RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 10:21:48 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลำโพง  (อ่าน 13721 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thabthong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:14:48 pm »

ผมนายรัตชานนท์ ทับทอง  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ sec.4 รหัส 115330441203-0 เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  12 ธันวาคม   พ.ศ.  2553   ที่ วิทยะ  เวลา. 14.20 น
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namtan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:21:41 pm »

ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 21
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 14.21น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมาภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทปยังซึ่งในขณะที่อ่าน เป็นสัญญาณที่อ่อนมาก จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้ว จึงขับออกทางลำโพงกลายเป็นเสียงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nontapun
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 03:31:05 pm »

ผมนายนนทพันธ์ เสนาฤทธิ์  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ sec.4  เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  12 ธันวาคม   พ.ศ.  2553   ที่ บ้าน เวลา. 15.37 น
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wirinya
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 03:35:39 pm »

นาวสาววิรินญา   เกิดฉ่ำ
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903034-2
กลุ่ม 02 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/12/2553 เวลา 15.44 น. ที่ร้านเน๊ต

  -  คลื่นเสียงของลำโพงนั้นเป็นเสียงเป็นคลื่นตามยาว โดยเสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่ การที่เกิดเสียงขึ้นนั้นเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วยไปกระแทกกับอากาศเกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3   ประเภท  ดังนี้   
1วูฟเฟอร์  (Woofers)2ทวีทเตอร์ (Tweeters)3มิดเรนส์ (Midrange)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sirilak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 06:47:21 pm »

นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่24 sec02 รหัส115210417064-0
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่12 ธันวาคม 2553 เวลา18.30น.

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
00sunisa00
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 07:48:36 pm »

น.ส.สุนิศา  ชมมิ  สาขาสถิติ  sec.2  เลขที่40  115310903001-1  วันที่ 12/12/53  เวลา 19.48  ที่ร้านอินเตอร์เน็ต
เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD    หรือเครื่องเล่น MP3   เมื่อต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Piyarat Mounpao
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 09:26:04 pm »

นางสาวปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 36 รหัส 115210904050-9 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาชีววิทยา กลุ่ม 02 วันที่ 12/12/53  สถานที่ บ้าน เวลา 21.26  น.
  ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Eakachai_ie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 09:56:50 pm »

นายเอกชัย  สงวนศักดิ์ รหัส115040441086-4 sec.2 เลขที่74 วิศวกรรมอุตสาหาการ  วันที่ 12/12/53 เวลา 21.57pm. ที่หอมาลีแมนชั่น
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก

ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน

ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 10:07:12 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ sec4 เลขที่49
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อ วันที่ 12 ธันวาคม 2553 เวลา 22.07 น. ที่ บ้าน

เครื่องขยายเสียงทุกประเภทจะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลาแต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพงสัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี หรือ เครื่อง MP3 จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aomme
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 02:55:12 pm »

 นางสาว  ศรัญญา  เพชรแก้ว  เลขที่ 45 sec02  รหัส1153109030227  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 13/12/53  เวลา14.54  สถานที่ หอดวงพร

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น   เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ลำโพงที่เห็นขายกันอยู่ทั่วๆไป  ภายในประกอบด้วย

 กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก  หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
 
 ขอบยึด (suspension  หรือ  surround )  เป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่น  ติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
 
 เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต (basket)
 
 ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
 
 คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ (Spider)  มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน    สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  และทำหน้าที่ เหมือนกับสปริง  โดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namwhan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 03:05:58 pm »

นางสาว พรรณฐิณี  โสภาวนัส  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  50รหัส  1153109030334  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  13  ธ.ค.  2553  สถานที่ shooter cafe   เวลา  15.40   น.
ลำโพงประเภทต่างๆ
วูฟเฟอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดใหญ่สุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่ำ
ทวีทเตอร์  เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กสุด  ออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนส์  เป็นลำโพงขนาดกลาง  ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่กลางๆ
ลำโพงทวีทเตอร์เป็นลำโพงที่มีความถี่สูง  แผ่นลำโพงมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็ง  จึงสามารถสั่นด้วยความเร็วสูง  ส่วนลำโพงวูฟเฟอร์  แผ่นลำโพงมีขนาดใหญ่และค่อนข้างนิ่ม  จึงสั่นด้วยความเร็วต่ำ  สำหรับลำโพงทวีทเตอร์  เครื่องขยายเสียงจะส่งความถี่สูงให้   ลำโพงวูฟเฟอร์จะส่งความถี่ต่ำ  ส่วนความถี่ช่วงที่เหลือเป็นของลำโพงมิดเรนส์   
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
opisit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 03:20:08 pm »

กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่บ้าน เวลา 3:17น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ
   ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป
มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ
 หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท
 ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า 
2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้
เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า
เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutamat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #42 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 03:40:12 pm »

ดิฉัน น.ส. จุฑามาศ เชื้ออภัย  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  sec.02  เลขที่ 38  รหัสนักศึกษา 115210904056-6    ผู้สอน อาจารย์จรัส  บุญยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 ธ.ค.  2553  ณ หอพักสวัสดิการนักศึกษา มทร.ธัญบุรี    เวลา 15.40 น. 

