RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 23, 2020, 06:39:49 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง  (อ่าน 22297 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
leonado_davinci
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 04:21:34 pm »

Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/1/54 เวลา 4.21 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
     เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
titikron
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:02:59 pm »


นายฐิติกร  แก้วประชา รหัส 115330411022-0 เลขที่ 17 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง เวลา 20.02น. หอโฟร์บี
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
potchapon031
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #92 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:11:58 pm »

นายภชพน เกตุวงศ์ นักศึกษาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรต่อเนื่อง3ปี  รหัสนักศึกษา 115330411031-1
sec4 เลขที่ 25 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
 1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
 2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
 3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
 4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ponyotha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #93 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:19:00 pm »

ผมนายวีรพล  นุ่มน้อย  เลขที่ 11  รหัส 115330411014-7  sce 4  วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง  วันที่ 13/01/2554  เวลา 20.16น.  หออยู่เจริญแมนชั่น
   สรุปได้ว่า
ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ  เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
     1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
     2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
     3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
oOGIG...k}
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #94 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:48:43 pm »

นายชำนาญกิจ  ศิริยานนท์  เลขที่ 4 sec 04 นศ.วิศวกรรมโยธา  รหัส115330411004-8 วัน 13/01/54  เวลา 08:47:51 pm สถานที่ หอเศรษฐบุตร
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #95 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:52:07 pm »

กระผม นายธวัชชัย    พลรักษ์  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา115330411041-0 กลุ่ม53341cve sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา สถานที่ บ้านพฤกษา 9 เวลา 20.52
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
PoxyDonZ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #96 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 09:11:21 pm »

นาย สุรศักดิ์ ด้วงใจจิตร รหัส 115330411036-0 วิศวกรรมโยธา เวลา 09.13 pm. วันที่ 13 ม.ค. 54 สถานที่ หอร์ โฟร์บี 2

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Meena
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #97 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 09:18:13 pm »

นายพสิษฐ์  แดงอาสา   นศ.วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411011-3  Sec 4    ณ บ้านเลขที่ 231/135

ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ  เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
     1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
     2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
     3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thaweesak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #98 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 09:22:11 pm »

นาย ทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี  วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411008-9 sec04 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/01/54 เวลา 21.22 น. ที่หอพัก มาลีแมนชั่น
 สรุปได้ว่า
ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ  เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
     1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
     2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
     3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
civil kang
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #99 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:03:31 pm »

นาย สราวุฒิ  ดีดวงพันธ์  115330411028-7 sec 4 วิศวกรรมโยธา  13/1/2554  22:03
สรุป
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wuttipong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #100 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:39:06 pm »

กระผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ วิศวกรรมโยธา เลขที่ 23 รหัส 115330411029-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/01/54 เวลา 22:39 น. ที่หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
 หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tum moment
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 125


tum-ce@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #101 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 11:48:02 pm »

 Winkนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 13 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 23.50น. 

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kangsachit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #102 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 11:51:34 pm »

นายกังสชิต จิโน  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411017-0 sec 4 เลขที่ 14 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/1/54 เวลา 23.50 pm หอมาลีแมนชั่น
หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว  
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #103 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 11:55:32 pm »

นาย ศรายุทธ เที่ยงแท้  วิศวกรรมโยธา  115330411001-4 sec  04  เลขที่ 1 วันที่ 13/1/53  เวลา  23.55 น. หอพัก
  หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโปปิ้ง (doping)

การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Suphakorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #104 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:01:55 am »

กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 14 มกราคม 2554  เวลา 00.01 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Monthon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด
« ตอบ #105 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:11:39 am »

กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 00:11น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า   
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

   



   



   


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somphoch
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #106 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:30:04 am »

นายสมโภชน์  จิกกรีนัย SEC 17 เลขที่ 34 รหัส 115340441247-6 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 14/01/2554
ที่ หอ  เวลา 00.30 น.
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thamanoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #107 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 01:20:36 am »

