฟิสิกส์ราชมงคล
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2007, 12:36:11 pm »

แสงเลเซอร์  ใช้ตัดแก้วและโลหะได้    ในวงการแพทย์ได้ใช้แสงเลเซอร์สำหรับปรับแต่งกระจกตา  สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาว ในวงการวิทยาศาสตร์   นักฟิสิกส์ได้ใช้แสงเลเซอร์หลอมรวมนิวเคลียส  ให้เป็นนิวเคลียสขนาดใหญ่และได้พลังงานมหาศาลออกมา  ปฏิกิริยานี้ มีชื่อเรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น  หลายคนคงเคยเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต  และเห็นพนักขาย  ใช้เครื่องอ่านบาร์โค๊ด  อ่านราคาสินค้า  ภายในของเครื่องอ่านเหล่านี้  ใชเ้เครื่องกำเนิดแสงเลเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญสุด    คลิกครับ


* marketCheckout.jpg (7.24 KB, 129x114 - ดู 656 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
udomporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 03:39:59 am »

นายอุดมพร พวงสุวรรณ วิศวกรรมโยธา 115330411025-3 เลขที่19 วันที่15/01/54 เวลา 03.40 ที่ หอลากูน

   แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwapat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 11:29:51 am »

ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส 115330411024-6 เลขที่ 18 sec.4 วิศวกรรมโยธา วันที่ 15/1/54 เวลา 11.26 am.ที่หอลากูลแมนชั่น
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mongkhonphan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 12:47:10 pm »

  นายมงคลพันธ์  แซ่หลี  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411039-4 sec.04  เลขที่ 32 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15/01/54  เวลา 12.46 น. ที่หอลากูน     
        แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น
        เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง  ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ  และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมา ในทางฟิสิกส์   เราเชื่อได้ว่า แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค และคลื่น  การอธิบายแบบอนุภาค  เราได้ทำไปแล้วตั้งแต่เบื้องต้น    แต่ถ้าแสงเป็นคลื่น  การอธิบายต้องเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  โดยที่คลื่นแสงเมื่อพุ่งเข้าชนกับอะตอมที่ถูกกระตุ้น  อะตอมจะปลดปล่อยพลังงานออกมาเสริมเข้ากับคลื่นที่พุ่งเข้าไป  ทำให้คลื่นที่ได้ออกมามีแอมพลิจูดสูงขึ้น  หรือทำให้พลังงานของคลื่นเพิ่มขึ้นนั่นเอง
        อะตอมที่ถูกกระตุ้นจะให้โฟตอนออกมา   และเมื่อให้ออกมาแล้วจะกลับเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ  รอการพุ่งเข้าชนของโฟตอน  ซึ่งจะถูกกระตุ้นใหม่  เป็นวัฏจักรตลอดเวลา   โฟตอนที่ได้ออกมาไปทำให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่  กระตุ้นให้อะตอมอื่นปลดปล่อยโฟตอนออกมาอย่างต่อเนื่อง  แต่สังเกตเห็นว่า  โฟตอนที่ได้ออกมาข้างบนไม่มีระเบียบเลย การพุ่งออกมาอย่างไม่มีทิศทางนี้  ทำให้เราได้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานไม่มากพอ  นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้   ถ้าเราจะนำแสงเลเซอร์ไปใช้ประโยชน์   ลำแสงจะต้องพุ่งไปในทิศทางเดียว
        เราจะใช้เทคนิคพิเศษหนึ่ง  โดยการเพิ่มกระจกระหว่างอะตอม   เมื่อเราปั๊มพลังงานให้กับอะตอม  จะเกิดการกระตุ้นของอะตอมจำนวนมาก และได้โฟตอนออกมาจำนวนหนึ่ง  โฟตอนจะสะท้อนอยู่ระหว่างกระจก มีพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อย รอจนมีพลังงานมากพอจึงพุ่งผ่านกระจกเป็นแสงเลเซอร์ออกมาใช้งาน    เราเคยกล่าวมาแล้วว่า แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค  (particle)  และคลื่น  (wave)   ดังนั้นการอธิบายจึงทำได้ทั้งสองแบบ 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 07:36:23 pm »

