RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 20, 2020, 05:10:18 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง  (อ่าน 22266 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jackmaco
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #120 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 11:56:45 pm »

นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 15/01/54  เวลา 23:56 น. สถานที่ หอพัก เอื้อมเดือน

สรุป : หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป 
สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโดปปิ้ง (doping)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
LeeOa IE'53 SEC.17
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #121 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 12:12:04 am »

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16 เดือน มกราคม พศ.255ภ เวลา 0:12 AM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อยมีความเห็นว่า

ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
 

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #122 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 01:17:26 am »

นาย เสถียร ปานามะเส sec17 รหัส 115340441203-9 สถานที่ หอพักนวนคร ตอบกระทู้วันที่ 16/01/2554 เวลา 01.16 น.

   เราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอน
1 วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2 เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
3 เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ratthasart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #123 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 02:44:28 am »

ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441218-8 เลขที่ 61 เรียนกับผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่ 16 มกราคม 2554  เวลา 02.44 น. ที่ ห้องพัก
มีความเห็นว่า
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Prachija
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #124 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 07:42:07 am »

กระผม นาย ประชิด จันทร์พลงาม นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา sec 17 รหัสประจำตัว 115340411110-2
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16 เดือน  มกราคม พศ 2554 ที่  บ้านพัก  เวลา 7.42 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #125 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 08:28:49 am »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441215-3 เลขที่ 21เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16 เดือน มกราค  พศ.2554 เวลา 08:27น.  สถานที่ ห้องพักนวนคร
 จากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น  Shocked
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Benjawan Onnual
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #126 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 05:02:33 pm »

นางสาวเบญจวรรณ อ่อนนวล เลขที่ 55 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาสถิติประยุกต์ ตอบกระทู้เมื่อ 17/1/2554 เวลา 17.02 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน

เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Phatcharee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #127 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 07:16:25 pm »

นางสาวพัชรี  มากพริ้ม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  18 รหัส  115110903048-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  17  ม.ค.  2554 สถานที่  บ้าน  เวลา  19.20  น.

 Tongueเราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอน
1 วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2 เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
3 เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Khuarwansiriruk
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


ดูรายละเอียด
« ตอบ #128 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 09:08:58 pm »

นางสาวเครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 62 sec 02 id:;115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ วันที่ 19-1-54 เวลา 21.09 น.กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า 1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
-ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
-ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
-ทนทาน
-ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
-ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pollavat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #129 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:55:18 pm »

กระผม นาย พลวัฒน์ คำกุณา  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพัก zoom  เวลา 22.56 น
มีความคิดเห็นว่า
 1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suchart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #130 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 07:51:14 am »

กระผม นายสุชาติ  สุวรรณวัฒน์ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec.1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20 มกราคม 2554 ที่ หอ  เวลา 7.51 น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mypomz
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด
« ตอบ #131 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 09:46:49 am »

นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่  21 ม.ค. 54  เวลา  9.46 สถานที่ หอพัก

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungarun
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #132 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 10:35:19 pm »


นายรุ่งอรุณ  แย้มประดิษฐ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ-การจัดการ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441246-8 เลขที่ 36 วันที่ 22/01/54 เวลา 22.35 น.

 หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watit
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ดูรายละเอียด
« ตอบ #133 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 11:50:05 pm »

กระผมชื่อนายวาทิต บุพศิริ นักศึกษา CVE2 สมทม SEC 17 รหัส 115340411106-0
เข้ามาตอบเมื่อ 22/01/2011  เวลา 11:49  ทีบ้าน

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
satawat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #134 เมื่อ: มกราคม 23, 2011, 06:12:15 pm »

กระผม นาย ศตวรรษ รัตนภักดี นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ  เลขที่ 34 SEC.02 รหัสประจำตัว 115210441263-8
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 18.12สถานที่บ้าน
มีความเห็นว่า
 1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chatchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #135 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 03:00:29 pm »

กระผม นาย ฉัตรชัย กล่อมเกลี้ยง  นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441232-8 เลขที่ 28      เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่
26 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 15.00  น.  สถานที่ หอพัก 4B

สรุปว่า


การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodiss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #136 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 04:55:30 pm »

