RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 20, 2020, 05:12:46 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง  (อ่าน 22267 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #60 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:12:37 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  12 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 21.13 น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pongpat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #61 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:14:54 pm »

กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 21.14 น
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว  
      เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
        
 

 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Bifern
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #62 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:14:59 pm »

นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 48 รหัสนักศึกษา 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/01/2554 เวลา 21.10  สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปได้ว่า
     หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
     เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
- ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ ไม่ผิดเพี้ยน
- ไม่มีสัญญาณรบกวน ทนทาน
 -ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
- ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aomme
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #63 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:23:18 pm »

น.ส  ศรัญญา  เพชรแก้ว  เลขที่ 45 sec 02 รหัส 115310903022-7  สาขา สถิติ  วัน 12/01/54  เวลา 21.15 สถานที่ บ้านตัวเอง

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
         - ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
         -ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
         -ทนทาน
         -ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
         -ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
toonpccphet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #64 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 09:48:40 pm »

นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/01/2554 เวลา 21:48  ณ บ้าน
สรุปได้ว่า
หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโfปปิ้ง (doping)
การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
waranya
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 93


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #65 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 10:25:05 pm »

น.ส วรัญญา  สิงห์ป้อม  เลขที่ 69  sec 02 รหัส 115310903049-0 สาขา สถิติ วัน 12/01/54  เวลา 22.24   สถานที่ ศุภมาศ

สรุปได้ว่าหัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโfปปิ้ง (doping)
การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
boatvivi
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 95


ดูรายละเอียด
« ตอบ #66 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 10:43:18 pm »

นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ sec 02 เลขที่ 1 115010451027-8 เวลา 22.43น. วันที่ 12 ม.ค. 2554

ได้เข้ามาทำการทดลองแล้วค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
natthapon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #67 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:03:57 pm »

กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 มกราคม 2554 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 23.08 น.
 
สารกึ่งตัวนำ มีความหมายว่าจะเป็นตัวนำก็ไม่ใช่  หรือจะเป็นฉนวนก็ไม่เชิง  คุณสมบัติของสารกึ่งตัวนำอยู่ระหว่างการนำไฟฟ้า
และเป็นฉนวนวัสดุกึ่งตัวนำเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าเกือบทุกชนิด เช่น เครื่องขยายเสียง วิทยุ หรือเทปคาสเซ็ท 
ล้วนใช้อุปกรณ์ที่ทำจากทรานซิสเตอร์หรือไดโอด โดยไดโอดทำหน้าแปลงไฟฟ้ากระแสสลับซึงเป็นไฟบ้านให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า
สารกึ่งตัวนำ N และ P กระบวนการที่ใส่สารเจือปนลงในวัสดุสารกึ่งตัวนำเราเรียกว่าการโดปปิ้งสารกึ่งตัวนำที่โดปด้วยสารเจือปน
 และมีอิเล็กตรอนอิสระเหลือในชั้นนอกสุด  เราเรียกว่า สารกึ่งตัวนำชนิด N สารกึ่งตัวนำที่เติมสารเจือปนและทำให้เกิดโฮลขึ้น  มีประจุไฟฟ้าบวก 
เพราะว่าขาดอิเล็กตรอนไป  พร้อมที่จะไปดึงอิเล็กตรอนจากที่อื่นมาเติม  เราเรียกว่า  สารกึ่งตัวนำชนิด P
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
shanonfe11
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #68 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:14:16 pm »

นายชานนท์ ชุมพร  เลขที่ 16  รหัส 115210417028-5 sec 02 ตอบที่ หอฟ้าใส วันที่ 12 ม.ค. 54 เวลา 23.14 น.
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pitak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #69 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:17:54 pm »

นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 12/01/2554 เวลา 23.17 น. สรุปได้
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #70 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:31:10 pm »

กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/01/2554 เวลา 23.30 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ดังนี้
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
       1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
       2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Tarintip
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #71 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 11:41:14 pm »

นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ src02 เลขที่ 66 ตอบกระทู้วันที่ 12/01/12 เวลา 23.30 สถานที่ หอใน
หลักการทำงานของเครื่องขยายมี 4 ขั้นตอน
1.วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิเตอร์และคอลเลกเตอร์ ส่วนวงจรด้านอินพุท ต่อเข้ากับอีมิเตอร์กับเบส
2.เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุทหรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปหลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3.เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4.เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
KanitaSS
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #72 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 12:00:55 am »

นางสาวคณิตา สุดจิตร์ นศ.คณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติประยุกต์ Sec2 รหัส115310903030-0เลขที่45ตอบกระทู้วันที่12/01/53 เวลา22.49 น.สถานที่บาน็อฟฟี่ เพลส สรุปได้ว่าหน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว  เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watcharich
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #73 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 12:10:02 am »

