RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 28, 2020, 04:07:42 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำดื่มระบบ reverse osmosis(RO) เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่  (อ่าน 3894 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:35:08 pm »

น้ำดื่มระบบ reverse osmosis(RO) เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

น้ำดื่มระบบ Reversr osmosis(RO) เป็นระบบกรองน้ำซึ่งจะทำให้น้ำที่ได้มา ค่อนข้างมีความบริสุทธิ์สูง จนแทบจะเรียกว่า ไม่มีสารอะไรตกค้างอยู่เลยนอกจากน้ำเปล่าๆเท่านั้น หรือแทบจะเรียกว่ามีคุณภาพเทียบเท่าน้ำกลั่นทีเดียว ซึ่งคุณภาพนี้ ก็ขึ้นกับว่า แผ่นกรองที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพยังไง ถ้าแผ่นกรองที่ใช้มีสภาพดี มีรูพรุนขนาดเล็ก(เชื้อจุลินทรีย์ผ่านไม่ได้) และมีการดูแลอย่างดี ก็จะให้น้ำสะอาดที่สามารถใช้บริโภคได้

ส่วนกระบวนการผลิตน้ำวิธีอื่นๆ เช่น ต้มและกรองแบบปกติ (พวกน้ำขวดที่วางขายทั่วๆไป) จะทำให้หลงเหลือสารบางอย่างที่พบได้ในน้ำทั่วๆไป เช่น Zn Ca Cl ฯลฯ ซึ่งสารที่ตกค้างเหล่านี้ ต้องมีไม่เกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้(ถ้ามากกว่านี้ จะจัดเป็นน้ำแร่) และจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย เช่น ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำนั้นๆ

แต่เนื่องจาก การผลิตน้ำ RO ทำให้ได้น้ำที่บริสุทธิ์มาก เลยมีคนมาทักท้วงว่ามันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เราจะมาดูว่าเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร

น้ำ RO จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยกว่าน้ำปกติหรือไม่
อย่างที่บอกไปแล้วว่า น้ำแบบปกติ จะมีสารอื่นๆเจือปนอยู่ ซึ่งหลายๆตัวนั้น ก็เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น Zn Ca หรือ F ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย การกินน้ำ RO ย่อมทำให้ร่างกายได้รับสารเหล่านี้น้อยลงครับ

แต่... ปริมาณสารเหล่านี้ในน้ำนั้น มีน้อยมากครับ (ถึงจะเป็นน้ำแร่ก็ตาม) ร่างกายของเรา ได้รับสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไปเป็นหลัก ไม่ได้รับสารอาหารจากน้ำเป็นหลักครับ ดังนั้น ถึงแม้จะกินน้ำ RO ไปนานๆ ก็ไม่มีผลต่อภาวะขาดสารอาหารแต่อย่างใด

ดื่มน้ำ RO แล้วจะทำให้ฟันผุ
น้ำ RO ค่อนข้างบริสุทธิ์มาก สามารถไปกัดกร่อนบริเวณเคลือบฟันของเราได้ และอาจจะไปละลายผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันไม่แข็งแรงหรือฟันผุได้ง่าย

แต่เหตุการณ์นี้ จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคุณได้สัมผัสกับน้ำนี้ เป็นเวลานานๆ เช่น อมน้ำไว้ในปากทั้งวัน หรือเอาฟันไปจุ่มไว้ในน้ำ RO ตลอดเวลา

การกินน้ำแบบปกติ น้ำจะมีเวลาสัมผัสกับฟันน้อยมาก แล้วก็จะไหลลงสู่คอและทางเดินอาหารต่อไป น้ำที่อาจเหลืออยู่ในปาก ก็จะถูกเจือจางด้วยน้ำลายของเรา และส่วนใหญ่ก็จะไหลลงไปสู่ทางเดินอาหารเช่นกัน จึงไม่มีผลที่จะทำให้เกิดฟันผุได้ครับ

สรุปแล้ว การกินน้ำ RO ไม่ทำให้สุขภาพเราย่ำแย่ไปกว่าการกินน้ำปกติแต่อย่างใดครับ (นอกจากว่าแผ่นกรองจะไม่ดี) และการใช้น้ำ RO นี้ ก็มีมานานแล้วด้วย ที่เห็นกันมากๆ คือ การใช้เป็นน้ำกินในการเดินเรือ เขาก็จะใช้น้ำทะเล มาผ่าน RO ทำเป็นน้ำกินได้ตลอดเวลาครับ