นายธวัชชัย   พลรักษ์  สาขาวิศวกรรมโยธา  sec.04  เลขที่ 34 
เข้ามาโพสท์ วันที่ 21/01/54  เวลา 19.36 น. สถานที่ บ้าพฤกษา
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 12:25:55 pm »

กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  22  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  12.26 น
มีความเห็น               เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000
                             แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความยาวคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)

   






   





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nueng
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 23, 2011, 08:28:11 pm »

นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8 sec 02  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  23 มกราคม 2554 เวลา  20.28 น.
ณ  ร้านอินเตอร์เน็ต  สรุปได้ว่า  ......
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pichet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:47:27 pm »

กระผม นายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 24/01/54 เวลา 22.50 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sutin
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 11:51:30 am »

นาย สุทิน ศรีวิลัย รหัส 115340441222-9 sec17 เลขที่ 25 สถานที่ บ.เจเอสออโตเวิร์ค  วันที่ 26/1/2554 เวลา 11.51
เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง
 ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ 
และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมาเมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง
 อะตอมจะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย เมื่ออัตราการยิงยังไม่มากพอ  อนุภาคที่พุ่งออกมีทิศทางไม่แน่นอน  แต่เมื่ออัตราการยิงมากขึ้น  อนุภาคที่พุ่งออก
จะมีทิศทางเดียวกันกลับอนุภาคที่พุ่งเข้ามาคะ



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aimz
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 12:42:43 pm »

นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล รหัส 115110903068-4 sec.02

ตอบกระทู้วันที่ 26/01/54 เวลา 12:42 น. วิทยบริการ

สรุปว่า...

แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pool
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 01:37:21 pm »

นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 37
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 13.37 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
     เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง
ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ 
และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมาเมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง
อะตอมจะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย เมื่ออัตราการยิงยังไม่มากพอ  อนุภาคที่พุ่งออกมีทิศทางไม่แน่นอน  แต่เมื่ออัตราการยิงมากขึ้น  อนุภาคที่พุ่งออก
จะมีทิศทางเดียวกันกลับอนุภาคที่พุ่งเข้ามา และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungsan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 28, 2011, 01:13:41 am »

นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 28/1/54 เวลา 01.13 น. สถานที่บ้าน
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 28, 2011, 12:11:28 pm »

นางสาวจุฑารัตน์  นาวายนต์  รหัส 115210417058-2  เลขที่ 28   sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 28 มกราคม 2554  เวลา12.10ณ หอ RS
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 28, 2011, 08:28:43 pm »

Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  28/01/54  เวลา 20:2ึ7 น. ณ. หอป้าอ้วน
     แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
THANAKIT
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 04:54:31 pm »

นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่วันที่  29 มกราคม 2554 เวลา16.55 น.   สถาน บ้าน
 แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
titikron
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:32:27 am »

นาย ฐิติกร  แก้วประชา รหัส 115330411022-0 เลขที่ 17 sec 4 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง วันที่ 30/01/54 เวลา 11.31 น. หอโฟร์บี
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kittisap
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 01:28:48 pm »

กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  30 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 13.28 น.
ความคิดเห็นว่า
      เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง
ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ 
และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมาเมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง
อะตอมจะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย เมื่ออัตราการยิงยังไม่มากพอ  อนุภาคที่พุ่งออกมีทิศทางไม่แน่นอน  แต่เมื่ออัตราการยิงมากขึ้น  อนุภาคที่พุ่งออก
จะมีทิศทางเดียวกันกลับอนุภาคที่พุ่งเข้ามา และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suppachok
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 03:36:19 pm »

นาย ศุภโชค  เปรมกิจ วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411051-9เลขที่ 44 sec 04 สถานที่  วิทยะบริการ วันที่ 31/1/2554 เวลา 15.36 น.
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Monthon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 08:45:38 pm »

กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 31 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 20.45น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า
 แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ   

   



   



   



   






   



   



   


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chinnapot
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:03:46 am »

นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่31/01/54 เวลา00.03  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

มีความเห็นในกระทู้ว่า
     เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง
ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ 
และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมาเมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง
อะตอมจะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย เมื่ออัตราการยิงยังไม่มากพอ  อนุภาคที่พุ่งออกมีทิศทางไม่แน่นอน  แต่เมื่ออัตราการยิงมากขึ้น  อนุภาคที่พุ่งออก
จะมีทิศทางเดียวกันกลับอนุภาคที่พุ่งเข้ามา และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:33:21 am »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 01/02/54  เวลา 00:33น. สถานที่ หอพัก นวนคร
สรุปได้ว่า
     แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น
    แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค และคลื่น  การอธิบายแบบอนุภาค  เราได้ทำไปแล้วตั้งแต่เบื้องต้น    แต่ถ้าแสงเป็นคลื่น  การอธิบายต้องเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  โดยที่คลื่นแสงเมื่อพุ่งเข้าชนกับอะตอมที่ถูกกระตุ้น  อะตอมจะปลดปล่อยพลังงานออกมาเสริมเข้ากับคลื่นที่พุ่งเข้าไป  ทำให้คลื่นที่ได้ออกมามีแอมพลิจูดสูงขึ้น  หรือทำให้พลังงานของคลื่นเพิ่มขึ้นนั่นเอง
    อะตอมที่ถูกกระตุ้นจะให้โฟตอนออกมา   และเมื่อให้ออกมาแล้วจะกลับเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ  รอการพุ่งเข้าชนของโฟตอน  ซึ่งจะถูกกระตุ้นใหม่  เป็นวัฏจักรตลอดเวลา   โฟตอนที่ได้ออกมาไปทำให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่  กระตุ้นให้อะตอมอื่นปลดปล่อยโฟตอนออกมาอย่างต่อเนื่อง
การพุ่งออกมาอย่างไม่มีทิศทางนี้  ทำให้เราได้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานไม่มากพอ  นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้   ถ้าเราจะนำแสงเลเซอร์ไปใช้ประโยชน์   ลำแสงจะต้องพุ่งไปในทิศทางเดียว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiyun
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:13:01 am »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441215-3
ตอบกระทู้วันที่ 01/02/54  เวลา 01:11 น. สถานที่ หอพัก นวนคร
  แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pitak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 02:07:52 am »

นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 02/02/2554 เวลา 02.07 น. สรุปได้ว่า
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungniran
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:41:51 am »

ผมนายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411005-5 sec 04 เลขที่ 5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/54 เวลา 10.41 pm ที่สวนสุทธิพันธ์
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น
    แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค และคลื่น  การอธิบายแบบอนุภาค  เราได้ทำไปแล้วตั้งแต่เบื้องต้น    แต่ถ้าแสงเป็นคลื่น  การอธิบายต้องเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  โดยที่คลื่นแสงเมื่อพุ่งเข้าชนกับอะตอมที่ถูกกระตุ้น  อะตอมจะปลดปล่อยพลังงานออกมาเสริมเข้ากับคลื่นที่พุ่งเข้าไป  ทำให้คลื่นที่ได้ออกมามีแอมพลิจูดสูงขึ้น  หรือทำให้พลังงานของคลื่นเพิ่มขึ้นนั่นเอง
    อะตอมที่ถูกกระตุ้นจะให้โฟตอนออกมา   และเมื่อให้ออกมาแล้วจะกลับเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ  รอการพุ่งเข้าชนของโฟตอน  ซึ่งจะถูกกระตุ้นใหม่  เป็นวัฏจักรตลอดเวลา   โฟตอนที่ได้ออกมาไปทำให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่  กระตุ้นให้อะตอมอื่นปลดปล่อยโฟตอนออกมาอย่างต่อเนื่อง
การพุ่งออกมาอย่างไม่มีทิศทางนี้  ทำให้เราได้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานไม่มากพอ  นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้   ถ้าเราจะนำแสงเลเซอร์ไปใช้ประโยชน์   ลำแสงจะต้องพุ่งไปในทิศทางเดียว Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tongchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 02:17:44 pm »

ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  2 กุมภาพันธ์  2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 14.16 น

แหล่งกำเนิดแสง - แหล่งกำเนิดเป็นแสงเลเซอร์  ลำคลื่นจะมีระเบียบสูงมาก  ขนาดของลูกคลื่นเท่ากันหมด    ส่วนแสงอื่นๆ มีสีหลายสีคละเคล้ากันไป  และขนาดของลูกคลื่นไม่ค่อยจะเท่ากัน
อะตอมกับแสง -      เมื่อยิงโฟตอนกระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อะตอมเรืองแสงขึ้นมา    และดูเหมือนว่า เมื่อถูกกระทบอีกครั้ง  อะตอมจะปล่อยโฟตอนออกมาเองด้วย
การเกิดการกลับของประชากร - อะตอมที่ถูกกระตุ้นจะให้โฟตอนออกมา   และเมื่อให้ออกมาแล้วจะกลับเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ  รอการพุ่งเข้าชนของโฟตอน  ซึ่งจะถูกกระตุ้นใหม่  เป็นวัฏจักรตลอดเวลา   โฟตอนที่ได้ออกมาไปทำให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่  กระตุ้นให้อะตอมอื่นปลดปล่อยโฟตอนออกมาอย่างต่อเนื่อง 
การสร้างเลเซอร์-  ถ้าพลังงานภายนอกที่ปั๊มให้มากเพียงพอ  จะได้จำนวนโฟตอนมากขึ้นเรื่อยๆ  สะท้อนอยู่ระหว่างกระจก   ถ้าเราคิดว่าแสงเป็นคลื่น   ลูกคลื่นจะมีแอมพลิจูดสูงขึ้น  ทุกๆการสะท้อนครั้งหนึ่ง   และถ้าเราคิดว่าแสงเป็นอนุภาค จำนวนอนุภาคจะเพิ่มขึ้นทุกๆการสะท้อน  เมื่อพลังงานมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง  แสงจะสามารถทะลุผ่านกระจกได้ 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
jackmaco
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 07:29:43 pm »

นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 02/02/54  เวลา 19:29 น. สถานที่ หอ เอื้อมเดือน
สรุป : แสงเลเซอร์  ใช้ตัดแก้วและโลหะได้    ในวงการแพทย์ได้ใช้แสงเลเซอร์สำหรับปรับแต่งกระจกตา  สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาว ในวงการวิทยาศาสตร์   นักฟิสิกส์ได้ใช้แสงเลเซอร์หลอมรวมนิวเคลียส  ให้เป็นนิวเคลียสขนาดใหญ่และได้พลังงานมหาศาลออกมา  ปฏิกิริยานี้ มีชื่อเรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
heetoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 07:38:46 pm »

นายราชันย์ บุตรชน  วิศวกรรมโยธา 115330411047-7 เลขที่40 วันที่02/02/54 เวลา 19.39 ที่ หอโฟบี4

   แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่าค่ะ   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
hatorikung_nutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 07:48:52 pm »

 นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  2/02/54 เวลา19.48ณ หอพักวงษ์จินดา

 แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 08:39:47 pm »

