RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 27, 2020, 11:04:25 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องรับวิทยุ  (อ่าน 12041 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
suchart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:41:40 pm »

นาย สุชาติ สุวรรณวัฒน์ นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115210441230-7 เลขที่ 31 Sec.01
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ หอพัก เวลา 23.42 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ยุพารัตน์ หยิบยก
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:42:54 pm »

นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมีเสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Monthon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด
« ตอบ #92 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:09:32 am »

กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 00.09น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 


สรุปได้ว่า คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
   



   



   


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #93 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:37:47 am »

นายชัยยันต์ นุยืนรัมย์ วิศวกรรมอุสาหการ-การจัดการ(สมทบ) รหัส 115340441215-3 Sec 17 เลขที่ 21  วันที่ 20/01/54 เวลา 00.36 สถานที่ ห้องนวนคร
 สรุปได้ว่า....
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pratanporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #94 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 06:25:58 am »

นายประทานพร พูลแก้ว  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 75 รหัส 115310903057-3 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/2554 เวลา 06:22  สถานที่ บ้านของตนเอง
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chanon_non26
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #95 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 10:18:49 am »

นายชานนท์ พงษ์ไพรโรจน์ เลขที่ 52 sec 02 id:;115310903029-2 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ เวลา 10.17 น. วันที่ 20-1-54 มทร.ธัญบุรี สรุปได้ว่า เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #96 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:29:57 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   20   มกราคม  2554 เวลา  12.30  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

     การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หรือ จะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thanathammarat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #97 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:39:27 pm »

นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 20-01-2554 เวลา 12:39 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก
ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
หลักการพื้นฐาน
วิทยุใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  เรียกว่า เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
- เครื่องส่ง
- เครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
PoxyDonZ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #98 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:41:12 pm »

นาย สุรศักดิ์ ด้วงใจจิตร รหัส 115330411036-0 วิศวกรรมโยธา เวลา 12.41 am. วันที่ 20 ม.ค. 54 สถานที่ หอร์ โฟร์บี 2

        หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namtan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #99 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 12:43:46 pm »

ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 12.43น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
00sunisa00
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #100 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 01:32:34 pm »

น.ส.สุนิศา   ชมมิ   สาขาสถิติ   sec.2   เลขที่ 46   รหัส 115310903001-1   วันที่ 20/1/2554   เวลา 13.32 น.   ณ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์
           ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jantira
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด
« ตอบ #101 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 01:45:06 pm »

นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์  sec2  รหัสประจำตัว 115310903042-5 เลขที่64 วันที่20/01/2554 เวลา13.44น. ณbanoffee
สรุป
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมีเสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wirinya
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #102 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 01:49:31 pm »

นางสาววิรินญา  เกิดฉ่ำ
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาสถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  57  รหัส  11510903034-2
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20  ม.ค.  2554   สถานที่ หอนำรง 13.49 น.

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut sringam
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #103 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 02:19:23 pm »

กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20 มกราคม 2554 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 14.19น
มีความคิดเห็นว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Suphakorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #104 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 02:50:46 pm »

กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 20 มกราคม 2554  เวลา 14.50 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
KanitaSS
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #105 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 02:53:57 pm »

นางสาวคณิตา สุดจิตร์ นศ.คณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติประยุกต์ Sec2 รหัส115310903030-0เลขที่53เข้าทดสอบวันที่20/01/54 เวลา14.53 น.สถานที่บาน็อฟฟี่ เพลส
สรุปได้ว่า แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somphoch
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #106 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 03:13:03 pm »

นายสมโภชน์  จิกกรีนัย นักศึกษาภาควิชาวิศวอุตสาหการ-การจัดการ รหัส115340441247-6 sec.17 เลขที่ 34 เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมมา ที่หอ เวลา 15.15น   วันที่ 20 มกราคม 2554
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nhamtoey
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #107 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 03:57:58 pm »

นางสาวเรวดี    จันท้าว  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411006-3  เลขที่6  sec04 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 20/01/2554  เวลา 15.58 น. ที่ห้องสมุด มทร.ธัญบุรี
   แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thamanoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #108 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 06:12:43 pm »

ผมนายธรรมนูญ  พุทธวงษ์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411009-7  เลขที่ 9  sec 04
เรียนกับ อ.จรัส  บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่  20/1/2554  ทีบ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา18.12 น.
สรุปได้ว่า
   คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
opisit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 06:23:47 pm »

กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 18:15 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ  วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์
เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง 
ถ้าคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด
เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน 
สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sangtawee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #110 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 06:31:26 pm »

นายแสงทวี   พรมบุตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 1153304110035-2 sec 4 เลขที่ 29 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/54 เวลา 18.31 น. ที่ห้องสมุด มทร.
       ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม จากที่ผ่านมาเราสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
     -เครื่องส่ง
     -เครื่องรับ
    เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
heetoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #111 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 07:09:10 pm »

 นายราชันย์ บุตรชน  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411047-7  Sec 4  ตอบกระทู้วันที่  20/01/54  เวลา 19.09 น. ณ. Four B4

    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ณัฐพงษ์ สันทะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด
« ตอบ #112 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 07:44:14 pm »

กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_20  เดือน_01  พศ_2554   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_19.43
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 

 วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
civil kang
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #113 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:08:59 pm »

นาย สราวุฒิ ดีดวงพันธ์   115330411028-7  sec 4 วิศวกรรมโยธา วันที่ 20/1/2554  20:08
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thaweesak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #114 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:18:48 pm »

นาย ทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี  วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411008-9 sec04 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/01/54 เวลา 20.18 น. ที่หอพัก มาลีแมนชั่น
 
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #115 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:37:52 pm »

นาย อุดม แก้วชู 115330411034-5 เลขที่28  sec4 วิศวกรรมโยธา เวลา 20.37หอพักมณีโชติ
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ponyotha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #116 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:43:34 pm »

ผมนายวีรพล  นุ่มน้อย รหัส115330411014-7 sec.4 เลขที่11 วิศวกรรมโยธา วันที่20/1/54 เวลา 20.42 น. อยู่เจริญแมนชั่น
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น ทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่ถ้าทดลองในที่มืดขณะที่แตะสายไฟ จะเห็นประการไฟวาบขึ้น
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wuttipong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #117 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:50:49 pm »

กระผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ เลขที่ 23 วิศวกรรมโยธา sec.04 รหัส 115330411029-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 20/1/2554 เวลา 20:50 น. สถานที่หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง 
ถ้าคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด
เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน 
สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
oOGIG...k}
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #118 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 10:14:21 pm »

นาย ชำนาญกิจ ศิริยานนท์ วิศวกรรมโยธา 115330411004-8เลขที่ 4sec.04 วันที่ 20/1/54 เวลา10:13:45 pm ณ.ที่หอเศรษฐบุตร
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Meena
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #119 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 10:43:23 pm »

นายพสิษฐ์  แดงอาสา   นศ.วิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411011-3  Sec 4    ณ บ้านเลขที่ 231/135

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.385 วินาที กับ 21 คำสั่ง