RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 28, 2020, 04:51:05 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติของจอร์จ ไซมอน โอห์ม : George Simon Ohm  (อ่าน 12694 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kitiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


ดูรายละเอียด
« ตอบ #120 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 09:54:09 pm »

นายกิติวัฒน์ ศรประสิทธิ์  เลขที่ 24 รหัส 115330411030-3 วิศวกรรมโยธา sec 4

โอห์ม พบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไมใหญ่เกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
civil kang
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #121 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 10:26:58 pm »

นาย  สราวุฒิ ดีดวงพันธ์ 115330411028-7 sec 4 วิศวกรรมโยธา วันที่  13/12/2553  22:26
  โฮห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า   เขาได้พบกับของไหลของไฟฟ้า  2 ประการ คือ ความยาวของสายฟ้า   พื้นที่หน้าตัดกระแสไฟฟ้าจะไหลได้น้อยลง   การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า  ระหว่าง 2 จุด  ย่อมขึ้นอยู่สมบัติ 4 ประการ  คือ
         1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
         2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
         3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากเกินไป
         4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
   I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
   E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
   R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thamanoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #122 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 11:08:52 pm »

ผมนายธรรมนูญ  พุทธวงษ์   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์   สาขาวิศวกรรมโยธา    รหัส 115330411009-7 เลขที่ 9
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13/12/53  ที่บ้านเช่า ซอยอีสเทิร์น  เวลา 23.08 น.
มีความเห็นว่า   การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pichat Soysamrong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #123 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 11:14:42 pm »

กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 13 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 11:14:15 pm.
สรุปได้ว่า   ครั้งหนึ่งโอร์มได้อ่านผลงานของโจเซฟ ฟอร์เรอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส มีชื่อว่า การไหลของความร้อน โอร์มสนใจที่ทำการทดลอง เขาจึงพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุดจะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกันคือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ต่อมาเขาก้พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติม อีก 2 ประการซึ่งเขาตั้งชื่อกฎว่า "กฎของโอร์ม" มีหลักสำคัญอยู่ 4 ประการ
    1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
    2. วัสดุที่ใช้ทนความร้อนได้สูง
    3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
    4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kiattisak
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #124 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 03:05:11 am »

กระผมนายเกียรติศักดิ์ อินทปัตย์  sec 04 รหัส 115330411007-1 คณะ วิศวกรรมโยธา  วัน 14/12/53  เวลา 3.04  สถานที่ร้านอินเตอร์เนต

     โฮห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า   เขาได้พบกับของไหลของไฟฟ้า  2 ประการ คือ ความยาวของสายฟ้า   พื้นที่หน้าตัดกระแสไฟฟ้าจะไหลได้น้อยลง   การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า  ระหว่าง 2 จุด  ย่อมขึ้นอยู่สมบัติ 4 ประการ  คือ
         1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
         2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
         3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากเกินไป
         4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
      โดยสามารถคำนวนความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2  จากสมการ  1= E/R   จากผลงานของโฮห์มแทนที่จะได้รับการยกย่องแต่เข้ากับได้รับความต่อต้านอย่างมาก  โฮห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า  โดยความต้านทาน 1 โฮห์ม  หมายถึงกระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
potchapon031
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #125 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 03:24:25 pm »

นายภชพน เกตุวงศ์ นักศักษา วิศวกรรมโยมธา ต่อเนื่อง รหัส 115330411031-1 Sec4 เลขที่ 25 สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น
เสียชีวิต วันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1854 ที่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี
ผลงาน   - ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและความต้านทานไฟฟ้า
          - ตั้งกฎของโอห์ม (Ohm's Law)
ในปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โจเซฟ ฟอร์เรอร์ (Joseph Fourier) ได้เผยแพร่ผลงานออกมา
เล่มหนึ่ง ชื่อว่า การไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) ภายในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่
ของความร้อนไว้ว่า "อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุด
ทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน" เมื่อโอห์มได้อ่านผลงานชิ้นนี้เขาได้เกิดความ
สนใจ ที่จะทำการทดลองเช่นเดียวกันนี้กับไฟฟ้าขึ้นบ้าง หลังจากทำการทดลองโดยอาศัยหลักการเดียวกับฟอร์เรอร์ เขาพบว่า
การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็น
ตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย หลังจากการทดลองไฟฟ้าในขั้นต้นสำเร็จลงแล้ว โอห์มได้เดินทางไปยังเมืองโคโลญ เพื่อเข้าเป็น
อาจารย์สอนที่ยิมเนเซียม (Gymnasium) ในระหว่างนี้ในปี ค.ศ. 1826 โอห์มได้จัดพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อว่า
Bestimmung des Gesetzes nach Welohem die Metalle die Kontaktee
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanunnunoi
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


