RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 23, 2020, 07:42:31 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง  (อ่าน 22299 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
namwhan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 03:05:53 pm »

นางสาว พรรณฐิณี  โสภาวนัส  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติ  sec. 02  เลขที่  50  รหัส  11531090334  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11 ม.ค.  2554   สถานที่  หอพักใน เวลา 15.10  น.

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sasithorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 03:15:54 pm »

นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 115319030102 เลขที่ 49 วันที่ 11/1/54 เวลา 15.07 ณหอใน 
เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุด ตามสัญญาณด้านอินพุด โดยเเบ่งออกเป็นสองวงจร วงจรที่ 1 คือวงจรเอาท์พุดได้รับพลังงานจากเเบตเตอรรี่ หรือจากเเหล่งจ่ายไฟฟ้ากระเเสตรง ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้านไฟที่ได้เป็นไฟกระเเสสลับ จะต้องเป็นลงไฟเป็นไฟตรงก่อนถึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้  วงจรที่ 2 คือวงจรอินพุด ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากทปหรือเครื่องเล่นซีดี แผ่นเสียง เเละไมโคโฟน สัญญาณที่เข้ามาจะเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้ ถ้าเรานำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้นสามารถขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungniran
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 03:16:49 pm »


นายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ รหัส115330411005-5 เลขที่ 5 sec.04 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 15.16 น. ณ ตึกวิทยะบริการ


หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโปปิ้ง (doping)

การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   Cool

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungsan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 04:04:32 pm »

นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 11/1/54 เวลา 16.05 น. สถานที่หอพักโอนิน
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 04:22:37 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11/01/2554 เวลา 16.19 สถานที่ Shooter Internet
หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้ วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nuubuoe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:01:26 pm »

นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส115310903040-9 sec.02 เลขที่ 63 ตอบกระทู้เมื่อ11/01/54 เวลา17.01 น.ที่บ้าน
     เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุด ตามสัญญาณด้านอินพุด โดยเเบ่งออกเป็นสองวงจร วงจรที่ 1 คือวงจรเอาท์พุดได้รับพลังงานจากเเบตเตอรรี่ หรือจากเเหล่งจ่ายไฟฟ้ากระเเสตรง ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้านไฟที่ได้เป็นไฟกระเเสสลับ จะต้องเป็นลงไฟเป็นไฟตรงก่อนถึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้  วงจรที่ 2 คือวงจรอินพุด ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากทปหรือเครื่องเล่นซีดี แผ่นเสียง เเละไมโคโฟน สัญญาณที่เข้ามาจะเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้ ถ้าเรานำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้นสามารถขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nhamtoey
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:04:42 pm »

นางสาวเรวดี  จันท้าว   ภาควิชาวิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411006-3   sec 04 เลขที่6 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 11/01/2554  เวลา 17.04น.  ที่ห้องสมุดมทร.ธัญบุรี
                หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอน   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโดปปิ้ง
เราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ronachai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:14:00 pm »

นาย  รณชัย  รุกขวัฒน์   วิศวกรรมโยธา   รหัส  115330411002-2 sce  4
กะทู้เมื่อ  11 ม.ค. 54   เวลา  17.14 น.  ณ  ห้องสมุด มหาวิทยาลัยราชมงคล
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siripornmuay
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:20:38 pm »

นางสาวศิริพร สนเผือก  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 70 รหัส 115310903051-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11/01/2554 เวลา 5.18 สถานที่ Shooter Internet อ่านแล้วสรุปได้ว่า

หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโfปปิ้ง (doping)

การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dararat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:35:39 pm »

นางสาวดารารัตน์ นิรันต์เรือง รหัส 115210904035-0 sec 02 เลขที่ 41 คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนจรัส บุญธรรมา เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 17:33 ณ ห้องพักส่วนตัว ซ.zoom
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ ได้ง่ายขึ้น    
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:29:31 pm »

นางสาว สุนิสา หมอยาดี  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติประยุกต์  sec. 02  เลขที่  74 รหัส  1153109055-7 วันที่  11 ม.ค. 2554 สถานที่ บ้าน เวลา 18.29  น.

   หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
  1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
  2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
  3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
  4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
iinuyashaa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:54:58 pm »

นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11/1/2554  ที่บ้าน  เวลา 18:54 น.

สรุปว่า

        หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
soawanee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 07:11:49 pm »

นางสาวสาวณีย์อนันต์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์ sec.02  เลขที่72 รหัส1153109030532 ตอบกระทู้วันที่ 11ม.ค.2554  เวลา19.10 น.สถานที่ บ้าน
    หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mukkie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 08:59:01 pm »

นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่11ม.ค.54 เวลา20.53น. ที่บ้านตัวเอง
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง 4 ขั้นตอน
1.วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2.เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3.เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4.เมื่อกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง อิเล็กตรอนกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alicenine
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 09:06:16 pm »

นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 30

ตอบกระทู้ เมื่อ 11/01/54  เวลา 21.06 น.  ที่ หอพัก

มีความเห็นว่า...

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pool
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 09:13:34 pm »

นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 32
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 21.13 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
THANAKIT
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #46 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 10:04:57 pm »

นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่  11 มกราคม 2554 เวลา  22.04 น.   สถานที่ บ้าน
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่อง ขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ นั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #47 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 10:16:34 pm »

กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  22.18 น
มีความเห็น   หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง


            เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
narongdach
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #48 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 01:36:39 am »

นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 12/01/54  เวลา 01:30 น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่อง ขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ นั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่อง ขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทน ทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitti_CVE2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด
« ตอบ #49 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:02:16 am »

กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา
sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 12/01/54เวลา 11.01น. ณ.ที่ทำงาน

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Penprapa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #50 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 01:42:27 pm »

นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร  เลขที่ 40  รหัส 115210904029-3  กลุ่ม 2  ตอบกระทู้วันที่ 12 มค 54  เวลา  13.42 น.  ณ วิทยะบริการ
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarisa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #51 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 06:55:04 pm »

นางสาวสาริศา พรายระหาญ เลขที่ 13 รหัส 115110901018-1 กลุ่ม02 คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สาขาวิชาคณิตศาสตร์
สถานที่ ร้านเน็ต  เวลา 19.08 น. วันที่ 12/01/54


     เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
00sunisa00
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #52 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:03:32 pm »

น.ส.สุนิศา   ชมมิ   sec.2   เลขที่46  115310903001-1  สาขาสถิติ   วันที่ 12 มกราคม 2554   เวลา 19.03 น.  ที่ร้านอินเตอร์เน็ต
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saowapha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #53 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:05:22 pm »

นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทญาสาตร์ สาขาคณิตศาสตร์  เลขที่ 14 รหัส 115110901082-7  sec.02
วันที่ 12/1/54 เวลา 19.10 น. ณ. shooter

สรุปได้ว่า
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pichat Soysamrong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #54 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:31:51 pm »

กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 19.31 น.
สรุปได้ว่า
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
 




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pathomphong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #55 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:40:09 pm »

นายปฐมพงศ์ พูนปก วิศวกรรมโยธา sec 04 เลขที่ 36 รหัสประจำตัว 115330411043-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา วันที่ 12/01/54 เวลา 19.38 น. หอพักลากูล

สรุปได้ว่า
ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ
เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Utchima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #56 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 07:46:07 pm »

นางสาวอัจจิมา  แขกสะอาด รหัส 115110905096-3 sec2 เลขที่23   เข้ามาตอบกระทู้  ที่บ้าน  วันที่ 12 มกราคม  2554 เวลา  19.45น.
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thatree Srisawat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #57 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 08:37:35 pm »

นายธาตรี ศรีสวัสดิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขา สถิติประยุกต์ sec 02 รหัส 115310903061-5 เลขที่ 77 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 มกราคม 2554เวลา20.36น. ที่บ้าน สรุปว่าลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ
เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kotchapan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #58 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:00:59 pm »

นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 12/01/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 21.01 น.
หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว 
เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้ 
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง จะได้เห็นการทำงานของเครื่องขยายเป็น 4 ขั้นตอน
เราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aimz
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #59 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:04:42 pm »

นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล 115110903068-4 sec02

ตอบกระทู้วันที่ 12 01 54 21:05

สรุป

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 2.626 วินาที กับ 21 คำสั่ง