RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 11:21:11 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องรับวิทยุ  (อ่าน 12043 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฟิสิกส์ราชมงคล
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 19, 2009, 09:57:02 pm »

     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้  คลิกครับ


* radio-battery.jpg (6.84 KB, 200x200 - ดู 550 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwapat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 11:50:27 pm »

ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส115330411024-6 sec.4 เลขที่18 วิศวกรรมโยธา วันที่9/1/54 เวลา 11.49 pm. ที่หอลากูลแมนชั่น
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sumintra
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 06:30:49 pm »

นางสาวสุมินตรา  งามสมบัติ เลขที่ 36 รหัส 115210452022-4 sec 2
ตอบกระทู้วันที่  14 มกราคม 2554  เวลา 18.30  ที่หอพัก

มีความเห็นว่า...

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 10:03:33 pm »

Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  14/01/54  เวลา 22:02 น. ณ. หอป้าอ้วน
    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kotchapan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 10:59:41 am »

นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 15/01/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 10.59 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Penprapa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 11:30:22 am »

 นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร   เลขที่ 40  รหัส 115210904029-3  กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่  15  มค  54  เวลา 11.30   น. ณ วิทยะบริการ
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ศราวุธ พูลทรัพย์
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 01:44:02 pm »

กระผมนายศราวุธ พูลทรัพย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411042-8 sec.04 เลขที่ 35 ตอบกระทู้ที่หอลากูล เวลา13.43 น วันที่ 15/1/2554
  เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมมา
ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kambio
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 01:47:49 pm »

นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  43  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  15  ม.ค.  2554   สถานที่  บ้าน  เวลา  13.46  น.

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tum moment
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 125


tum-ce@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 02:47:00 pm »

 Grinนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 15 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 14.45น. 

ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mukkie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 03:22:17 pm »

นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่15ม.ค.54 เวลา15.17น. ที่บ้านตัวเอง
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
natthapon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 04:10:27 pm »

กระผมนายนัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15 มกราคม 2554 ที่ หอดู๊ดดรีม  เวลา 16.14 น.
 คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mongkhonphan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 04:47:13 pm »

นายมงคลพันธ์ แซ่หลี  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411039-4  sec.04  เลขที่ 32  เข้าตอบกรทู้วันที่ 15/01/54  เวลา 16.45 น.  สถานที่ หอลากูน
        แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้
        หรือคุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
THANAKIT
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 15, 2011, 09:54:09 pm »

นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
รียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่วันที่  15 มกราคม 2554 เวลา  21.55 น.   สถานที่ บ้าน
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanongsak wachacama
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 10:58:16 am »

กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/01/2554 เวลา10.58 น. ที่spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นดังนี้ วิทยุแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆๆคือ เครื่องรับ เเละเครื่องส่ง
เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mildfunta
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 02:20:08 pm »

นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 16 มกราคม 2554 เวลา 14.16 น. ณ หอในตึก 3แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chantana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 02:39:46 pm »

นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/01/2554 เวลา 14:36 สถานที่ หอในตึก 3 สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nutthaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 05:32:16 pm »

นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 16/01/2554 เวลา 17.33 สถานที่ หอ ZOOM

-หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aimz
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 06:22:04 pm »

นางสาว สุภวรรณ เดชปรีดาผล รหัส 115110903068-4 sec.02

เข้าตอบกระทู้วันที่ 16-01-54 เวลา 18:21 น. ที่หอพัก

สรุปว่า...

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kitima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 06:24:09 pm »

นางสาว กิติมา  รัตโนทัย เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 วันที่ 16 ม.ค. 54 เวลา 18.24 น. สถานที่ หอ zoom

      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aomme
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 09:26:45 pm »

น.ส ศรัญญา   เพชรแก้ว  sec 02 เลขที่ 45 รหัส 115310903022-7  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 16/01/54  สถานที่ บ้านตัวเอง เวลา 21.25 น.
        เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nitikanss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 01:20:04 am »

น.ส นิติการณ์ รัตนบุรี  sec 02 เลขที่ 71 รหัส 115310903052-4  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 17/01/54  สถานที่ Banoffee เวลา 01.19 น.
        เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alicenine
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 10:40:48 am »

นายเลิศศักดิ์  ศัลยวิเศษ  นักศึกษาคณะวิศกรรมศาสตร์  สาขาเคมีสิ่งทอ  รหัส 115210452021-6  เลขที่ 35

ตอบกระทู้ เมื่อ 17/01/54  เวลา 10.40 น.  ที่ หอพัก

มีความเห็นว่า...

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือ จะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 10:48:16 am »

นางสาว สุนิสา หมอยาดี  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 74รหัส 115310903055-7 วันที่ 17/01/2554 เวลา 10.47 สถานที่ บ้าน
     เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Mickey2010
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 11:05:15 am »

นางสาวปัทมา วงษ์แก้วฟ้า  รหัส115310903038-3  เลขที่61  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 11.00 น.  สถานที่บ้านของตนเอง
สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nueng
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 01:18:30 pm »

นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 13.20 น.
สถานที่ คณะวิทยฯ  ได้สาระสำคัญดังนี้ ........
    เหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
leonado_davinci
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 01:30:23 pm »

Jakrapong  Mensin นายจักรพงศ์ เม่นสิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411015-4 sec 4 เลขที่ 12 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17/1/54 เวลา 1.29 pm ที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
       ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม จากที่ผ่านมาเราสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
     -เครื่องส่ง
     -เครื่องรับ
    เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namwhan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 02:25:49 pm »

นางสาวพรรณฐิณี  โสภาวนัส  รหัส115310903033-4  เลขที่56  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 14.20 น.  สถานที่ หอพักใน 2
สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 02:34:44 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17/01/2554 เวลา 14.31 สถานที่ Shooter Internet
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าเราเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เราก็สามารถก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Biwtiz
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 03:34:31 pm »

น.ส กชพรรณ นาสวาสดิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903036-7 เลขที่ 59 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 17 ม.ค 54 เวลา 15.34 น.
สถานที่ บ้านคลอง 6
สรุปได้ว่า
    หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aecve
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 04:02:10 pm »

กระผม  นายปรัชญา   พรมอารักษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง   เลขที่ 26   sec.  4   
รหัสประจำตัว  115330411032-9
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  17  เดือน มกราคม   พ.ศ.  2554   ที่  หอพักโฟ บี 4  เวลา.  16.02 น
มีความเห็น   เครื่องรับวิทยุ
 
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 

   

         





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.401 วินาที กับ 21 คำสั่ง