RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 28, 2020, 03:43:37 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติของจอร์จ ไซมอน โอห์ม : George Simon Ohm  (อ่าน 12690 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
natthapon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 11:13:19 pm »

กระผม นัฐพล การคณะวงศ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  10  ธันวาคม 2553 ที่ บ้านซอยมาลี  เวลา 23.17 น.
ความคิดเห็นว่า
          โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าและเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของ ไฟฟ้า 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกผันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pichet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2010, 11:17:56 pm »

กระผมนายพิเชษฐ์  จันทร์โสภา   นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411044-4 เลขที่ 37 วันที่ 10/12/53 เวลา 23.20 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รัฐพล เกตุอู่ทอง
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด
« ตอบ #92 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 12:05:12 am »

ผมนารัฐพล   เกตุอู่ทอง นักศึกษา วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441229-4  เข้ามาตอบกระทู้วันที่   11 ธันวาคม 2551 เวลา 0.04  น. ณ หอพักเฉลิมพล

สรุปได้ว่า โอห์ม  ได้อ่านผลงานของ  โจเซฟ  เฟอร์เรอร์  จึงสนใจทำการทดลองเช่นเดียวกันกับไฟฟ้าขึ้น  เขาพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด  ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า  ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ  กระแสไฟก็ไหลได้น้อยลง  การพบสมบัติข้อนี่เขาได้เขียนลงในหนังสือ  กล่าวคือ  การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
    1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
    2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
    3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
    4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
SUMET SAMONKEDKET
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


ดูรายละเอียด
« ตอบ #93 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 01:17:12 am »

ผมนาย สุเมศร์  สมรเขตกิจ นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441239-3  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11  ธันวาคม 2553 ณ หอพักเฉลิมพล  เวลา 1.16  น

    จอร์จ โอห์ม นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันได้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า ในตัวนำโลหะ โดยแสดงไว้เป็นกฎความสัมพันธ์ เรียกว่า กฎของโอห์ม
หน่วยดังกล่าว ถูกเสนอขึ้นเป็นครั้งแรกว่า โอห์ม โดย Charles Tilston Bright และ Latimer Clark เมื่อ ค.ศ. 1861 โดยในบันทึกเมื่อค.ศ. 1864 เขียนเป็น ohmad
ครั้นเมื่อ ค.ศ. 1872 สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ได้เพิ่ม โอห์ม เข้ามาในระบบหน่วยวัด cgs (เซนติเมตร กรัม วินาที) และมีการใช้โอห์มที่สมาคม
ปรับปรุงขึ้นใหม่ มาใช้ในหน่วยเอสไอ เมื่อ ค.ศ. 1946
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
assadawut
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #94 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 09:44:51 am »

ผมนายอัษฎาวุฒิ   ลำพา   คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.4 
รหัส 115330441202-2  เลขที่ 47

ตอบกระทู้วันที่ 11/12/53  เวลา  9.45  สถานที่ บ้าน

     ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suradet phetcharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #95 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 11:00:26 am »

นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11 พฤศจิกายน 2553 เวลา  11.00 น.Office บ.ไทยวัฒน์วิศวการ   
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
hatorikung_nutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #96 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 02:09:33 pm »

นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่ 11/12/53 เวลา 14.09 ณ หอพักเฉลิมพล

 กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
THANAKIT
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #97 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 02:21:16 pm »

    นายธนกฤต เฉื่อยฉ่ำ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441248-4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11 ธันวาคม 2553 ที่ บ้าน    เวลา 14.21
 โฮห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า   เขาได้พบกับของไหลของไฟฟ้า  2 ประการ คือ ความยาวของสายฟ้า   พื้นที่หน้าตัดกระแสไฟฟ้าจะไหลได้น้อยลง   การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า  ระหว่าง 2 จุด  ย่อมขึ้นอยู่สมบัติ 4 ประการ  คือ
         1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
         2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
         3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากเกินไป
         4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
      โดยสามารถคำนวนความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2  จากสมการ  1= E/R   จากผลงานของโฮห์มแทนที่จะได้รับการยกย่องแต่เข้ากับได้รับความต่อต้านอย่าง มาก  โฮห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า  โดยความต้านทาน 1 โฮห์ม  หมายถึงกระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungarun
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #98 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 03:38:15 pm »