ดูรายละเอียด
« ตอบ #126 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 07:15:20 pm »

กระผมนาย ฐานันดร์ หนูน้อย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา Sec.04 รหัสนักศึกษา 115330411050-1
เรียนกับอาจาร์ย จรัส บุณยธรรมา วันที่ 14 ธันวาคม พศ.2553  ที่หอพักเจริญสุขแมนชั่น เวลา19.15 น.
ในปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ โอห์ม ได้ทำการทดลองอัตราการไหลของไฟฟ้า และได้ค้นพบว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน และในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ
1. ความยาวของสายไฟ
2. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
เขา ตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Meena
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #127 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 07:23:21 pm »

นายพสิษฐ์ แดงอาสา รหัส 115330411011-3 วิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้บ้านเลขที่ 531/135

โอห์ม พบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไมใหญ่เกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
titikron
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #128 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 12:00:35 am »

    นายฐิติกร แก้วประชา รหัส 115330411022-0 เลขที่ 17 sec 4 เวลา 00.01 น. วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง หอโฟร์บี

 ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ณัฐพงษ์ สันทะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด
« ตอบ #129 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 12:18:25 pm »

กระผม นาย ณัฐพงษ์  สันทะ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมอุตสาหการ - การจัดการ sec 4 รหัสประจำตัว 115330441216-2
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่_15  เดือน_12  พศ_2553   ที่(ชื่อหอพัก/ชื่อบ้านพัก)_ประสงค์  เวลา_12.18
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ 
     ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก
และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก)
และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลง
ในหนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า
กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกผัน
กับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
oOGIG...k}
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #130 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 07:25:26 pm »

นายชำนาญกิจ ศิริยานนท์ 115330411004-8 sec.04 เลขที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้ที่เศรษฐบุตรกูล วันที่ 15/12/2553 เวลา 07:24:51 pm .
การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ศราวุธ พูลทรัพย์
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #131 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 07:26:15 pm »

นายศราวุธ พูลทรัพย์ 115330411042-8 sec.04 เลขที่ 35 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้ที่หอลากูล วันที่  15/12/2553 เวลา 19.26น.        
 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา

การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suppachok
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #132 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 07:30:12 pm »

นาย ศุภโชค  เปรมกิจ  วิศวกรรมโยธา  ต่อเนื่อง 115330411051-9 sec 04 เลขที่ 44 วันที่ 15/12/53 สถานที่ หอโฟร์บี เวลา 19.31
โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thaweesak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #133 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 08:01:16 pm »

นายทวีศักดิ์ ธนทรัพย์ทวี  วิศวกรรมโยธา รหัส 115330411008-9 sec.04  วันที่15 ธันวาคม 2553 สถานที่ มาลีแมนชั่น เวลา 20.00
 ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
crowfinky
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #134 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 08:15:49 pm »

นายสุริยะ ชีวันพิศาลนุกูล คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.4   รหัสประจำตัว115330441225-3
ตอบกระทู้วันที่ 15/12/53  เวลา 20.14น. สถานที่ บ้าน

    ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aek cve rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #135 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 08:22:22 pm »

ผมนายเอกชัย  เสียงล้ำ นักศึกษาวิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง  sec 4 รหัส 115330411046-9  เข้ามาตอบกระทู้วันที่
 15 ธันวาคม  2553     เวลา   20.24  น.     ณ หอโฟบี 5

การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kangsachit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #136 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 09:19:35 pm »

นายกังสชิต  จิโน นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411017-0 sec 4 เลขที่ 14 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 15/12/53 เวลา 21.16 pm หอมาลีแมนชั่น
     โอห์มได้ศึกษาการไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุดทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน แล้วโอห์มก็ได้ทำการทดลองแล้วพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
     โลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย เขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodiss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #137 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 10:01:12 pm »

นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 15/12/53 เวลา 22.01 น.
ที่ หอบ้านดวงพร
I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
      E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
      R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
เป็นการคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 เป็นการค้นพบเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
vutmte50
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #138 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 12:59:41 am »

กระผมนายคฑาวุธ  ทองเสริม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113005-2 sec.02 เลขที่ 75 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/12/2553 เวลา 24.59 น. ที่หอกิตติพงศ์
สรุปได้ว่า โอห์ม  ได้อ่านผลงานของ  โจเซฟ  เฟอร์เรอร์  จึงสนใจทำการทดลองเช่นเดียวกันกับไฟฟ้าขึ้น  เขาพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด  ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า  ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ  กระแสไฟก็ไหลได้น้อยลง  การพบสมบัติข้อนี่เขาได้เขียนลงในหนังสือ  กล่าวคือ  การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
    1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
    2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
    3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
    4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดนุพร อ่อนศรี
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #139 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 10:37:46 am »


นายดนุพร  อ่อนศรี   รหัส 115040472024-7 sec.02 เลขที่ 72 ภาควิชาวิศวกรรมพลาสติก ตอบกระทู้ที่บ้านซอยอิสเทิล วันที่ 16/12/2553 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
โอมได้อ่านหนังสือวิทยาสาตร์ ชาวฝรั่งเศษ โจเซฟ ฟอร์เรอเขาได้เกิดความสนใจจึงกระทำการทดลอง
เช่นนี้กับไฟฟ้าขึ้นบ้าง หลังการทดลองโดยอาศัยหลักการเดียวกับฟอร์เรอ เขาพบว่าการเคลื่อนที่ระหว่างกระแสไฟฟ้า
จุด2จุดจะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
moso003
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #140 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 01:25:17 pm »

นาย ชินดนัย ใจดี  นักศึกษาคณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชา คณิตศาสตร์ รหัสนักศึกษา 115110901089-2 sec 02 เลขที่ 12 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
วันที่ 16/12/2553 สถานที่ บ้านพัก เวลา 13.25 น.

โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
boatvivi
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 95


ดูรายละเอียด
« ตอบ #141 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 01:38:44 pm »

นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ 115010451027-8 sec 02 เวลา 13.38น. วันที่ 16 ธ.ค. 2553 ที่อาคารวิทยบริการ

ได้เข้ามาอ่านเรื่องประวัติของโอห์มแล้วค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut sringam
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #142 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 02:31:52 pm »

กระผมนายศรายุธ สีงาม  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec 4
รหัส 115330441201-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  16 ธันวาคม 2553 ที่ ตึกวิทยบริการ    เวลา 14.32น
มีความคิดเห็นว่า
โอห์มได้ศึกษาการไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุดทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน แล้วโอห์มก็ได้ทำการทดลองแล้วพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
    โลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย เขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
     โอห์ม เป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า โดยความต้านทาน 1 โอห์ม หมายถึง กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pollavat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #143 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 04:39:19 pm »

นายพลวัฒน์ คำกุณา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 16 ธันวาคม  เวลา 16.40 น. ที่หอพักzoom 
มีความคิดเห็นว่า:    โอห์มได้ศึกษาการไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุดทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน แล้วโอห์มก็ได้ทำการทดลองแล้วพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
     โลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย เขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
udomporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #144 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 09:17:41 pm »

นายอุดมพร พวงสุวรรณ คณะวิศวกรรศาสตร์ สาขาโยธา รหัส 115330411025-3 sec 4 เลขที่ 19 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 16/12/53 เวลา 21.17 น ณ.หอลากูน