นาย ธรรมนันท์ เหมือนทิพย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ  เลขที่ 27 SEC.02 รหัสประจำตัว 115210441248-9
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 16.55 สถานที่ หอพักบ้านดวงพร  มีความเห็นว่า
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sonthaya Suwaros
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #137 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 02:11:10 pm »

นายสนธยา สุวรส นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม รหัสประจำตัว 115040441089-8 วันที่ 27 ม.ค. 54  เวลา 12.10 น.ครับผม
สรุปได้ว่า
ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ
เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
m_japakiya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #138 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 02:39:25 pm »

นาย มูฮำหมัดนาวี จะปะกียา  เลขที่ 2 sec 17 รหัส  115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชา วิศวกรรมโยธา   ณ บ้าน จรัญสนิทวงศ์  31-01-54  เวลา  14.39 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ลักษณะของคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ในอากาศ  เครื่องขยายเสียงทุกชนิดใช้หลักการแบบเดียวกัน   ตามขั้นตอน  3  ขั้นดังนี้
     1. เมื่อเราพูดกรอกเข้าไปในไมโครโฟน  ซึ่งภายในของไมโครโฟนประกอบด้วยแผ่นไดอาแฟรม  ที่สั่นขึ้นลงตามจังหวะของคลื่นเสียง   และแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งการสั่นสะเทือนของสัญญาณทางไฟฟ้าที่ได้จะเหมือนกับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงทุกประการ
     2. เครื่องบันทึกเสียงจะทำหน้าที่บันทึกสัญญาณทางไฟฟ้านี้   เช่น เก็บไว้ในเทป    แผ่นซีดี  หรือแผ่นเสียง    ถ้าคุณใข้แว่นขยายส่องดูเนื้อเทป  หรือแผ่นเสียงจะปรากฎเป็นหลุม บ่อมากมาย  ซึ่งเกิดจากการสั่นขึ้นลงของไฟฟ้านั่นเอง
     3. สัญญาณทางอินพุทที่จะเข้าเครื่องขยายเสียงอาจจะมาจากไมโครโฟนโดยตรงหรือ เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยเครื่องขยายเสียงจะขยายสัญญาณไฟฟ้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อนำไปขับออกทางลำโพง   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suradet phetcharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #139 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 12:25:54 pm »

นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  12.26 น.Office สำนักงานบริษัทไทยวัฒน์   
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiyun
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #140 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:47:15 pm »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441215-3 เลขที่ 21เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 4 /2/54 เวลา 17.45น.  สถานที่ ห้องพักนวนคร
 จากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


ดูรายละเอียด
« ตอบ #141 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 02:01:36 am »

นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
NISUMA
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #142 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 11:56:31 am »


นางสาวนิสุมา พรมนวล  รหัส115110901010-8  เลขที่8  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์   
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
 
 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chanon_non26
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #143 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 02:41:01 pm »

นายชานนท์ พงษ์ไพโรจน์ 115310903029-2 เลขที่ 52  sec 3 ;   วันทิ่ 10.2.54 เวลา 14.41 ที่วิทยบริการ
ผมเป็นอีกท่านหนึ่ง ที่รักและชื่นชอบเครื่องขยายเสียงเป็นชีวิตจิตใจ และเซียนในการซ่อม และประกอบครับ หลักการแบบพื้นๆของเครื่องขยายเสียงมีไม่มากนัก แต่รายละเอียดปลีกย่อยจะแตกต่างกันไปในส่วนของการนำไปใช้งาน เช่น เครื่องขยายเสียงใช้ประกาศ เครื่องขยายเสียงใช้ในหอประชุม เครื่องขยายเสียงใช้ในโรงภาพยนตร์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีส่วนประกอบที่คล้ายกัน แต่การใช้งานต่างกัน

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
อภิรักษ์
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


ดูรายละเอียด
« ตอบ #144 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 01:21:11 am »

นายอภิรักษ์   มีศิลป์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบวันที่ 10 กุมภาพันธ์  เวลา 01:21 น. ที่หอพัก AP แมนชั่น  มีความคิดเห็นว่า
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aek cve rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #145 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 02:06:21 am »

นาย เอกชัย  เสียงล้ำ  115330411046-9 sec 4 วิศวกรรมโยธา กลุ่ม 53341 เวลา 2.06
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.417 วินาที กับ 21 คำสั่ง