ส่วนที่มีคนออกมาสร้างข่าวนี้ ส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการตลาดด้วย (discredit) เพราะหากเราไปเทียบราคาของน้ำแล้ว น้ำ RO จะมีการขายที่ประมาณลิตรละ 1 บาท (แบบกดตามตู้ทั่วๆไป) ในขณะที่น้ำแบบขวด อาจจะลิตรละ 5-10 บาท ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 5-10 เท่า หากคนหันไปใช้น้ำ RO เยอะมากขึ้น ใครที่เสียผลประโยชน์ คงทนไม่ไหว เนื่องด้วยกลไกตลาดแบบนี้ จึงต้องสร้างเรื่องมาทำลายคู่ต่อสู้ ผู้บริโภค ควรใช้สมองไตร่ตรองในการเชื่อด้วยครับ

 

Create Date : 23 มีนาคม 2548
Last Update : 23 มีนาคม 2548 12:15:15 น. 

ที่มา  http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=marquez&date=23-03-2005&group=4&gblog=1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:39:19 pm โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:38:56 pm »

มหิดลฟันธงน้ำอาร์โอดื่มได้ไม่เกิดโรคร้ายดังนักเคมีอ้าง

นักวิชากรแห่งสถาบันวิจัยโภชนาการ สยบข่าวตู้น้ำดื่มยอดเหรียญอันตราย ยืนยันน้ำดื่มได้ที่กระบวนการผลิตด้วยระบบอาร์โอ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่มีผลต่อการดูดดึงเกลือแร่ออกจากเซลล์ หรือทำให้เสียวฟัน รวมทั้งก่อโรคอื่นๆ มิหนำซ้ำน้ำอาร์โอยังเป็นกระบวนการกรองสิ่งต่าง ๆออกจากน้ำให้ได้มาตราฐานมากที่สุด และเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างแพง ย้ำน้ำเป็นตัวกลางที่นำสารอาหารสู่ระบบต่าง ๆอย่างสมดุล เผยตามหลักโภชนาการเกลือแร่ได้จากอาหารถ้ากินอาหารครบ 5 หมู่ น้ำอาร์โอไม่มีเกลือแร่ แต่เมื่อเข้าในร่างกาย พวกเกลือแร่ต่าง ๆ ในร่างกายมีอยู่แล้วทั้งในช่องปาก น้ำจะพาสารอาหารไปสู่ระบบร่างกาย
ในกรณีที่ รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ กรรมการบริหารสมาคมเคมี อดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะ วิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเปิดโปงถึงเทคโนโลยีการผลิตน้ำดื่มบริสุทธิ์เรียกว่า "รีเวอร์ส ออสโมซิส" (Reverse Osmosis) หรือระบบน้ำอาร์โอ ด้วยการประกาศเตือนไม่ควรใช้ดื่มเป็นประจำ เนื่องจากจะดึงแร่ธาตุที่จำเป็นออกจากเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย มิหนำซ้ำยังส่งผลทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายโรค เช่น โรคฟัน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน ถ้าซื้อผลิตน้ำบริสุทธิ์อาร์โอนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 45 รศ.ดร. วิสิฐ จะวะสิต รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการมาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่า กระบวนการผลิตน้ำบริโภค ด้วยระบบ รีเวอร์ส ออสโมซิส เป็นการกรองน้ำให้มีความบริสุทธิ์เกือบ 100% ไม่มีประจุ เกลือแร่ตกค้าง ได้ น้ำค่อนข้างบริสุทธิ์ ไม่นำไฟฟ้า ถือเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่รักความสะอาดให้การยอมรับมาก และเทคโนโลยีนี้เข้ามาในประเทศไทยนานแล้ว
ทั้งนี้ หากน้ำผ่านการกรองได้มาตราฐานตามข้อกำหนดของหระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยึดหลัก เกณฑ์ตามองค์การอนามัยโลก น้ำนั้นจะไม่มีอันตราย เมื่อมีการพูดว่ากระบวนการผลิตน้ำอาร์โอ ก่อให้เกิดอันตราย ตนอยากให้มองว่า น้ำก็คือน้ำ การดื่มน่ำก็คือดื่มน้ำ ถ้าต้องการดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้ดื่มน้ำอาร์โอ ถ้าชอบน้ำที่มีรสชาติของเกลือแร่ก็ดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการอื่น ๆ เช่นเครื่องกรองน้ำตามบ้านเรือนประชาชนที่ใช้กรองด้วยเรชิน ซึ่งน้ำที่ใช้ระบบกรองแบบนี้ต้องมั่นใจในความสะอาดของแหล่งน้ำดิบ
รศ.ดร.วิสิฐ กล่าวว่า หากมองในแง่โภชนาการ เกลือแร่ได้จากอาหาร ถ้ากินอาหาร 5 หมู่ น้ำอาร์โอไม่มีเกลือแร่ แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกาย พวกเกลือแร่ต่าง ๆในร่างกายมีอยู่แล้วในช่องปาก น้ำจะพาสารอาหารไปสู่ระบบร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำอาร์โอ หรือน้ำกรองธรรมดาถ้าสะอาดก็ทำหน้าที่ได้เหมือนกัน อย่าไปคาดหวังว่า จะได้เกลือแร่จากน้ำคงจะยาก เพราะน้ำแต่ละแหล่งมีเกลือแร่แตกต่างกัน เกลือแร่ต้องมาจากอาหาร ผัก ผลไม้ นม ปลาเล็ก ปลาน้อย ตับ ได้เกลือแร่อยู่บ้าง น้ำบางแหล่งมีแคลเซี่ยมสูง เห็ลก เกลือแร่ในน้ำทำให้รสชาติอร่อยเท่านั้นเอง น้ำอาร์โอ รสชาติไม่อร่อยเมื่อเทียบกับน้ำที่มีเกลือแร่ปนอยู่บ้