เสียชีวิต วันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1854 ที่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี
ผลงาน   - ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและความต้านทานไฟฟ้า
          - ตั้งกฎของโอห์ม (Ohm's Law)
ในปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โจเซฟ ฟอร์เรอร์ (Joseph Fourier) ได้เผยแพร่ผลงานออกมา
เล่มหนึ่ง ชื่อว่า การไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) ภายในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่
ของความร้อนไว้ว่า "อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุด
ทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน" เมื่อโอห์มได้อ่านผลงานชิ้นนี้เขาได้เกิดความ
สนใจ ที่จะทำการทดลองเช่นเดียวกันนี้กับไฟฟ้าขึ้นบ้าง หลังจากทำการทดลองโดยอาศัยหลักการเดียวกับฟอร์เรอร์ เขาพบว่า
การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็น
ตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย หลังจากการทดลองไฟฟ้าในขั้นต้นสำเร็จลงแล้ว โอห์มได้เดินทางไปยังเมืองโคโลญ เพื่อเข้าเป็น
อาจารย์สอนที่ยิมเนเซียม (Gymnasium) ในระหว่างนี้ในปี ค.ศ. 1826 โอห์มได้จัดพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อว่า
Bestimmung des Gesetzes nach Welohem die Metalle die Kontaktee
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #145 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 09:50:05 pm »

กระผม ธวัชชัย  พลรักษ์    คณะวิศวกรรมโยธา           รหัส 115330411041-0  เลขที่ 32    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่ 16 ธ.ค. 53  เวลา  21:50  สถานที่ บ้านพฤกษา
โฮห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า   เขาได้พบกับของไหลของไฟฟ้า  2 ประการ คือ ความยาวของสายฟ้า   พื้นที่หน้าตัดกระแสไฟฟ้าจะไหลได้น้อยลง   การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า  ระหว่าง 2 จุด  ย่อมขึ้นอยู่สมบัติ 4 ประการ  คือ
         1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
         2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
         3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากเกินไป
         4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
      โดยสามารถคำนวนความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2  จากสมการ  1= E/R   จากผลงานของโฮห์มแทนที่จะได้รับการยกย่องแต่เข้ากับได้รับความต่อต้านอย่างมาก  โฮห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า  โดยความต้านทาน 1 โฮห์ม  หมายถึงกระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pisan mulchaisuk
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


ดูรายละเอียด
« ตอบ #146 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 10:31:50 pm »

กระผมนาย ไพศาล มูลชัยสุข นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441215-4  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 16  ธันวาคม 2553 เวลา 20.01 น. ที่หอพักเลิศวิจิตร
มีความคิดเห็นว่า
โอห์มได้ศึกษาการไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุดทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน แล้วโอห์มก็ได้ทำการทดลองแล้วพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
    โลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย เขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
     โอห์ม เป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า โดยความต้านทาน 1 โอห์ม หมายถึง กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pathomphong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #147 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 12:00:47 am »

นายปฐมพงศ์  พูนปก   วิศวกรรมโยธา 115330411043-6 
วันที่ 16/12/53  เวลา 23.57น. สถานที่ หอพัก ลากูน

     ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somkid-3212
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 79


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #148 เมื่อ: มกราคม 06, 2011, 07:28:58 pm »

สวัสดีปีใหม่ครับ....ผมชื่อนาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า และพบสมบัติของการไหลไฟฟ้า คือ 1. ความยาวของสายไฟ  2. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
      โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ของจุดทั้ง  2  ได้ดังสมการต่อไปนี้ 
I = E/R  I= กระแสไฟฟ้าในตัวนำ
             E= แรงเคลื่อนไฟฟ้า
             R= ความต้านทานของตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #149 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 02:53:47 pm »

นาย อุดม  แก้วชู  sec 4  รหัส  115330411034-5 โยธาต่อเนื่อง  เลขที่ 28  วันที่ 13/1/54 เวลา 14.53 น.   ที่ตึกวิทยบริการ
การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.427 วินาที กับ 21 คำสั่ง