RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 10:10:27 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลำโพง  (อ่าน 13719 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฟิสิกส์ราชมงคล
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2007, 07:37:16 am »

 เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น   เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD    หรือเครื่องเล่น MP3 ซึ่งกำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน  เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา           

          ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเหล่านี้ก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด
คลิกครับ


* speaker-14.jpg (6.92 KB, 300x188 - ดู 862 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2008, 02:32:27 pm »

ผมนายสุวัฒน์  หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็กต่อเนื่องsec 19 รหัส 115130461120-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  6 พฤศจิกายน 2551 เวลา  21.12 น. ณ อาคารเรียนรวม คณะวิศวกรรมศาสตร์

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก

ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน

ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้

เพิ่มเติมที่นี่ครับ http://edu.e-tech.ac.th/exam1/week16.htm


* bandpass speaker.jpg (76.46 KB, 520x390 - ดู 4654 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2009, 11:44:39 am โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwapat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2010, 01:26:54 am »

 ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส115330411024-6 sec.4 เลขที่18 วิศวกรรมโยธา วันที่ 4/12/53 เวลา 1.24 am. ที่หอลากูลแมนชั่น     
 เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tum moment
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 125


tum-ce@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2010, 05:25:44 pm »

 Coolนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 4 ธันวาคม พศ.2553  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 17.25น.

      ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungniran
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2010, 10:35:20 pm »

นายรุ่งนิรันดร์  สอนจันทร์ รหัส115330411005-5 sec.4 เลขที่5 วิศวกรรมโยธา วันที่ 5/12/53 เวลา 22.32pm. ที่สวนสุทธิพันธุ์
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก

ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน

ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2010, 10:22:22 am »

Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  6/12/53  เวลา 10:21 น. ณ. หอป้าอ้วน
      เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญานไฟฟ้ากระแสสลับซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา  แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากแทปแม่เหล็ก  แผ่นซีดีหรือเครื่อง  MP3 จะต้องได้รับการขยายสัญญาฯให้แรงขึ้นก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้     ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใุ6บลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
leonado_davinci
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2010, 06:11:49 pm »

Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 6/12/53 เวลา 6.11 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

     เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wuttipong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 01:47:42 pm »

นายวุฒิพงษ์ สุขะ เลขที่ 23 sec04 รหัส 115330411029-5 วิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้วันที่ 08/12/53 เมื่อเวลา 13:46 น. หอพัก FourB5

สรุปได้ว่า เสียงเป็นคลื่นตามยาว เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่ส่วนเสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น ลำโพงภานในประกอบด้วย 1. กรวยหรือไดอะเฟรม 2. ขอบยึด
3. เฟรมหรือเรียกว่าบาสเก็ต 4. ยอดของกรวยยึดติดกับคอยส์เสียง 5. คอยส์เสียง การทำงานของคอยศืเสียงใช้หลักการของแม่เหล็กทางไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์ภายในคอยสืจะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งแม่เหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้ ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกันโดยนำขั้วเดียวกันจะผลักกันแต่ถ้าต่างขั้วมันจะดูดกัน ด้วยหลักการพื้นฐานนี้จึงติดแม่เหล็กถาวรรอบคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้
ลำโพงแบ่งโดยใช้ความถี่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. วูฟเฟอร์
2. ทวีทเตอร์
3. มิดเรนส์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanongsak wachacama
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 02:46:01 pm »

กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 08/12/2553 เวลา14.46 น. ที่ บ้าน (ที่จังหวัดยโสธร)
ได้มีข้อคิดเห็นว่าคลื่นเสียงของลำโพงนั้นเป็นเสียงเป็นคลื่นตามยาว โดยเสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่ การที่เกิดเสียงขึ้นนั้นเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วยไปกระแทกกับอากาศเกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3   ประเภท  ดังนี้   
1วูฟเฟอร์  (Woofers)2ทวีทเตอร์ (Tweeters)3มิดเรนส์ (Midrange)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nueng
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 12:40:06 am »

นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม รหัส 115110903066-8 sec 02 เลขที่ 16 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10 ธันวาคม 2553 เวลา 0.39 น. ณ หอพักไพลินเพลส
สรุปสาระสำคัญได้ ........
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 12:10:30 pm »

นางสาวจุฑารัตน์ นาวายนต์กระผม sec 02 เลขที่ 22 รหัส 115210417058-2 เข้ามาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2553เวลา 12.30 น. สถานที่ หอ RS สรุปงานที่เรียนคร่าวๆได้ว่า
เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mildfunta
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 02:23:08 pm »

นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา รหัส 1153109030607 เลขที่ 70 sec 2 วันที่ 10 ธันวาคม 2553 เวลา 14.21 น. ณ shooter internet cafe'  เครื่องขยายเสียงทุกประเภทจะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลาแต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพงสัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี หรือ เครื่อง MP3 จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chantana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 02:43:53 pm »

นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 41 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10/12/2553 เวลา 14:43  สถานที่ Shooter Internet สรุปได้ว่า ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kambio
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 05:03:28 pm »

นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  37  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  10  ธ.ค.  2553  สถานที่  บ้าน  เวลา  17.02   น.