นาย อุดม แก้วชู 115330411034-5  เลขที่ 28  02/02/2554 วิศวกรรมโยธา  sec 4  เวลา 20.40น หอพักมณีโชติ
 แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น
        เมื่อแสงหรือโฟตอน กระทบเข้ากับอะตอม  จะทำให้อิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส  ยกระดับพลังงานสูงขึ้น  และเปลี่ยนวงโคจรเป็นวงโคจรระดับสูง  ซึ่งสภาวะนี้ เรียกว่า อะตอมถูกกระตุ้น (stimulated  atom)  เมื่อการกระตุ้นจากภายนอกหยุดลง  อิเล็กตรอนจะกลับเข้าลงสู่วงโคจรปกติ  และปลดปล่อยพลังงานหรือแสงออกมา ในทางฟิสิกส์   เราเชื่อได้ว่า แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค และคลื่น  การอธิบายแบบอนุภาค  เราได้ทำไปแล้วตั้งแต่เบื้องต้น    แต่ถ้าแสงเป็นคลื่น  การอธิบายต้องเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  โดยที่คลื่นแสงเมื่อพุ่งเข้าชนกับอะตอมที่ถูกกระตุ้น  อะตอมจะปลดปล่อยพลังงานออกมาเสริมเข้ากับคลื่นที่พุ่งเข้าไป  ทำให้คลื่นที่ได้ออกมามีแอมพลิจูดสูงขึ้น  หรือทำให้พลังงานของคลื่นเพิ่มขึ้นนั่นเอง
        อะตอมที่ถูกกระตุ้นจะให้โฟตอนออกมา   และเมื่อให้ออกมาแล้วจะกลับเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ  รอการพุ่งเข้าชนของโฟตอน  ซึ่งจะถูกกระตุ้นใหม่  เป็นวัฏจักรตลอดเวลา   โฟตอนที่ได้ออกมาไปทำให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่  กระตุ้นให้อะตอมอื่นปลดปล่อยโฟตอนออกมาอย่างต่อเนื่อง  แต่สังเกตเห็นว่า  โฟตอนที่ได้ออกมาข้างบนไม่มีระเบียบเลย การพุ่งออกมาอย่างไม่มีทิศทางนี้  ทำให้เราได้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานไม่มากพอ  นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้   ถ้าเราจะนำแสงเลเซอร์ไปใช้ประโยชน์   ลำแสงจะต้องพุ่งไปในทิศทางเดียว
        เราจะใช้เทคนิคพิเศษหนึ่ง  โดยการเพิ่มกระจกระหว่างอะตอม   เมื่อเราปั๊มพลังงานให้กับอะตอม  จะเกิดการกระตุ้นของอะตอมจำนวนมาก และได้โฟตอนออกมาจำนวนหนึ่ง  โฟตอนจะสะท้อนอยู่ระหว่างกระจก มีพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อย รอจนมีพลังงานมากพอจึงพุ่งผ่านกระจกเป็นแสงเลเซอร์ออกมาใช้งาน    เราเคยกล่าวมาแล้วว่า แสงเป็นไปได้ทั้งอนุภาค  (particle)  และคลื่น  (wave)   ดังนั้นการอธิบายจึงทำได้ทั้งสองแบบ 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodiss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 11:22:03 pm »

นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 2/02/54 เวลา 23.22. น. ที่ หอบ้านดวงพร  มีความคิดเห็นว่า
แสงเลเซอร์   เป็นแสงที่มีระเบียบสูง   และเป็นแสงอาพันธ์   นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น   หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน  ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ   ลำแสงเลเซอร์  ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋ว  ที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ  หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น   ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม  จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น  ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง   อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา  มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน   ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน   เราเรียกกระบวนการนี้ว่า   การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)  โฟตอนที่เหมือนกัน จะถูกทำให้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือถูกขยายขึ้นนั่นเอง  คำว่าขยาย หรือ  โตขึ้น  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า แอมพลิฟาย   (Amplified)  คำว่า  เลเซอร์  (laser)   ย่อมาจากคำว่า  light  amplification  by  stimulated  emission  of  radiation     ไม่ทราบว่าจะแปลเป็นไทยให้สละสลวยได้อย่างไร  มันยาวเหลือเกิน  การทำให้อะตอมอยู่ในสถานะที่ถูกกระตุ้น   และทำให้เกิดแสงเลเซอร์ขึ้น   ใช้เวลาสั้นมากๆ   แต่ในการทดลองที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการอธิบาย  เป็นภาพช้า(slow motion)  ที่แสดงการเกิดทุกขั้นทุกตอน  จึงไม่ใช่เวลาจริง  เพราะของจริงเร็วกว่านี้นับเป็นล้านๆเท่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.325 วินาที กับ 21 คำสั่ง