รุ่งอรุณแย้มประดิษฐ์ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.17
รหัส 115340441246-8
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่11 ธันวาคม 2553 ที่ หอ   เวลา15.39
โอห์ม พบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไมใหญ่เกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
opisit
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #99 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 03:57:57 pm »

กระผม นาย พิสิทธิ์ สอนเทศ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ sec 17 รหัสประจำตัว 115340441207-0
เรียนกับอาจารย์ ผ.ศ. จรัส บุณยธรรม
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่บ้าน เวลา 3:56 น.
มีความเห็นว่า/มีข้อคิดเห็นว่า/ความรู้จากเนื้อหาที่ได้ คือ
กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1) วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2) วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3) ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4) พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป


 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thabthong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #100 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 06:01:05 pm »

ผมนายรัตชานนท์ ทับทอง  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ sec.4 รหัส 115330441203-0 เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11 ธันวาคม   พ.ศ.  2553   ที่ วิทยะ  เวลา. 18.12 น
กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Monthon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด
« ตอบ #101 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 06:32:57 pm »

กระผม นายมณฑล รินชุมภู นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441206-2 เลขที่ 16 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11 เดือน ธันวาคม พศ.2553 เวลา 18:32 น.  สถานที่  บ้านพักที่วังน้อย 

ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
             I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwasit ridmahan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #102 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 07:57:18 pm »

กระผมนาย สิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์ นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ ภาคสมทบ  Sec.17 รหัสนักศึกษา 115340441244-3
เรียนกับอาจาร์ย จรัส บุณยธรรมา วันที่ 11 ธันวาคม พศ.2553  ที่หอพักเฉลิมพล เวลา19.57 น.

โอห์มได้กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ยุพารัตน์ หยิบยก
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #103 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 08:01:31 pm »

นางสาวยุพารัตน์ หยิบยก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาคณิตศาสตร์  sec2  รหัสประจำตัว 115110901011-6
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา

     ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงใน
หนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sangtawee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #104 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 10:54:21 pm »

นายแสงทวี พรมบุตร เลขที่ 29 รหัส 115330411035-2  sec04 วิศวกรรมโยธา ตอบกระทู้วันที่ 11/12/53 เมื่อเวลา 22:54 น. หอพัก FourB5
โอห์มได้กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
attakron006@hotmail.com
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #105 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 11:49:25 pm »

กระผม นาย อรรถกร จิตรชื่น คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัสนักศึกษา 115340441217-9 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา
เข้าตอบกระทู้วันที่ 11 เดือน ธันวาคม พศ.2553 ที่ บ้านฟ้ารังสิต เวลา 23.49
ต่อมาปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศษ ได้เพยแพร่งานออกมา ชื่อว่า การไหลของความร้อน อธิบายถึง อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุดaไปยังจุดb เมื่อโอหม์อ่านผมงานชิ้นนี้เขาได้เกิดความสนใจ ที่ทําการทดลอง เหมือนอาศัยหลักการทดลองทีกระแสไฟฟ้า 2 จุด จะต้องติดอยู่กับวัตถุที่นํามาเป็นตัวนําไฟฟ้า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitti_CVE2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด
« ตอบ #106 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:03:35 am »

นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 12/12/53 เวลา 01.59 น. ณ.ที่บ้าน
Grin
โอห์ม  ได้อ่านผลงานของ  โจเซฟ  เฟอร์เรอร์  จึงสนใจทำการทดลองเช่นเดียวกันกับไฟฟ้าขึ้น
 เขาพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด  ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า 
ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ  กระแสไฟก็ไหลได้น้อยลง  การพบสมบัติข้อนี่เขาได้เขียนลงในหนังสือ 
กล่าวคือ  การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
    1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
    2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
    3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
    4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sirilakCVE2
มือโปรขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #107 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 02:54:31 am »

นางสาวศิริลักษณ์ ถนอมพิชัย CVE2 วิศวกรรมโยธา รหัส 115340411118-5 เลขที่ 11 Sec 17 อาจารย์ผู้สอน อ.จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 12/12/53 เวลา 02.55 น.สถานที่ จ.ปทุมธานี
  สรุปเนื้อหาได้ดังนี้
 โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าและได้พบสมบัติเกียวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติม การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด2จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้าคือ
  1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี
  2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
  3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
  4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟไม่ใหญ่จนเกินไป
โดยสามารถคำนวณค่าความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้งสองจากสมการนี้ I=E/R
โดย I หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
      E   "      แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
      R   "      ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
m_japakiya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #108 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 03:37:11 am »

