RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 11:04:02 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลำโพง  (อ่าน 13723 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
crowfinky
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #120 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 09:56:21 pm »

นายสุริยะ ชีวันพิสาลนุกูล
  คณะวิศวกรรมศาสตร์
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 16-12-2010 เวลา 21.56 น. ที่บ้าน
ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ 
เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ 
ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ 
มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง 
คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #121 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 10:14:45 pm »

  เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่กระผม ธวัชชัย  พลรักษ์    คณะวิศวกรรมโยธา           รหัส 115330411041-0  เลขที่ 32    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่ 16 ธ.ค. 53  เวลา  22:14  สถานที่ บ้านพฤกษา
ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ratthasart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #122 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 10:15:12 pm »

ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส  นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  
sec 4 เลขที่ 61 รหัส 115330441218-8 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16 ธันวาคม 2553 ที่ ห้องพัก  เวลา 22.15 น
มีความเห็นว่า    
       เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญานไฟฟ้ากระแสสลับซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา  
แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากแทปแม่เหล็ก  แผ่นซีดีหรือเครื่อง  MP3 จะต้องได้รับการขยายสัญญาฯให้แรงขึ้น
ก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้     ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตาม
สัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  
เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
udomporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #123 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 10:43:17 pm »

นายอุดมพร พวงสุวรรณ คณะวิศวกรรศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411025-3 sec 4 เลขที่ 19 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/12/53 เวลา 22.43 น ณ.หอลากูน

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pisan mulchaisuk
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


ดูรายละเอียด
« ตอบ #124 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 11:01:06 pm »

กระผมนาย ไพศาล มูลชัยสุข นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441215-4  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 16  ธันวาคม 2553 เวลา 20.31 น. ที่หอพักเลิศวิจิตร
มีความคิดเห็นว่า
ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ 
เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ 
ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ 
มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง 
คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Meena
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #125 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 11:09:38 pm »

นายพสิษฐ์  แดงอาสา  ภาค วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411011-3  Sec 4  ณ บ้านเลขที่ 531/135

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mypomz
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด
« ตอบ #126 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 12:16:09 am »

นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่ 17 ธ.ค. 53  เวลา  00.16 สถานที่ หอพัก

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ศราวุธ พูลทรัพย์
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #127 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 01:05:38 am »

นายศราวุธ พูลทรัพย์ 115330411042-8 sec.04 เลขที่ 35 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้ที่หอลากูล วันที่  17/12/2553 เวลา01.19         
 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
 ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Suphakorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #128 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 02:09:13 am »

กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 17 ธันวาคม 2553  เวลา 02.09 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #129 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 04:44:59 am »

นายศรายุทธ  เที่ยงแท้ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411001-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 17 ธันวาคม พศ.2553  ที่หอพัก เวลา04.44 น
เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #130 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 09:17:04 am »

นางสาว สุนิสา หมอยาดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 68 รหัส 115310903055-7 วันที่ 17/12/2553 เวลา 9.16สถานที่ บ้าน
การที่เราจะฟังเสียงที่บันทึกไว้นั้น เราต้องมีเครื่องขยายสัญญาณเพื่อที่จะได้สัญญาณที่แรงพอและก็ขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา ส่วนสำคัญลำโพงคือเปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมให้มากที่สุด โดยมีการผิดเพี้ยนที่น้อยที่สุด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #131 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 12:27:49 am »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 28/12/53  เวลา 00:27 น. สถานที่ หอพัก นวนคร
   
 สรุปว่า   ลำโพงที่เห็นขายกันอยู่ทั่วๆไป  ภายในประกอบด้วย
# กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก  หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
# ขอบยึด (suspension  หรือ  surround )  เป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่น  ติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
# เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต (basket)
# ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
# คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ (Spider)  มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน    สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  และทำหน้าที่ เหมือนกับสปริง  โดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
ลำโพงจะต้องมีหลายขนาด   เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3   ประเภท  ดังนี้
1.  วูฟเฟอร์    เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด   ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
2.  ทวีทเตอร์    เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด    ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
3.  มิดเรนส์      เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ  คือไม่สูงหรือไม่ต่ำ
           ลำโพงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญยิ่งสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ  คุณจะดูโทรทัศน์  เล่นคอมพิวเตอร์  ล้วนต้องมีลำโพงเป็นส่วนประกอบแทบทั้งสิ้น แต่จะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจหลักการทำงานของมันอย่างท่องแท้  หูฟังที่พวกเราใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นซาวเบาส์ หรือมือถือ  ล้วนใช้หลักการเดียวกันกับลำโพงทั้งสิ้น  ดังนั้นเราสามารถกล่าวได้ว่า ลำโพงเป็นสิ่งที่คู่กับอารยธรรมสมัยใหม่คงไม่ผิดอะไรนัก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pathomphong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #132 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 01:47:51 pm »