ลำโพงประเภทต่างๆ

วูฟเฟอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
ทวีทเตอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนส์  เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ

ลำโพงทวีทเตอร์เป็นลำโพงที่มีความถี่สูง  แผ่นลำโพงมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็ง  จึงสามารถสั่นด้วยความเร็วสูง  ส่วนลำโพงวูฟเฟอร์  แผ่นลำโพงมีขนาดใหญ่และค่อนข้างนิ่ม  จึงสั่นด้วยความเร็วต่ำ  สำหรับลำโพงทวีทเตอร์  เครื่องขยายเสียงจะส่งความถี่สูงให้   ลำโพงวูฟเฟอร์จะส่งความถี่ต่ำ  ส่วนความถี่ช่วงที่เหลือเป็นของลำโพงมิดเรนส์   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Mickey2010
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 05:24:41 pm »

นางสาวปัทมา  วงษ์แก้วฟ้า เลขที่55sec 02รหัส 115310903038-3  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์  เข้ามาตอบกระทู้วันที่10/12/53 เวลา 17.11 น.
สถานที่บ้านของตนเอง
เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น ลำโพงจะสั่นเร็วหรือช้าขี้นอยู่กับความถี่  และเสียงจะดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับแอมพลิจูดของสัญญาณไฟฟ้า   ขนาดของลกำโพงมีความสำคัญมาก  ไม่ใช่ว่าลำโพงตัวเดียวสามารถจะให้ความถี่ได้ออกมาทุกๆความถี่  ถ้าต้องการให้เหมือนกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด  ลำโพงจะต้องมีหลายขนาด   เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3ประเภท  ดังนี้
 วูฟเฟอร์  (Woofers)
 ทวีทเตอร์ (Tweeters)
 มิดเรนส์ (Midrange)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nuubuoe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 06:07:48 pm »

นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส115310903040-9 sec.02 เลขที่ 57ตอบกระทู้เมื่อ 10/12/53 เวลา 18.07 น.ที่บ้าน
  ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
toonpccphet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 09:36:21 am »

นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 59  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11/12/2553 เวลา 09:35  ณ บ้าน
ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3ประเภท  ดังนี้
วูฟเฟอร์  (Woofers)
ทวีทเตอร์ (Tweeters)
มิดเรนส์ (Midrange)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pichet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 11:29:18 am »

      กระผมนายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 11/12/53 เวลา 11.30 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
      ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mongkhonphan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 11:57:19 am »

นายมงคลพันธ์  แซ่หลี รหัส115330411039-4 sec.04 เลขที่ 32 วิศวกรรมโยธา วันที่ 11/12/53 เวลา 11.50 น. ที่ หอลากูน 
 เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nitikanss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 12:43:57 pm »

นางสาวนิติการณ์ รัตนบุรี  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903052-4  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11/12/2553 เวลา 12:43  ณ Banoffee
ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3ประเภท  ดังนี้
วูฟเฟอร์  (Woofers)
ทวีทเตอร์ (Tweeters)
มิดเรนส์ (Midrange)
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Tarintip
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 01:56:48 pm »

นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec02 รหัส 115310903046-6 เลขที่60 ตอบกระทู้วันที่11/12/53 เวลา 13.50 สถานที่ หอใน
สรุปว่า เสียงเป็นคลื่นตามยาว เสียงแหลมและทุ้มขึ้นอยู่กับความถี่ ส่วนเสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่น ส่วนที่สำคัญของเครื่องเล่นก้คือ ลำโพง เครื่องขยายทุกประเภท จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ กระแสไฟฟ้าสลับมีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mukkie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 03:27:15 pm »

นางสาวปาณิศา ไพรสยม sec.02 รหัส115310903054-0 เลขที่67 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ ตอบวันที่11ธ.ค.53 เวลา15.24น. ที่บ้าน
เสียงของลำโพงขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด ผิดเพี้ยนน้อยที่สุด
ภายในลำโพงประกอบด้วย
กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
ขอบยึด เป็นขอบของไดอะแฟรม มีความยืดหยุ่น ติดอยู่กับเฟรม สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต
ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sasithorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 03:55:57 pm »

นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 1153109030102 เลขที่ 43 วันที่ 11/12/53 เวลา 15.48 ณหอใน
ในลำโพงจะมีคอยส์ คอยส์จะเกิดสนามเเม่เหล็กขึ้น ถ้ามีสัญณานไฟฟ้ากระเเสสลับป้อนเข้าไปในคอยส์เสียง ทิศทางของกระเเสไฟฟ้าจะกลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา เเละทำให้เเผ่นลำโพงสั่นเคลื่อนที่ขึ้นเเละลง อัดอากาศด้านหน้าเกิดคลื่นเสียงสัญณานไฟฟ้ากระเเสสลับที่ใส่ให้กับลำโพงจะแปรตามความถี่เเละเเอมพิจูดซึ่งเป็นสัญณานเดียวกับสัญณานไฟฟ้ากระเเสสลับที่ได้จากไมโครโฟน เเต่สัญณานที่ในครั้งเเรก ยังอ่อนอยู่จึงต้องผ่านเครื่องขยายเสียงก่อนจึงจะป้อนเข้าลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Penprapa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 03:57:13 pm »

 นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร  เลขที่ 34 รหัส 115210904029-3 กลุ่ม 2 วันที่ 11 ธค 53 เวลา 15.55 น ณ วิทยะบริการ
    การทำงานของลำโพงเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   หลักการนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kitima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 04:44:04 pm »

นางสาวกิติมา  รัตโนทัย เลขที่ 13 sec 02 รหัส 115110903001-5 วันที่ 11 พ.ย. 53 เวลา  16.44 น. สถานที่ zoom
วูฟเฟอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
ทวีทเตอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนส์  เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ
ลำโพงทวีทเตอร์เป็นลำโพงที่มีความถี่สูง  แผ่นลำโพงมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็ง  จึงสามารถสั่นด้วยความเร็วสูง  ส่วนลำโพงวูฟเฟอร์  แผ่นลำโพงมีขนาดใหญ่และค่อนข้างนิ่ม  จึงสั่นด้วยความเร็วต่ำ  สำหรับลำโพงทวีทเตอร์  เครื่องขยายเสียงจะส่งความถี่สูงให้   ลำโพงวูฟเฟอร์จะส่งความถี่ต่ำ  ส่วนความถี่ช่วงที่เหลือเป็นของลำโพงมิดเรนส์   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ponyotha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 04:51:31 pm »

ผมนายวีรพล  นุ่มน้อย  รหัส  115330411014-7  เลขที่  11  sce 4  วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   วันที่  11/12/53  เวลา 16.45 น.  ร้านอินเตอร์เน็ตที่พัทลุง
    เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sangtawee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 11:19:51 pm »

นายแสงทวี พรมบุตร เลขที่ 29 รหัส 115330411035-2  sec04 วิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้วันที่ 11/12/53 เมื่อเวลา 23:19 น. หอพัก FourB5
วูฟเฟอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
ทวีทเตอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนส์  เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ
ลำโพงทวีทเตอร์เป็นลำโพงที่มีความถี่สูง  แผ่นลำโพงมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็ง  จึงสามารถสั่นด้วยความเร็วสูง  ส่วนลำโพงวูฟเฟอร์  แผ่นลำโพงมีขนาดใหญ่และค่อนข้างนิ่ม  จึงสั่นด้วยความเร็วต่ำ  สำหรับลำโพงทวีทเตอร์  เครื่องขยายเสียงจะส่งความถี่สูงให้   ลำโพงวูฟเฟอร์จะส่งความถี่ต่ำ  ส่วนความถี่ช่วงที่เหลือเป็นของลำโพงมิดเรนส์   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nutthaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:13:38 am »

นางสาวณัฐพร พิศนุ เลขที่ 14 sec 02 รหัส 115110903030-4 ตอบวันที่ 12/12/2553 เวลา 02.14 น. ณ หอ ZOOM

วูฟเฟอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
ทวีทเตอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนส์  เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ
ลำโพงทวีทเตอร์เป็นลำโพงที่มีความถี่สูง  แผ่นลำโพงมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็ง  จึงสามารถสั่นด้วยความเร็วสูง  ส่วนลำโพงวูฟเฟอร์  แผ่นลำโพงมีขนาดใหญ่และค่อนข้างนิ่ม  จึงสั่นด้วยความเร็วต่ำ  สำหรับลำโพงทวีทเตอร์  เครื่องขยายเสียงจะส่งความถี่สูงให้   ลำโพงวูฟเฟอร์จะส่งความถี่ต่ำ  ส่วนความถี่ช่วงที่เหลือเป็นของลำโพงมิดเรนส์   


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kodchaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:38:21 am »

น.ส กชพร เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่23
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 12 ธันวาคม 2553 เวลา 2.38 น. สถานที่ บ้าน
สรุปได้ว่า

  การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kamphon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:11:39 pm »

นายกัมพล  มิ่งฉาย  คณะวิศวกรรมศาสตร์
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 12-12-2010 เวลา 14.11 น. ที่วิทยบริการ
ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ 
เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ 
ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ 
มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง 
คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.424 วินาที กับ 21 คำสั่ง