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือ ลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่  การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
 ลำโพงแบ่งโดยใช้ความถี่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. วูฟเฟอร์
2. ทวีทเตอร์
3. มิดเรนส์

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #43 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 04:55:52 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาควิชาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903031-8 เลขที่ 48 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 13/12/53 เวลา 16.53 น.
การทำงานของลำโพงเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้าโดยได้จากกฎของแอมแปร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น   
ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน หลักการนี้จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้ เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
werayut rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 06:19:18 pm »

 Grin Grin Grinนายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส 115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม  2553  เวลา 18.18 น. ณ ห้องสมุด มธร.ธ

ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเพลงก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kotchapan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 06:36:27 pm »

นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 13/12/2553 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 18.36 น.

ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3 เมื่อต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา ส่วนสำคัญที่สุดของเครื่องเล่นเหล่านี้ก็คือลำโพง  โดยหน้าที่สำคัญสุดของลำโพงคือ  เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง
ลำโพงภายในประกอบด้วย

กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก  หรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้
ขอบยึด (suspension  หรือ  surround )  เป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่น  ติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง
เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต (basket)
ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง( Voice coil )
คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ (Spider)  มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน    สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  และทำหน้าที่ เหมือนกับสปริง  โดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alongkorn hunbuathong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #46 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 07:10:59 pm »

นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411026-1 กลุ่ม 53341cve  sec04 เลขที่20  วันที่13 /12/53 เวลา 19.11 น ณ บ้านบางชันวิลล่า
คลื่นเสียงของลำโพงนั้นเป็นเสียงเป็นคลื่นตามยาว โดยเสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่ การที่เกิดเสียงขึ้นนั้นเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าหรือสัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วยไปกระแทกกับอากาศเกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น เราจะแบ่งลำโพงโดยใช้ความถี่ออกเป็น 3   ประเภท  ดังนี้   
1วูฟเฟอร์  (Woofers)2ทวีทเตอร์ (Tweeters)3มิดเรนส์ (Midrange)
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
shanon_ie
เรียนรู้ เพื่อชัยชนะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #47 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 08:14:56 pm »

ชานนท์ วรรณพงษ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหาก  sec.2 เลขที่ 4 รหัสประจำตัว 115040441083-1 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 13 ธันวาคม พศ.2553  ที่หอพักลากูล เวลา 20.14 น.ครับผม

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก

ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน

ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Kitiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 09:32:14 pm »

นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4

เสียงเป็นคลื่นตามยาว   เสียงแหลมและทุ้มขึ้นกับความถี่  ส่วนสียงดังหรือค่อยขึ้นอยู่กับขนาดแอมพลิจูดของคลื่นนั้น  ไมโครโฟนมีหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า และนำสัญญาณที่ได้ไปบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ท  แผ่น CD หรือเครื่องเล่น MP3เมื่อเราต้องการจะนำเสียงที่บันทึกกลับออกมา   ภายในเครื่องเล่นเหล่านี้จะมีหัวอ่านคอยอ่านสัญญาณทางไฟฟ้าที่บันทึกอยู่ในเนื้อเทป  ซึ่งในขณะที่อ่านยังเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก  จึงต้องนำเข้าเครื่องขยายสัญญาณก่อน เมื่อได้สัญญาณที่แรงพอแล้วจึงขับออกทางลำโพง กลายเป็นเสียงออกมา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Benjawan Onnual
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 09:49:43 pm »

นางสาวเบญจวรรณ  อ่อนนวล เลขที่ 49 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาวิชาสถิติประยุกต์ ตอบกระทู้เมื่อ 13/12/2553 เวลา 21.49 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน
สรุปได้ว่า ลำโพงทำหน้าที่สำคัญคือ เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ภายในลำโพงประกอบไปด้วย
 - กรวยหรือไดอะเฟรม ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก หรือจะทำด้วยโลหะบางๆ ก็ได้
 - ขอบยึด เป็นขอบของได้อะเฟรม มีความยืดหยุ่น ติดอยู่กับเฟรมสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ในระดับหนึ่ง
 - เฟรม หรือ บางทีเรียกว่า บาสเก็ต
 - ยอดของกรวยติดอยู่กับคอยส์เสียง
 - คอยส์เสียงจะยึดอยู่กับ สไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนวงแหวน ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือนเมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kittisap
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #50 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 09:50:46 pm »

กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  13 ธันวาคม 2553 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 21.50 น.
ความคิดเห็นว่า
         การทำงานของลำโพงเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้าโดยได้จากกฎของแอมแปร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น   
ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน หลักการนี้จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้ เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ยุพารัตน์ หยิบยก
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #51 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 09:55:35 pm »

นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     การทำงานของลำโพงเกิดจากการทำงานของคอยส์เสียงใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยได้จากกฎของแอมแปร์    เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในขดลวดหรือคอยส์  ภายในคอยส์จะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น    ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้แท่งเหล็กที่สอดอยู่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า  ปกติแม่เหล็กจะมีขั้วเหนือและขั้วใต้   ถ้านำแม่เหล็กสองแท่งมาอยู่ใกล้ๆกัน  โดยนำขั้วเดียวกันมาชิดกันมันจะผลักกัน แต่ถ้าต่างขั้วกันมันจะดูดกัน   หลักการนี้  จึงติดแม่เหล็กถาวรล้อมคอยส์เสียงและแท่งเหล็กไว้  เมื่อมีสัญญาณทางไฟฟ้าที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับป้อนสัญญาณให้กับคอยส์เสียง  ขั้วแม่เหล็กภายในคอยส์เสียงจะเปลี่ยนทิศทางตามสัญญาณสลับที่เข้ามา  ทำให้คอยส์เสียงขยับขึ้นและลง ซึ่งจะทำให้ใบลำโพงขยับเคลื่อนที่ขึ้นและลงด้วย  ไปกระแทกกับอากาศ เกิดเป็นคลื่นเสียงขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
LeeOa IE'53 SEC.17
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #52 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 10:00:12 pm »

กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน ธันวามคม พศ.2553 เวลา 10:00 PM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
-ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
-ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง ประกอบด้วยแผ่นตัวนำไฟฟ้า  2 แผ่นคล้ายกับแผ่นอิเล็กโทรดในแบตเตอรี่ ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดนี้จะต้องมีแรงคลื่นไฟฟ้า มาจ่ายให้ เพื่อให้เกิดสนามไฟฟ้าในช่องว่างระหว่างแผ่นโดยในช่องว่างนี้จะมีเยื่อบางๆ ประกบอยู่ จะคอยรับแรงที่เกิดการสั้นตามสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงขึ้นมาได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
natthapon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #53 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 12:38:33 am »

กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 14 ธันวาคม 2553 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 24.42 น.
 

ลำโพงที่ใช้ในวงการเครื่องเสียงจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือลำโพงแบบไดนามิก และแบบอิเล็กโตรสแตติก
ลำโพงแบบไดนามิกเป็นลำโพงที่เราพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กจากขดลวดซึ่งเคลื่อนที่ได้ ไปผลักดันกับแม่เหล็กถาวรที่อยู่กับที่
การสั่นสะเทือนนี้จะส่งผลให้เกิดความถี่เสียงได้ ขดลวดเคลื่อนที่จะยึดติดกับกรวยซึ่งมักจะทำมาจากกระดาษ หรือพลาสติก และมีวัสดุยืดหยุ่น เพื่อช่วยพยุงให้ขดลวดลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวรได้โดยไม่เบียดหรือเสียดสีกัน
ส่วนลำโพงแบบอิเล็กโตรสแตติกนั้นเราไม่ค่อยได้คุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะนำไปใช้ในงานบางประเภท ลำโพงประเภทนี้จะอาศัยหลักการของประจุคล้ายกับตัวเก็บประจุนั่นเอง
 
 
 
 

 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Khuarwansiriruk
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


ดูรายละเอียด
« ตอบ #54 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 01:23:34 am »

น.ส.เครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 56 sec 02 iD;:115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ เวลา 01.22 am. 14-12-53 กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
 Tongue
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chanon_non26
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #55 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 02:55:32 am »

นายชานนท์ พงษ์ไพโรจน์ เลขที่ 46 sec 02 id:;115310903029-2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถิติประยุกต์ เวลา 2.55 วันที่ 14-12-53 (บ้าน) สรุป ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  ซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา   แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากเทปแม่เหล็ก แผ่นซีดี  หรือ เครื่อง MP3  จะต้องได้รับการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อน  จึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #56 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 06:25:49 am »

กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  14  เดือน ธันวาคม   พ.ศ.  2553   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา. 6.26 น
มีความเห็น   ลำโพง
      ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง  ถ้ามีสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับป้อนเข้าไปในคอยส์เสียง   ทิศทางของกระแสไฟฟ้าจะกลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา (สังเกตที่เครื่องหมาย +  และ -  จะเห็นว่ากลับทิศทางตลอดเวลาด้วย)   และทำให้แผ่นลำโพงสั่นเคลื่อนที่ขึ้นและลง   อัดอากาศด้านหน้าเกิดคลื่นเสียงขึ้น    สัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับที่ใส่ให้กับลำโพง  ขนาดของลำโพงมีความสำคัญมาก ในการให้ความถี่แต่ละขนาดให้เหมือนกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
waranya
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 93


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #57 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 09:36:16 am »

นางสาววรัญญา สิงห์ป้อม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 63 รหัส 115310903049-0 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 14/12/2553 เวลา 09.28 น.  สถานที่หอศุภมาศ
  สรุปได้ว่า ลำโพงที่ขายโดยทั่วไปประกอบด้วย กรวยหรือไดอะแฟรม  ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติกหรือจะทำด้วยแผ่นโลหะบางๆ ก็ได้ขอบยึดเป็นขอบของไดอะแฟรม  มีความยืดหยุ่นติดอยู่กับเฟรม  สามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ในระดับหนึ่ง  เฟรมหรือบางทีเรียกว่า บาสเก็ต ยอดของกรวยติดอยู่กับ  คอยส์เสียงจะยึดติดอยู่กับสไปเดอร์ มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเหมือนแหวน  สไปเดอร์จะยึดคอยส์เสียงให้อยู่ในตำแหน่งเดิม  ทำหน้าที่เหมือนกับสปริงโดยจะสั่นสะเทือน  เมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าเข้ามา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bankclash032
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด
« ตอบ #58 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 11:05:33 am »

นาย สุริยพงศ์  ทองคำ  นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ (สมทบ)sec 17  รหัสประจำตัว  115340441221-1  เลขที่  24
เรียนกับอาจารย์     จรัส บุณยธรรมา               
เข้ามาตอบกระทู้วันที่14    เดือน    12                พศ     2553                   ที่ หอประสงค์ก้าวหน้า     เวลา 11.05
ความรุ้จากเนื้อหาที่ได้  คือ   เครื่องขยายเสียงทุกประเภท  จะต่อเข้ากับสัญญานไฟฟ้ากระแสสลับซึ่งกระแสไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่สลับทิศ ทางอยู่ตลอดเวลา  แต่ก่อนที่จะป้อนเข้าลำโพง  สัญญาณที่อ่านได้จากแทปแม่เหล็ก  แผ่นซีดีหรืออื่นๆ จะต้องได้รับการขยายสัญญาฯให้แรงขึ้นก่อนจึงจะสามารถขับออกทางลำโพงได้     ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง Lips Sealed
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
soawanee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #59 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 01:20:01 pm »

 Angry นางสาวเสาวณีย์  อนันต์  เลขที่ 66 รหัส 1153109030532  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์  sec  02  ตอบกระทู้วันที่ 14/12/2553  เวลา  13.18ณ.ที่บ้าน
   ลำโพงทำหน้าที่สำคัญคือ เปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้มาจากเครื่องขยายเป็นสัญญาณเสียง ลำโพงที่ดีจะต้องสร้างเสียงให้เหมือนกับต้นฉบับเดิมมากที่สุด โดยมีการผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ภายในลำโพงประกอบไปด้วย
    ใบลำโพงทำด้วยกรวยกระดาษ  ติดอยู่กับคอยส์เสียง  เมื่อคอยส์เสียงสั่นขึ้นและลงตามสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับ  มันจะทำให้ใบลำโพงสั่นขึ้นลงด้วย  ใบลำโพงจะติดอยู่บนสไปเดอร์  ที่ทำหน้าที่เหมือนสปริง  คอยดึงใบลำโพงที่สั่นสะเทือนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเสมอ  เมื่อไม่มีสัญญาณไฟฟ้าป้อนเข้าลำโพง  ถ้ามีสัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับป้อนเข้าไปในคอยส์เสียง   ทิศทางของกระแสไฟฟ้าจะกลับทิศทางอยู่ตลอดเวลา (สังเกตที่เครื่องหมาย +  และ -  จะเห็นว่ากลับทิศทางตลอดเวลาด้วย)   และทำให้แผ่นลำโพงสั่นเคลื่อนที่ขึ้นและลง   อัดอากาศด้านหน้าเกิดคลื่นเสียงขึ้น    สัญญาณไฟฟ้ากระแสสลับที่ใส่ให้กับลำโพง  ขนาดของลำโพงมีความสำคัญมาก ในการให้ความถี่แต่ละขนาดให้เหมือนกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.457 วินาที กับ 21 คำสั่ง