ความจริงน้ำที่ผลิตผ่านการกรองธรรมดากับน้ำอาร์โอดีทั้งสองอย่าง ขึ้นกับสภาพน้ำดิบที่เรานำมาผลิต ถ้าเรากลัวว่า น้ำมียาฆ่าแมลง กลัวทุกอย่าง ไม่มั่นใจในความสะอาดของแหล่งน้ำก็ใช้กระบวนการอาร์โอ ซึ่งราคาแพงกว่าการกรองแบบเรซิน ถ้าเรามั่นใจในระบบน้ำดิบ เช่น น้ำประปามีการเติมคลอรีน ฆ่าเชื้อโรคอยู่แล้ว ก็ใช้การกรองธรรมดาตามพื้นบ้านก็ได้ แต่ต้องล้างเครื่องตามคู่มือแจ้งไว้ ถ้าไม่มีการล้างย้อนระบบ เชื้อจุลินทรีย์จะสะสมในเครื่องมากขึ้น ถ้าใช้บ่อย 2-3 วันควรล้าง หรือ 7 วันล้างก็ได้ พวกไส้กรองน้ำ ควรขัดล้างให้สะอาด ที่ดีที่สุดคือ น้ำฝนจากธรรมชาติ ถ้าอยู่ในแหล่งที่มีโรคงานอุตสาหกรรม รศ.ดร. วิศิฐ กล่าว
รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ กล่าวถึงกรณีที่นักเคมีเตือนว่า น้ำอาร์โอจะดึงเกลือแร่ออกจากเซลล์ร่างกายว่า เท่าที่ทราบ น้ำอาร์โอไม่น่ามีผล เพราะว่าน้ำที่บริสุทธิ์จะไม่มีประจุ ไม่มี เกลือแร่ น้ำอาร์โอไม่น่าดึงเกลือแร่ออกจากเซลล์ได้ เพราะในระบบย่อยของของร่างกายมีสารละลายอื่น ๆ ที่เข้มข้นอีกมาก ไม่อยากใหห้ตระนกกับเรื่องน้ำอาร์โอ น้ำอะไรก็ได้ขอให้มีความสะอาด กรองไดมาตราฐานไม่ต้องห่วงว่าน้ำอาร์โอมีผลทำให้เสียวฟัน ตนไม่เคยได้ยินจริง ๆ แล้วถ้ากินแคลเซี่ยมอย่างเพียงพอ ได้รับฟลูออไรด์พอสมควรฟันก็แข็งแรงอยู่แล้ว
ทางสถาบันได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการผลิตน้ำบริโภคพบว่า ข่าว ต่างๆ เกี่ยวกับน้ำดื่มมีออกมาตามกระแสการขายเครื่องกรองน้ำ ซึ่งแข่งขันกันรุนแรงมาก บางครั้งคนขายก็หลอกผู้บริโภค ช่วงที่เครื่องผลิตน้ำอาร์โอที่เข้าใหม่ๆ มีการนำโลหะไปจุ่มในน้ำแล้วมีตะกอนขึ้นก็บอกว่า น้ำดื่มบรรจุขวดที่ขายอยุ่ทั่วไปสกปรก แม้แต่น้ำบรรจุขวดยี้ห้อดัง ๆ ก็สกปรกด้วย สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค มีผู้ส่งเครื่องผลิตน้ำอาร์โอมาให้ทางสถาบันฯ ทดสอบเรานำน้ำกลั่นมาจุ่มโลหะ อันนั้นไม่เกิดตะกอนแต่พอเอาเกลือแกงธรรมดา เกล็ดเล็กนิดเดียวใส่ในน้ำ ตะกอนเขียวขึ้นมาหมด
ผลการทดสอบนี้บอกว่า ตะกอนไม่ใช่สิ่งแสดงว่าน้ำสกปรก แต่เป็นการแสดงว่า น้ำมีเกลือแร่ปนอยู่หรืเปล่าเท่านั้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่กลุ่มขายเครื่องกรองน้ำน้ำอาร์โอทำ ส่วนเครื่องกรองน้ำแร่ เป็นการกรองกลิ่นโดยใช้คาร์บอนหรือถ่านกัมมันต์เป็นตัวกรองดูดพิษและกลิ่นบางยี้ห้อแพงเป็นหมื่นบาท ถ้ามีกำลังซื้อก็ซื้อก็ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม น้ำประปาต้มใช้ดื่มได้อย่างปลอดภัย