ผมนายธรรมนูญ พุทธวงษ์ คณะวิศวกรรมศาตร์   สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411009-7  sec 4 
เรียนกับ อ. จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 14/01/54  ที่บ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา 1.20 น
มีความเห็นว่า
จากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ณัฐพงษ์ สันทะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด
« ตอบ #108 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 02:05:42 am »

กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_14  เดือน_01  พศ_2554   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_02.05
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 
     การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tongchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 04:01:03 pm »

ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  14 มกราคม 2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา 16.00 น

การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thanathammarat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #110 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 07:49:26 pm »

นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 14-01-2554 เวลา 19:49 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
เครื่อง ขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ ไฮ-ไฟ     
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ นั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น      
เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน 3 ขั้นตอนดังนี้      
1. การสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ   
2. บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้า   
3. สัญญาณ Input ที่จะเข้าเครื่องขยายเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง    
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รัฐพล เกตุอู่ทอง
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด
« ตอบ #111 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 09:36:13 pm »

กระผม นายรัฐพล  เกตุอู่ทอง นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441229-4 เลขที่ 26 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 14 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 21:35 น.  สถานที่ หอพักเฉลิมพล

สรุปได้ว่า
     หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
     เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
- ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ ไม่ผิดเพี้ยน
- ไม่มีสัญญาณรบกวน ทนทาน
 -ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
- ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pichet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #112 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 09:40:37 pm »

กระผมนายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 14/01/54 เวลา 21.24 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwasit ridmahan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #113 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 10:30:50 pm »

นายสิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ 53444INE  sec.17 รหัสประจำตัว 115340441244-3
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 14 มกราคม 2554  ที่หอพักเฉลิมพล เวลา22.30 น.
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ศราวุธ พูลทรัพย์
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #114 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 10:32:39 am »

นายศราวุธ พูลทรัพย์ 115330411042-8 sec.04 เลขที่35 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้ที่หอลากูล วันที่  15/01/2554 เวลา10.32น.         
 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
  ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ เครื่องขยายเสียงทุกชนิด ใช้หลักการแบบเดียวกัน ตามขั้ขตอน
 1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปที่ไมโครโฟน ซึ้งภายในของไมโครโฟน ประกอบด้วยแผ่นไดอาเฟรม ที่สั่นขึ้น ลงตามจังหวะ ของคลื่นเสียง และแปลงสัญญาณทางไฟฟ้า ที่จะได้เหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
 2.เครื่องบันทึกเสียง จะทำหน้าที่บันทึกสัณญาณทางไฟฟ้า Huh? เช่นเก็บไว้ในเทป แผ่นซีดี ถ้าใช้แว่นขยายส่องดูจะปรากฎเป็นหลุมบ่อมากมาย ซึ้งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั้นเอง
 3. สัณญาณทางอินพุท ที่จะเข้าเครื่งขยายเสียง อาจมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครืองบันทึกเสียงก็ได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
hatorikung_nutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #115 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 04:43:17 pm »

นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  15/01/54 เวลา16.43 ณ ตึก IT RMUTT


หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับ มิเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bankclash032
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด
« ตอบ #116 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 06:18:36 pm »

กระผม   นาย สุริยพงศ์  ทองคำ  นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
 sec 17 เลขที่ 24 รหัสประจำตัว115340441221-1
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบ เมื่อวันที่  15/1/54  เวลา 18.18 น. ณ.หอประสงค์
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
attakron006@hotmail.com
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #117 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 06:21:00 pm »

กระผม นาย อรรถกร   จิตรชื่น นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441217-9 เลขที่ 22 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา    18.20น.  สถานที่ บ้านฟ้ารังสิต
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sompol w. 53444 INE
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #118 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 09:53:50 pm »

 Smileyกระผม นายสมพล วงศ์ไชย คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ sec 17
 รหัสนักศึกษา 115340441208-8 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 15 เดือน มกราคม พศ.2554 ที่ จันทร์เพ็ญอพาร์ทเม้นต์ เวลา 21:52
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
opisit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #119 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 10:21:00 pm »

กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 22:12
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ 
ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้
โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   
ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโปปิ้ง (doping)
การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์
ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   
อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง
แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.571 วินาที กับ 21 คำสั่ง