RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 21, 2020, 06:14:03 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รถยนต์พลังงานลม  (อ่าน 1684 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 05:46:52 pm »

ตาต้ามอเตอร์ บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ประกาศผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน โดยจะทยอยนำส่งเข้าสู่โชว์รูมในปี พ.ศ. 2552 รถยนต์พลังลม หรือ AirCar นี้ ใช้การปล่อยอากาศจากระบบบีบอัดอากาศด้วยความดันสูง โดยอากาศที่ปล่อยออกมาจะทำหน้าที่หมุนเพลา ทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ โดยการเติมอากาศ สามารถเติมได้ตามสถานีอัดอากาศด้วยราคาไม่แพง โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ประมาณ 200กิโลเมตรต่อการเติมอากาศหนึ่งครั้ง
บริษัทผู้ออกแบบรถยนต์พลังลมคันนี้ คือ บริษัท MDI จากประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งให้สิทธิบัตรแก่ตาต้าในการผลิตรถยนต์พลังลมในประเทศอินเดีย
โมเดลแรกของตาต้า CityCAT ตั้งราคาไว้ประมาณ 400,000 บาท โดยตาต้าหวังไว้ว่าจุดเด่นของ CityCAT ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ และราคาไม่แพง จะทำให้รถพลังลมรุ่นแรกนี้ จะทำยอดขายได้ดีในตลาดอินเดีย

      แต่ถ้านำเข้ามาขายในประเทศไทย รวมค่าภาษี เข้าไปอีกก็คงแพง แต่ในระยะยาวน่าจะคุ้มทุน

หลายๆคนอาจไม่เคยได้ยินเรื่อง รถพลังงานลม (Air Car) มาก่อน ก็เช่นเดียวกัน แต่ในยุคที่ราคาน้ำมันแพงเช่นปัจจุบัน ทุกประเทศกำลังดิ้นรนหาพลังงานทดแทนใหม่ๆ เพื่อมาชดเชยการใช้พลังงานน้ำมัน ที่ดูเหมือนว่าจะถีบตัวสูงขึ้นไม่หยุด ซึ่งอันนี้ เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคะว่า พลังงานน้ำมัน หรือแม้แต่ก๊าซธรรมชาติ ทั้ง LPG และ NGV ทั้งหมด เป็นพลังงานที่ใช้และหมดไป เราคงทราบว่า การน้ำมันที่เราใช้นี้ เป็นสิ่งที่ขุดเจาะจากใต้ดิน ใต้ทะเล พบเจอจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก และก็เป็นโชคดี ของประเทศในตะวันออกกลาง หรืออาหรับ ซึ่งแม้ภูมิประเทศ จะเป็นทะเลทราย แห้งแล้งเวิ้งว้าง แต่ก็มีบ่อน้ำมันซ่อนอยู่ข้างล่าง ขุดเจาะเอามาขาย จนพี่แขกของร่ำรวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ไหนในปัจจุบัน
เคย มีผลงานวิจัย หรือจะเรียกว่าพยากรณ์ก็ได้ ว่าอีก 50 ปีข้างหน้า น้ำมันจะถูกขุดขึ้นมาใช้และหมดไป เรื่องดังกล่าว ไม่มีใครทราบว่าจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ก็สร้างกระแส ตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ หรือตามหลักการตลาดทั่วไป เมื่อสินค้าใดมีอยู่จำกัด แต่มีความต้องการสูงในตลาด ราคามันก็สูงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่มาของการเก็งกำไร ของพวกกองทุนต่างๆ ด้านกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหรือโอเปค ก็เมินที่จะเพิ่มกำลังผลิต ทำให้ประเทศที่ผลิตน้ำมันได้น้อย และไม่มีการผลิต ต้องหาซื้อมาใช้อย่างเดียว เดือดร้อนกันถ้วนหน้า กรณีดังกล่าวรวมพี่ไทยด้วย ก่อให้เกิดกระแสการใช้พลังงานทดแทนกันทั่วโลก มีนวัตกรรมยานยนต์รูปแบบใหม่ เกิดขึ้น เช่น รถที่ใช้พลังงานน้ำมันที่ผลิตจากพืช เช่น เอทานอล ที่ใช้ผสมน้ำมันก๊าซโซฮออล์ หรือไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม ซึ่งไทยก็ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งรถพลังงานไฟฟ้า รถพลังงานไนโตเจน รถพลังงานแสงอาทิตย์ จนถึงรถพลังงานลม ซึ่งแต่ละชนิด ก็ยังมีข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกันไป

รถ พลังงานลม เป็น ยนตรกรรมที่คิดค้นขึ้นในประเทศลักแซมเบิร์ก โดยบริษัท MDI จากประเทศลักเซมเบิร์ก และ สิทธิบัตรแก่ตาต้าในการผลิตรถยนต์พลังลมในประเทศอินเดีย โดยตาต้ามอเตอร์ บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ประกาศผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน โดยจะทยอยนำส่งเข้าสู่โชว์รูมในปี พ.ศ. 2552 รถยนต์พลังลม หรือ AirCar นี้ ใช้การปล่อยอากาศจากระบบบีบอัดอากาศด้วยความดันสูง โดยอากาศที่ปล่อยออกมาจะทำหน้าที่หมุนเพลาทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ โดยการเติมอากาศ สามารถเติมได้ตามสถานีอัดอากาศด้วยราคาไม่แพง โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการเติมอากาศหนึ่งครั้ง หรือสามารถเสียบปลั๊ก อัดพลังงานลมเข้าถังได้ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงที่บ้าน (ตอนกลางคืนเมื่อเลิกใช้)
รถ พลังงานลมรุ่นแรกที่ออกสู่ตลาด ของตาต้า ใช้ชื่อว่า ‘CityCAT ‘ตั้งราคาไว้ประมาณ 400,000 บาท โดยตาต้าหวังไว้ว่า จุดเด่นของ CityCAT ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ และราคาไม่แพง จะทำให้รถพลังลมรุ่นแรกนี้ ทำยอดขายได้ดีในตลาดอินเดียและประเทศต่างๆทั่วโลก โดยในประเทศไทย ก็มีเอกชนรายหนึ่ง เริ่มนำรถ CityCAT เข้ามาทำตลาดแล้ว

สุดท้ายต้องบอกว่า ยังไม่รู้ว่าสมรรถนะของรถพลังงานลมจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่ได้ทดสอบ แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายให้ทุกคนคิดเรื่องพลังงานใหม่ ทุกวันนี้ เราหนีการซื้อพลังงานน้ำมันที่เขาขายให้ราคาแพง ไปหาพลังงานอื่นๆ ทั้งก๊าซธรรมชาติ ที่ก็เป็นพลังงานใช้หมดไปเช่นกัน ส่วนเอทานอล หรือไบโอดีเซล ก็มีข้อจำกัด หากความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้นมาก ทำให้เราต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชน้ำมันมากเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายก็มีข้อจำกัด เพราะจะไปเบียดเบียนการปลูกพืชเพื่อใช้บริโภคของมนุษย์ ดังนั้นพลังงานลมอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในอนาคตก็ได้ครับ

ที่มา เว็ปสีแดง

นธ.สุวัฒน์  หนูคีรี  หนุ่มลูกทุ่ง เบนซ์เทอร์โบ 550 แรงม้า ผู้เสนอ


* รถพลังงายลม 9.gif (18.27 KB, 300x279 - ดู 708 ครั้ง.)

* รถพลังงายลม 11.bmp (82.79 KB, 300x279 - ดู 688 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 05, 2009, 12:08:48 am โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.088 วินาที กับ 21 คำสั่ง