นายปฐมพงศ์ พูนปก วิศวกรรมโยธา sec.04 รหัส 115330411043-6
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุญยธรรมา วันที่ 28/12/53 เวลา 13.45 น.  ที่หอพักลากูน
สรุปได้ว่า
       เสียงเป็นคลื่นตามยาวเสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น โดยไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ทแผ่นCDหรือเครื่องเล่น MP3 ซึ่งกำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน และเมื่อต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมาส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเหล่านี้ก็คือลำโพงซึ่งหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือเปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียงลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiyun
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #133 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 05:07:08 pm »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441215-3
ตอบกระทู้วันที่ 29/12/53  เวลา 17:06น. สถานที่ หจก เพชรเจริญทรัพย์
 เสียงของลำโพงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น   เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD    หรือเครื่องเล่น MP3 ซึ่งกำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน  เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา         
  ส่วนประกอบของลำโพง
 กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก  หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
 ขอบยึด (suspension  หรือ  surround )  เป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่น  ติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
 เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต (basket)
 ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
 คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ (Spider)  มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน    สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  และทำหน้าที่ เหมือนกับสปริง  โดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thanathammarat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #134 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 12:49:08 pm »

นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 30-12-2553 เวลา 12:49 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ลำโพงทำหน้าที่ คือ เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ซึ่งเสียงจะเป็นคลื่นตามยาว   เสียงจะแหลมและทุ้มก็ขึ้นอยู่กับความถี่ที่ถูกส่ง   
ลำโพงที่ใช้ในเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ คือ
- ลำโพงแบบไดนามิก เป็นลำโพงที่ใช้หลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
- ลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติก ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุ ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
hatorikung_nutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #135 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 09:49:03 pm »

 นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  30/12/53 เวลา21.49 ณ หอพักวงษ์จินดา
 
ลำโพงที่เห็นขายกันอยู่ทั่วๆไป  ภายในประกอบด้วย

 -กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก  หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
 -ขอบยึด (suspension  หรือ  surround )  เป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่น  ติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
 -เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต (basket)
 -ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
 -คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ (Spider)  มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน    สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  และทำหน้าที่ เหมือนกับสปริง  โดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amnuay cve2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด
« ตอบ #136 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 09:40:02 am »

       กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 5/1/2554 ที่บ้าน เวลา 09.40 น. 
    ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
    ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodiss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #137 เมื่อ: มกราคม 06, 2011, 12:53:16 am »

นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 06/01/54 เวลา 0.53 น. ที่ หอบ้านดวงพร  มีความคิดเห็นว่า

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tongchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #138 เมื่อ: มกราคม 06, 2011, 12:31:16 pm »

ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  6 มกราคม 2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 12.30 น

สียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   
ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน
เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somkid-3212
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 79


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #139 เมื่อ: มกราคม 06, 2011, 08:07:41 pm »

สวัสดีปีใหม่ครับ....ผมชื่อนาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
ลำโพงเสียงจะดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับแอมพลิจูดของสัญญาณไฟฟ้า   ขนาดของลำโพงมีความสำคัญมาก  ไม่ใช่ว่าลำโพงตัวเดียวสามารถจะให้ความถี่ได้ออกมาทุกๆความถี่  ถ้าต้องการให้เหมือนกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด  ลำโพงจะต้องมีหลายขนาด   เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3   ประเภท  ดังนี้
          1. วูฟเฟอร์    เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด   ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
          2. ทวีทเตอร์    เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด    ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
          3. มิดเรนส์      เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ  คือไม่สูงหรือไม่ต่ำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sompol w. 53444 INE
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #140 เมื่อ: มกราคม 06, 2011, 09:20:20 pm »