นายวัชริศ สุจินตกาวงศ์ เลขที่ 4 รหัส 115040411037-3 วันที่ 12 ม.ค. 54 เวลา 24.08 น. สถานที่ บ้าน 

สรุปว่า

    เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ยุพารัตน์ หยิบยก
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #74 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 01:19:42 am »

นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namtan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #75 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 01:25:23 am »

ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 01.25น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ เสียงเป็นธรรมชาติที่มหัศจรรย์ยิ่ง    เพราะว่าเสียงทำให้อากาศเกิดการสั่นสะเทือน  และเคลื่อนที่ออกไปเป็นรูปของคลื่น   โมเลกุลของอากาศจะสั่นสะเทือนขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   เมื่อหูของเรารับการสั่นสะเทือนนี้เข้ามา  แรงดันของอากาศที่เปลี่ยนแปลงขึ้นและลงจะเข้าไปในแก้วหู  และแปรเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าให้สมองตีความออกเป็นเสียง หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Eakachai_ie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #76 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 04:12:24 am »

นายเอกชัย สงวนศักดิ์ รหัส 115040441086-4 เลขที่ 6 วิศวกรรมอุสาหการ sec. 2 เวลา 04.15 น. วันที่ 13/1/54 มี่หอมาลีแมนชั่น
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanongsak wachacama
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #77 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 04:54:23 am »

กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/01/2554 เวลา4.54 น. ที่ spcondo
ได้มีข้อคิดว่า เครื่องขยายเสียงนั้นทำหน้าที่คล้ายๆปั้มน้ำโดยที่รับน้ำเข้ามาแล้วก็ส่งน้ำออกไปด้วยความเร็วและแรง
โดยวงจรของเครือ่งขยายเสียงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
วงจรที่หนึ่งคือวงจรขับดันเอาท์พุท โดยทำหน้าที่รับพลังงานมาแล้วแปลงให้เป็ไฟกระแสตรงเพื่อจ่ายไฟให้กับวงจร
วงจรที่สองคือวงจรอินพุททำหน้าที่รับสัญญารจานเทป ซีดี แล้วแปลงเป็นลูกคลื่นเพื่อส่งต่อให้เครื่องขยายต่อ
หัวใขของเครื่องขยายคือทรานซิตเตอร์กำลังในการขับของเครื่องขยายขึ้นอยู่กับจำนวนทรานซิตเตอร์ที่ใช้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pratanporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #78 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 05:39:11 am »

นายประทานพร พูลแก้ว  รหัส115310903057-3  เลขที่75  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13มกราคม 2554 เวลา 05:33 น.  สถานที่บ้านของตนเอง
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kamphon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #79 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 11:19:17 am »

นายกัมพล  มิ่งฉาย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา ตอบวันที่13-1-2011 เวลา 11.19 น. ที่วิทยบริการ
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง 
อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
assadawut
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #80 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 11:24:54 am »

กระผม นายอัษฎาวุฒิ   ลำพา นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  รหัส 115330441202-2 sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  13 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 11.25 น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
surachet
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 01:21:32 pm »

กระผม นายสุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  12 มกราคม 2554 ที่ บ้าน   เวลา 13.18น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut sringam
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 02:32:05 pm »

กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  13 มกราคม 2554 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 14.32น
มีความคิดเห็นว่า
หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suppachok
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #83 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 02:34:37 pm »

นาย ศุภโชค  เปรมกิจ  วิศวกรรมโยธา  53341 cve sec 04 เลขที่ 44 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา 115330411051-9เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 14.34 น.
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ittiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #84 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 02:35:01 pm »

อิทธิวัตร จิตต์ั่มั่นคงกุล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติปรยุกต์ sec02เลขที่60 เวลา 14.34 ทำที่บ้าน
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #85 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 03:06:58 pm »

นาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอน   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโดปปิ้ง
เราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   
 Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
udomporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 03:25:24 pm »

นาย อุดมพร พวงสุวรรณ รหัส115330411025-3 sec4 เลขที่19 วิศวกรรมโยธา วันที่13/1/54 เวลา 15.25 ที่หอลากูลแมนชั่น


       เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #87 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 03:28:12 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  13 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 15.29 น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว  
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mongkhonphan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #88 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 03:47:40 pm »

นายมงคลพันธ์  แซ่หลี รหัส 115330411039-4 เลขที่ 32 วิศวกรรมโยธา sec. 04 เวลา 15.44 วันที่ 13/1/54 ที่หอลากูน
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #89 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 04:17:04 pm »

นาย อุดม  แก้วชู  sec 4  รหัส  115330411034-5 โยธาต่อเนื่อง  เลขที่ 28  วันที่ 13/1/54 เวลา 16.18 น.   ที่ตึกวิทยบริการ
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.431 วินาที กับ 21 คำสั่ง