นายมูฮำหมัดนาวี จะปะกียา เลขที่  2  sec 17 รหัส 115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา
ตอบกระทู้วันที่ 12/12/53 เวลา3.34 น.  บ้านจรัญสนิทวงศ์
โอห์ม พบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไมใหญ่เกินไป
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amnuay cve2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 07:35:04 am »

 กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/12/2553 ที่บ้าน เวลา 07.34 น.
 โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าและเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของ ไฟฟ้า 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงในหนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกผันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mypomz
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด
« ตอบ #110 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 08:14:33 am »

นายนพรัตน์  โตอิ่ม    คณะวิศวกรรมโยธา
รหัส 115330411040-2  เลขที่ 33    sec 4   
ตอบกระทู้วันที่ 12 ธ.ค. 53  เวลา  8.14 สถานที่ หอพัก

โฮห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า   เขาได้พบกับของไหลของไฟฟ้า  2 ประการ คือ ความยาวของสายฟ้า   พื้นที่หน้าตัดกระแสไฟฟ้าจะไหลได้น้อยลง   การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า  ระหว่าง 2 จุด  ย่อมขึ้นอยู่สมบัติ 4 ประการ  คือ
         1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
         2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
         3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากเกินไป
         4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
      โดยสามารถคำนวนความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2  จากสมการ  1= E/R   จากผลงานของโฮห์มแทนที่จะได้รับการยกย่องแต่เข้ากับได้รับความต่อต้านอย่างมาก  โฮห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า  โดยความต้านทาน 1 โฮห์ม  หมายถึงกระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pongpat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #111 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 10:01:07 am »

กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12 ธันวาคม 2553 ที่ บ้าน  เวลา 10.02 น
   โอห์มได้ศึกษาการไหลของความร้อน (Analytic Theory of Heat) อัตราการเคลื่อนที่ของความร้อนจากจุด A ไปยังจุด B ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของจุดทั้งสอง และขึ้นอยู่กับตัวนำด้วยวาสามารถถ่ายทอดความร้อนได้ดีขนาดไหน แล้วโอห์มก็ได้ทำการทดลองแล้วพบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน คือ ควรเลือกโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
   โลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี เช่น ทองแดง เงิน หรืออะลูมิเนียม นอกจากนี้เมื่อโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้ามีความร้อนมากขึ้น ก็จะทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงด้วย เขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
    โอห์ม เป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า โดยความต้านทาน 1 โอห์ม หมายถึง กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ ไหลผ่านบนตัวนำไฟฟ้าภายใต้ความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kamphon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #112 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 12:25:07 pm »

นายกัมพล  มิ่งฉาย  คณะวิศวกรรมศาสตร์
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 12-12-2010 เวลา 12.24 น. ที่วิทยบริการ
โอห์ม พบว่าการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4.พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่เกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #113 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 03:02:53 pm »

ผมนายศรายุทธ  เที่ยงแท้ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา เลขที่1 รหัส115330411001-4 กลุ่ม53341cve sec04 อาจารย์ผู้สอน จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 12/12/2553 เวลา15.03 น. ที่หอพัก 
ได้มีข้อคิดเห็นว่า จากการที่เขาได้สนใจในหนังสือ ชื่อว่า การไหลของความร้อน ทำให้เขาได้ทำการทดลองจนค้นพบในเรื่องเกื่ยวกับบสมบัติเกี่ยวกับการนำวัตถุมาเป็นตัวนำไฟฟ้าและการไหลของไฟฟ้า  การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลงในหนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับ
การทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทานโดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kotchapan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #114 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 04:39:29 pm »

นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 12/12/2553 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา 16.40 น.

ในปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ โอห์ม ได้ทำการทดลองอัตราการไหลของไฟฟ้า และได้ค้นพบว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน และในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ
1. ความยาวของสายไฟ
2. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
เขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nattawut
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 47


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #115 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 09:59:57 pm »

กระผม  นายณัฐวุฒิ ชูพินิจ   นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ     
รหัสประจำตัว  115210441214-7
เรียนกับอาจารย์  จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  12  เดือน ธันวาคม   พ.ศ.  2553   ที่ ร้านเน็ต เวลา. 22.00 น
มีความเห็น   ประวัติของจอร์จ ไซมอน โอห์ม
      โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าและเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่ม
2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง  กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
            I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
            E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
            R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nhamtoey
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #116 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 05:54:52 pm »

นางสาวเรวดี  จันท้าว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  รหัส 115330411006-3 เลขที่ 6 sec04 ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 13/12/2553  เวลา 17.54 น. ที่ ห้องสมุด มทร.ธัญบุรี
โอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า และเขาได้พบสมบัติการไหลของไฟฟ้า เพิ่มเติมอีก 2 ประการคือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากจะมีความต้านท้านไฟฟ้ามาก)และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมากจะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก)กระแสไฟฟ้าก็จะไหลน้อยลง จากการทดลองเขาตั้งชื่อเป็นกฎของโอห์มโดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำเป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์และเป็นปฏิภาคผกผันกับความต้านทาน คือ การเคลื่อนที่ไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ขึ้นอยู่กับสมบัติ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้าคือ
1.วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2.วัสดุที่ใช้ทนความร้อนได้สูง
3.ความยาวของสายไฟต้องไม่ยาวมากจนเกินไป
4.พื้นที่ของสายไฟต้องไม่ใหย่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
PoxyDonZ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 123



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #117 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 06:01:26 pm »

นาย สุรศักดิ์ ด้วงใจจิตร รหัส 115330411036-0 วิศวกรรมโยธา เวลา 06.02pm. วันที่ 13 ธ.ค. 53 สถานที่ หอร์ โฟร์บี 2

 เกิด   วันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1787 ที่เมืองเออร์แลงเกนประเทศเยอร์มนี
 เสียชีวิต วันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1854 ที่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี
 ผลงาน   - ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและความต้านทานไฟฟ้า
           - ตั้งกฎของโอห์ม (Ohm's Law)
    กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน
ตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแส
ไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
    1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
    2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
    3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
    4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
โดยสามารถคำนวณความต่างศักย์ระหว่างจุดทั้ง 2 จากสมการดังต่อไปนี้ I = E/R โดย
   I  หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายไฟตัวนำ
   E หมายถึง แรงเคลื่อนทางไฟฟ้า
   R หมายถึง ความต้านทานของสายไฟตัวนำ
 
 
  
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
surachet
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #118 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 07:26:10 pm »

ผมนาย สุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4 
 เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่ 13/12/53  เวลา 17.30  สถานที่ บ้าน
     ในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก
และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ ความยาวของสายไฟ (ถ้ายิ่งมีความยาวมากก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก)
และพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ(ถ้ายิ่งมีพื้นที่หน้าตัดมาก ก็จะมีความต้านทานไฟฟ้ามาก) กระแสไฟฟ้าก็ไหลได้น้อยลง การพบสมบัติข้อนี้เขาได้เขียนลง
ในหนังสือชื่อว่า Die Galvanisehe Katte Mathemetisoh Bearbeitet ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทดลอง ซึ่งเขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า
กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกผัน
กับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
        1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
        2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
        3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
        4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ronachai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #119 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 08:47:11 pm »

นาย รณชัย  รุกขวัฒน์   วิศวกรรมโยธา   sce 4   รหัส 115330411002-2
กะทู้เมื่อ   13 ธ.ค. 2553   เวลา  20.48 น.  ณ หอพัก
ในปี ค.ศ. 1822 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ โอห์ม ได้ทำการทดลองอัตราการไหลของไฟฟ้า และได้ค้นพบว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด จะต้องขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน และในปีต่อมาโอห์มได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าต่ออีก และเขาก็พบสมบัติเกี่ยวกับการไหลของไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 2 ประการ คือ
1. ความยาวของสายไฟ
2. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟ
เขาตั้งเป็นกฎชื่อว่า กฎของโอห์ม (Ohm's Law) โดยมีหลักสำคัญว่า การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า เป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคผกปันกับความต้านทาน กล่าวคือ การเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ระหว่างจุด 2 จุด ย่อมขึ้นอยู่กับสมบัติสำคัญ 4 ประการของตัวนำไฟฟ้า คือ
1. วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี
2. วัสดุที่ใช้ต้องทนความร้อนได้สูง
3. ความยาวของสายไฟต้องไม่มากจนเกินไป
4. พื้นที่หน้าตัดของสายไฟต้องไม่ใหญ่จนเกินไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.423 วินาที กับ 21 คำสั่ง