 Smileyกระผม นายสมพล วงศ์ไชย คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441208-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 6 เดือน มกราคม พศ.2554 ที่ จันทร์เพ็ญอพาร์ทเมนท์ เวลา 21:20
 ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3ประเภท  ดังนี้
วูฟเฟอร์  (Woofers)
ทวีทเตอร์ (Tweeters)
มิดเรนส์ (Midrange)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitti_CVE2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด
« ตอบ #141 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 11:53:51 am »

นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา
 sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
 เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 07/01/54 เวลา 11.50 น. ณ.ที่ทำงาน

สรุปงานที่เรียนคร่าวๆได้ว่า

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chatchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #142 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 02:49:10 pm »

นาย ฉัตรชัย  กล่อมเกลี้ยง    คณะ วิศวกรรมศาสตร์  สาขา วิศวกรรมอุตสาหการ – การจัดการ  เลขที่ 28  รหัส   115340441232-8 sec17  วันที่ 7  เดือน มกราคม พ.ศ. 2554  ทำที่  หอ โฟร์บี2   เวลา14.48 

  ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความ ถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสี กัน
    ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
THANAKIT
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #143 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 05:51:00 pm »

 นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8 มกราคม 2554 ที่ บ้าน    เวลา 17.55      เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญานไฟฟ้ากระแสสลับซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศ ทางอยู่ตลอดเวลา  แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากแทปแม่เหล็ก  แผ่นซีดีหรือเครื่อง  MP3 จะต้องได้รับการขยายสัญญาฯให้แรงขึ้นก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้     ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใุ6บลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
jackmaco
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #144 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 11:40:29 pm »

นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 08/01/54  เวลา 23:40 น. สถานที่ หอพัก เอื้อมเดือน

สรุป :  เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sutin
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #145 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 10:38:44 am »

 นาย สุทิน ศรีวิลัย  SEC 17 เลขที่ 25 รหัส 115340441222-9  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10/1/2554 ที่ บ.เจเอสออโตเวิร์ค เวลา 10.38 น. 
    ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
narongdach
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #146 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:38:28 pm »

นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 10/01/54  เวลา 17:37 น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ใน เนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา หน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง  ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด  โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ลำโพงที่ขายกันอยู่ทั่วๆไป  มีเฟรมที่ทำด้วยโลหะ  ที่ยอดกรวยติดแม่เหล็กถาวร  และมีแผ่นไดอะแฟรมทำด้วยกระดาษ การทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   ด้วยหลักการพื้นฐานนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้ กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น  ถ้าเป็นเครื่องเสียงระบบโมโน ลำโพงจะมีอันเดียว แต่สำหรับเครื่องเสียงที่เป็นระบบเสตอริโอ ลำโพงจะมี 2  ข้าง คือข้างซ้าย และข้างขวา
เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
        ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
heetoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #147 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:50:01 pm »

นายราชันย์ บุตรชน  sec04 รหัส 115330411047-7 วิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้วันที่ 11/01/54 เมื่อเวลา 14:51 น. หอพัก FourB4

สรุปได้ว่า เสียงเป็นคลื่นตามยาว เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่ส่วนเสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น ลำโพงภานในประกอบด้วย 1. กรวยหรือไดอะเฟรม 2. ขอบยึด
3. เฟรมหรือเรียกว่าบาสเก็ต 4. ยอดของกรวยยึดติดกับคอยส์เสียง 5. คอยส์เสียง การทำงานของคอยศืเสียงใช้หลักการของแม่เหล็กทางไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์ภายในคอยสืจะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งแม่เหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้ ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกันโดยนำขั้วเดียวกันจะผลักกันแต่ถ้าต่างขั้วมันจะดูดกัน ด้วยหลักการพื้นฐานนี้จึงติดแม่เหล็กถาวรรอบคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้
ลำโพงแบ่งโดยใช้ความถี่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. วูฟเฟอร์
2. ทวีทเตอร์
3. มิดเรนส์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Utchima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #148 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 01:23:23 pm »

นางสาวอัจจิมา  แขกสะอาด รหัส 115110905096-3 sec2 เลขที่23   เข้ามาตอบกระทู้  ที่บ้าน  วันที่ 12 มกราคม  2554 เวลา  13.24น.

      ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
        ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #149 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 03:40:39 pm »

นาย อุดม  แก้วชู  sec 4  รหัส  115330411034-5 โยธาต่อเนื่อง  เลขที่ 28  วันที่ 13/1/54 เวลา 15.40 น.   ที่ตึกวิทยบริการ
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน

ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.47 วินาที กับ 21 คำสั่ง