ผมขอย้ำว่า น้ำอาร์โอ เป็นกระบวนการผลิตน้ำอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ต่างจากกระบวนการอื่นเป็นการกรองสิ่งต่างๆออกจากน้ำให้ได้มาตราฐานมากที่สุด เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างแพง น้ำที่ออกมาค่อนข้างบริสุทธิ์ ไม่มีคุณสมบัติในการดึงเกลือแร่ต่างๆ ออกจากเซลล์ร่างกายน้ำก็คือน้ำเป็นตัวช่วยพาสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ข้อเสียของน้ำอาร์โอคือ ไม่อร่อย ถ้าเราลองดื่มแล้วไม่ชอบก็ไม่กินเห็นว่าราคาแพงก็ไม่กิน ถ้าชิมแล้วชอบรสชาติ พอหาซื้อ ได้ก็ใช้ไปแต่แหล่งน้ำบางแหหล่งไม่จำเป็นต้องผลิตด้วยกระบวนการอาร์โอ เครื่องกรองน้ำธรรมดาก็ใช้ได้แล้ว รศ.ดร.วิสิฐ กล่าว
น.พ. ชัยจิตวณิชกุล ประธานกรรมการศาสนาศิลปะวัฒนธรรม กล่าวว่าเทคโนโลยีผลิตน้ำอาร์โอ มีมานานแล้วเป็นวิธีการกรองน้ำให้บริสุทธิ์ โดยใช้แรงดันดูดน้ำผ่านแผ่นกรองหรือเยื่อบางๆ สารที่มีโมเลกุลใหญ่ก็จะถูกกรอง และหลงเหลืออยู่บนแผ่นกรอง เทคโนโลยีนิยมนำมาใช้ ทั้งการกำจัดน้ำเสีย อุตสาหกรรมอาหาร หรือการทำน้ำดื่มให้บริสุทธิ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตน้ำสำหรับใช้ในการฟอกเลือด ล้างไต ในโรงพยาบาล อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมผลิตยา โดยในอุตสาหกรรมที่ทำน้ำบริสุทธืมักมีการติดตั้งเครื่องจำกัดแร่ธาตุด้วย ทำให้น้ำที่ผ่านกระบวนการนี้มีแร่ธาตุต่ำ
ทำให้บางท่านตั้งข้อสังเกตจากทษฎีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการออสโมซิสว่า การดื่มน้ำชนิดนี้เมื่อมีแร่ธาตุน้อย อาจไปดึงแร่ธาตุจากร่างกาย เมื่อร่างกายสูญเสียเกลือแร่ก็จะเป็นโรค แต่ในความเป็นจริงคนเราไม่ได้ดื่มน้ำอย่างเดียว กินอาหารด้วย กินอาหารด้วย และถ้าถามว่าจำเป็นต้องดื่มน้ำอาร์โอหรือไม่ตนเห็นว่าในแง่ของความประหยัดดื่มน้ำประปาน่าจะดีกว่า น้ำประปาหลายแห่ง การประปาประกาศแล้วว่าปลอดภัย ถ้าไม่แน่ใจนำมาต้มก่อนก็จะดีกว่าน้ำอาร์โอ เพราะน้ำอาร์โอใช้อุณหภูมิต่ำอาจมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.118 วินาที กับ 23 คำสั่ง